โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 31 ต.ค. 2567 เวลา 02.26 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2567 เวลา 02.26 น.

#ภาวะหุ้น #ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index มีแนวโน้มแกว่ง Sideways to Sideways Down โดยมีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบบริเวณกรอบล่าง 1,440+- จุด ถ่วงจากบรรยากาศการลงทุนที่ค่อนไปในทางลบ แม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯจะยังแข็งแกร่งทั้ง GDP 3Q24 ที่ +2.8% q-q SAAR และการจ้างงานภาคเอกชนเดือน ก.ย. ที่สูงกว่าคาดมากเป็น 2.33 แสนตำแหน่ง ส่งผลให้ US Bond Yield ขยับตัวขึ้นโดยอายุ 10 ปีอยู่ที่ 4.29% เป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยงระยะสั้น

นอกจากนี้ตลาดรอติดตามผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในสัปดาห์หน้า ซึ่งทำให้มีการปรับทยอยพอร์ตโดยเฉพาะแรงขายในฝั่งเอเชียเพื่อลดความเสี่ยงระยะสั้น ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญวันนี้ติดตามตัวเลข PMI เดือน ต.ค. ของจีน และเงินเฟ้อ PCE เดือน ก.ย. ของสหรัฐฯ

ส่วนปัจจัยในประเทศโฟกัสหลักยังคงอยู่ที่การติดตามการประกาศกำไรบจ. 3Q24 ซึ่งภาพรวมคาดว่าจะหดตัวทั้ง q-q และ y-y ถ่วงจากกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีเป็นหลัก แต่หากไม่รวมกลุ่มดังกล่าว คาดกำไรทรงตัว q-q และยังโตได้ดี y-y ซึ่งหากออกมาไม่ต่ำกว่าคาดและไม่สร้าง Downside ต่อ EPS ของ SET ปี 2024-25 อย่างมีนัยยะ เรายังเชื่อว่าดัชนีจะสร้างฐานได้บริเวณ 1,440+- จุด และทยอยสร้างฐานรวมถึงฟื้นตัวได้ในระยะถัดไป โดยเราปรับใช้ SET Target ปี 2025 ที่ 1,600 จุด เรายังมองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่ม Domestic Play โดยเฉพาะภาคการบริโภค ได้แก่ ไฟแนนซ์ ค้าปลีก อาหารเครื่องดื่ม เป็นต้น ซึ่งจะได้อานิสงส์จากทั้งดอกเบี้ยที่ขยับลงและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากครม. ขณะที่ Downside คาดยังคงถูกจำกัดจากเม็ดเงินลงทุนของกองทุนวายุภักษ์

กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไร 3Q24 แข็งแกร่ง // ส่วนที่สะสมในช่วงก่อนหน้ายังถือลงทุนต่อเนื่องระยะกลาง-ยาว

หุ้นเด่นเดือน ต.ค. : AOT, BCH, CBG, CPN, KCG

FSSIA Portfolio : AOT, CHG, CPALL, CPN, KCG, KTB, MTC, NSL, SFLEX, SHR, TU

หุ้นเด่นวันนี้ : VIH

• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2025 ที่ 15 บาท

• เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตระยะยาว โดยแผนการเปิดโรงพยาบาลใหม่ปลาย 2026 ที่จะเป็น tertiary care เราคิดว่าจะเป็นการ unlock VIH กลายเป็นโรงพยาบาล chain ที่ดีขึ้นขจากปัจจุบันที่มี 4 โรง 483 เตียง และมี upside จากเรื่องปรับราคาค่าบริการขึ้น 3-7% ในช่วงต.ค. (ไม่ได้ปรับมา 2 ปี)

• เราคาด EPS ปี 2024-25 เติบโต +9% y-y และ +14% y-y ตามลำดับ ด้านฐานะการเงินมีสถานะเป็น net cash จึงมีโอกาสที่จะทำ M&A เพื่อเพิ่มกำไรมา offset กับ loss ของรพ.ใหม่ในช่วงแรก ด้าน Valuation ปัจจุบันเทรด PER เพียง 16.7 เท่า เป็นหนึ่งในรพ.ที่ถูกที่สุดในตลาด

• แนวรับ 10//9.80 บาท แนวต้าน 10.50//10.90-11 บาท

*บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ ปรับฐานก่อน event สำคัญสัปดาห์หน้า นักลงทุน rotate หุ้นรายวัน โดยทิศทางตลาดยังเป็นโหมด sideway (down) นักลงทุนทยอยปรับพอร์ตรอดู event สำคัญสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะเลือกตั้งสหรัฐฯ Bond Yield 10 ปี ยังสูง safe haven assets ปรับตัวขึ้น บ่งชี้ถึงความกังวลของนักลงทุน นอกจากนี้ ตลาดหุ้นส่วนใหญ่เข้าสู่ฤดูกาลส่งงบ ส่วนของไทย คาดประเด็นการเมือง ฉุดให้แรงซื้อหายไปจากตลาด

• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนตามการรายงานกำไร ของบริษัท Tech ในสัปดาห์นี้ และมีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญๆ หลายตัวที่จะออกในสัปดาห์นี้ ที่เหลือคือ ตัวเลข PCE(31) และ non-farm payroll(1) โดยตัวเลขเหล่านี้ มีผลต่อการพิจารณาลดดอกเบี้ย ในการประชุม FOMC สัปดาห์หน้า(7 พ.ย.)

• สถานการณ์ตะวันออกกลาง ยังวางใจไม่ได้ เพราะอิหร่านยังไม่ออกประกาศที่เป็นทางการว่าจะไปไม่ตอบโต้อิสราเอล ความกังวลนี้จึงมีอยู่ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงต่อ (Brent $70.9) …. ฮิซบอลเลาะห์ประกาศแต่งตั้ง "นาอิม กัสเซม" เป็นผู้นำคนใหม่ ….. เราประเมินว่าด้วยความกังวลนี้ จะเป็นลบต่อการลงทุนในช่วงนี้ (แต่ดีต่อราคาทองคำ)

• MPI ก.ย. อยู่ที่ระดับ 92.44 หดตัว 3.51% จากการผลิตยานยนต์ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 และต้นทุนพลังงานสูง อุตสาหกรรมที่ส่งผลลบ ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนอุตสาหกรรมที่ขยายตัวได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากการกลั่นปิโตรเลียมและสัตว์น้ำบรรจุกระป๋อง

• แบงก์ชาติ-คลัง หารือเรื่องกรอบนโยบายการเงิน ปี ‘68 เห็นร่วมกันว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 1-3% ในปัจจุบันยังคงเหมาะสม มองเงินเฟ้อโซนที่ต่ำแต่ไม่สร้างปัญหาต่อเศรษฐกิจ

• คลัง เผยตัวเลขคาดการณ์ GDP ปีนี้โต 2.7% และ 3.5% ในปี 2568 เตรียมเร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยเฉพาะหนี้รถกระบะ และหนี้ที่อยู่อาศัย มองการให้ต่าชาติเช่าที่ดิน 99 ปีเป็นโอกาสในการลงทุน หากมีสัญญาเช่าอาจทำให้การเข้ามาลงทุนของต่างชาติเกิดยากขึ้น

• Event สำคัญวันนี้ : ธนาคารกลางญี่ปุ่นประชุมดอกเบี้ย (คาดว่าจะคงดอกเบี้ย) ตัวเลข PMI ของจีน (คาด 49.9 ; เดือนก่อน 49.8) , ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคของสหรัฐฯ (คาด 2.1% yoy; เดือนก่อน 2.7%) และตัวเลขเคลมการว่างงานของสหรัฐฯ (สัปดาห์ก่อน 227k)

Strategy

• ตลาดเข้าสู่การปรับฐาน แนวรับสำคัญ 2 จุดคือ 1447 และ 1438 รอความชัดเจนในเรื่องการเลือกตั้งสหรัฐฯ คำแนะนำ ตอนนี้ ยังเป็นเลือกขายทำกำไรหรือขายเพื่อลดความเสี่ยง(ขาลง) ….. ส่วนจังหวะซื้อรอบใหม่ อาจต้องรอดู event ที่จะเกิดขึ้นว่า จะกลับมาเป็นบวกต่อตลาดได้หรือไม่สัปดาห์หน้า

• เก็งราคาสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จาก “Trump” ชนะการเลือกตั้ง จะเป็น ทองคำ(USD+BAHT) Bitcoin และดอลล่าร์ ขณะที่สินทรัพย์ที่อิงดอกเบี้ย เช่น พันธบัตรสหรัฐฯ จะเป็นลบ

• หุ้นในพอร์ตวันนี้ เราคง หุ้นในพอร์ตไว้ทั้งหมด หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย OSP(10%), TTB(10%), SCB(10%), TRUE*(10%)

Technical : JPARK, HTECH

**บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินหากดัชนี SET ปรับลดลงมาที่บริเวณ 1,420 – 1,430 จุด (Forward P/E 15.5 – 15.6x) เป็นระดับที่เพียงพอเช้าซื้อเก็งกำไรหลังการรีบาวน์ระยะสั้น หลังตลาดทราบผลเลือกตั้งสหรัฐ, การประชุมเฟดสัปดาห์หน้า โดยมีแนวต้านที่ 1,460 จุด แนะนำทยอยซื้อ กลุ่มค้าปลีก & ท่องเที่ยว เช่น CPALL,CPAXT,AOT,AAV,BA คาดกำไร Q4/67 จะฟื้นตัวในช่วง High Season/ นิคม ฯ AMATA,WHA,ROJNA คาดได้ปัจจัยบวกจากการย้ายฐานการผลิตหากทรัมป์ชนะเลือกตั้ง / เก็งกำไร CPI, UVAN, APO จากราคาน้ำมันปาล์มที่ปรับขึ้น

AOT (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 67.00 บาท) แนวโน้ม 4Q66/67 (ก.ค.-ก.ย.67) คาดกำไรลดลง QoQ เนื่องจากเป็น low season และเริ่มรับรู้ผลกระทบจากรายได้ค่าเช่าพื้นที่และผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำที่ลดลงของ King Power แต่จะยังปรับตัวดีขึ้น YoY จากสถิติการบินที่ฟื้นตัว มองข้ามไปที่แนวโน้มผลประกอบการ 1Q67/68-2Q67/68 จะกลับมาฟื้นตัว QoQ, YoY เพราะเข้า High Season ท่องเที่ยว โดยในปี 67/68 เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 2.2 หมื่นล้านบาท เติบโต +17%YoY ภายใต้สมมติฐานจำนวนผู้โดยสารรวมอยู่ที่ 135 ล้านคน เติบโต +13%YoY และจำนวนเที่ยวบิน 8.3 แสนเที่ยวบิน +13%YoY ตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการเปิด Runway 3 ในเดือน พ.ย.67

MEB* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 38.89 บาท) กำไรสุทธิงวด 1H67 +21%YoY ยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องตามรายได้(+ 15%YoY) ที่ขยับขึ้นทั้งในส่วนของแพลตฟอร์ม meb และ readAwrite สำหรับการดำเนินงาน 2H67 นี้ คาดว่าจะยังคงสดใส YoY ต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 4Q67 มีแรงหนุนจากการออกหนังสือใหม่รับสัปดาห์หนังสือแห่งชาติช่วงต.ค. ด้านMEB* เองวางเป้ารายได้ปี67 จะโตราว +10-15%YoY และช่วงถัดไป มีแผนสร้างแพลตฟอร์มวรรณกรรมออนไลน์ใหม่ในตปท. โดยใช้ภาษาท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ เน้นประเทศในเอเชียเป็นหลัก ทั้งนี้ ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิปี67 และ ปี68 ของ MEB* ที่ 453 ลบ.(+17%YoY) และ 522 ลบ.(+15%YoY)

ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

TELEGRAM คลิกhttps://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news?/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...