โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมทางหลวง เร่งก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) จังหวัดบึงกาฬ คืบหน้ากว่า 93% เพื่อส่งเสริมระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ คาดเปิดให้บริการได้ภายในปีนี้

77kaoded

เผยแพร่ 03 ส.ค. 2567 เวลา 04.30 น. • 77 ข่าวเด็ด

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่กรมทางหลวง ได้ดำเนินการโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ - บอลิคำไซ) จังหวัดบึงกาฬ ตามยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ เพื่อเชื่อมระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร้รอยต่อ ในการตอบสนองต่อความต้องการด้านการขนส่งสินค้าและการสัญจรของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย และ สปป.ลาว นั้น ซึ่งปัจจุบันงานถนนและด่านพรมแดนฝั่งไทย งานถนนและด่านพรมแดนฝั่ง สปป.ลาว ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างดำเนินการงานสะพานข้ามแม่น้ำโขงฝั่งไทยและงานสะพานข้ามแม่น้ำโขงฝั่ง สปป.ลาว โดยโครงการมีผลการดำเนินงานภาพรวมคืบหน้ากว่า 93.71% (ข้อมูลเดือนมิถุนายน 2567)

อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวต่อไปอีกว่า โครงการฯ มีระยะทางประมาณ 16.340 กิโลเมตร แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 5 ตอน ฝั่งไทย 3 ตอน และฝั่ง สปป.ลาว 2 ตอน ตั้งอยู่ในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ และเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยแนวเส้นทางในประเทศไทย มีจุดเริ่มต้นโครงการแยกจากทางหลวงหมายเลข 222 ซึ่งเป็นถนนเชื่อมต่อสายสำคัญระหว่างจังหวัดสกลนคร และบึงกาฬ โดยสามารถเชื่อมต่อกับเส้นทางตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก - ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) ไปยังท่าเรือน้ำลึก ที่เมืองวุงอ่าง และเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ส่วนแนวเส้นทางฝั่ง สปป.ลาว จะเชื่อมต่อกับถนนหมายเลข 13 ต่อไปยังถนนหมายเลข 8 ซึ่งเป็นเส้นทางจาก สปป.ลาว ไปเมืองวินห์ เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม และเชื่อมต่อ ไปยังประเทศจีนทางตอนใต้ ผ่านทางหลวงอาเซียนหมายเลข 1 (AH1) ประเทศเวียดนาม

ทั้งนี้ เมื่อโครงการฯ แล้วเสร็จจะช่วยส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่ได้พัฒนาไว้แล้วของแต่ละประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด เกิดการเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือที่สำคัญในภูมิภาค สามารถลดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่ง ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองประเทศในเวทีโลก โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศได้ภายในปี 2567

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...