เปิดขายเอกสารร่วมลงทุนสร้าง ‘ศูนย์ขนส่งสินค้าเชียงของ’ วงเงิน 2.8 พันล้าน 26 ส.ค.-20 ก.ย.นี้
The Bangkok Insight
อัพเดต 15 ส.ค. 2567 เวลา 07.22 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2567 เวลา 07.22 น. • The Bangkok Insightกรมขนส่งฯ เปิดให้เอกชน ซื้อเอกสารร่วมลงทุนสร้าง "ศูนย์ขนส่งสินค้าเชียงของ" จังหวัดเชียงราย วงเงิน 2.8 พันล้าน 26 ส.ค.-20 ก.ย.นี้
นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกได้ออกประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย ตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 วงเงินโครงการรวมกว่า 2,864 ล้านบาท
โดยให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost โดยภาครัฐเป็นผู้ลงทุนค่าที่ดิน และค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่เอกชนเป็นผู้ลงทุนค่าอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า อุปกรณ์สำนักงานและส่วนประกอบ และงานระบบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารด้านการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ และเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของการดำเนินงานและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance : O&M) ทั้งหมด รวมทั้งเป็นผู้รับความเสี่ยงทางด้านรายได้และจ่ายค่าสัมปทานให้ภาครัฐตลอดระยะเวลา 15 ปี นับจากปีที่เปิดให้บริการ
ชวนเอกชนร่วมทุนก่อสร้างศูนย์ขนส่งสินค้าเชียงของ
ทั้งนี้ ประกาศเชิญชวนฉบับนี้ ได้มีการปรับปรุงเงื่อนไขบางส่วนให้สอดรับกับความต้องการของภาคเอกชน และสถานการณ์การขนส่งในปัจจุบัน เฉพาะในส่วนที่ไม่ขัดต่อหลักการของโครงการร่วมลงทุนตามที่ได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย จัดเป็นหนึ่งในโครงการตามแผนพัฒนาสถานีขนส่งสินค้า (Truck Terminal) ของกรมการขนส่งทางบก ตั้งอยู่ที่ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ประชิดด่านพรมแดนเชียงของ และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 (เชียงของ - ห้วยทราย) บนเนื้อที่กว่า 335 ไร่
ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งสินค้าทางถนน เป็นสถานีปรับเปลี่ยนการขนส่งระหว่างประเทศไปสู่ภายในประเทศ รองรับการขนส่งสินค้าทางถนนระหว่างประเทศบนเส้นทางสาย R3A เชื่อมต่อการขนส่งระหว่างไทย-สปป.ลาว-จีนฝั่งตะวันตก (นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน)
รองรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หน่วยงาน CIQ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เป็นศูนย์ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) สามารถดำเนินพิธีการที่เกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกได้ในจุดเดียว และยังรองรับการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้า (Modal Shift) ระหว่างทางถนนกับทางราง ผ่านโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้อย่างไร้รอยต่ออีกด้วย
โดยปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างโครงการในระยะที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการภายในปี พ.ศ. 2569
ปรับเงื่อนไขจูงใจนักลงทุน-ขายเอกสารร่วมประมูลเริ่ม 26 ส..ค.นี้
นายจิรุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินโครงการบนพื้นฐานของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างรัฐและเอกชน (Public Private Partnership : PPP) จะช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย ประสบความสำเร็จและบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของภาคเอกชน ควบคู่กับการดำเนินนโยบายของภาครัฐ
ซึ่งการออกประกาศเชิญชวนในครั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ได้มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขบางส่วนให้จูงใจภาคเอกชนมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
โดยโครงการศูนย์ขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง เป็นศูนย์กลางทางด้านโลจิสติกส์ของภาคเหนือ (Northern Logistics Hub) ช่วยลดต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการขนส่งสินค้า ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และการเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรางให้เป็นระบบการขนส่งหลัก (Backbone) ของประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม
ภาคเอกชนที่สนใจ สามารถติดต่อขอซื้อเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน ในราคาชุดละ 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ได้ที่ส่วนพัสดุและแผ่นป้ายทะเบียนรถ อาคาร 6 ชั้น 4 กรมการขนส่งทางบก เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26 สิงหาคม 2567 ถึง 20 กันยายน 2567 ทุกวันทำการ ระหว่างเวลา 09.00 น. ถึง 15.00 น.
และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากประกาศเชิญชวน โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.dlt.go.th
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ไฟเขียว หลักเกณฑ์ใหม่ 'อุตสาหกรรมสีเขียว' ทุกโรงงานต้องผ่าน GI 100% ภายใน 2568
- 7 เดือน ปี 2567 โรงงานเปิดใหม่ 1,260 โรง มากกว่าโรงงานเลิกกิจการ เงินลงทุน-จ้างงานเพิ่มขึ้นด้วย
- 'ฮุนได' ทุ่ม 1 พันล้าน ปักธงไทยฐานผลิต EV บีโอไอไฟเขียวลงทุนผลิต BEV–แบตเตอรี่
ติดตามเราได้ที่