โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

จีน-ญี่ปุ่น ส่งออกรถนั่งไปอาเซียนแซงหน้าไทย คาดทั้งปี'67 หดตัว 6%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ต.ค. 2567 เวลา 07.47 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2567 เวลา 06.41 น.
Photo by Tom Fisk on Pexels

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปี 2567 การส่งออกรถยนต์นั่งไทยไปอาเซียน อาจเสียแชมป์ให้จีนและญี่ปุ่น จากการส่งออกรถกลุ่ม BEV-HEV มากขึ้น ตามมาตรการรัฐ-ความต้องการผู้ซื้อ มองปริมาณส่งออกรวม คาดหดตัว 6% คืนฟอร์มผู้นำส่งออก ยังต้องเจออีกหลายปัจจัยลบ

วันที่ 29 ตุลาคม 2567 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ปริมาณส่งออกรถยนต์รวมปี 2567 คาดติดลบ 6% โดยตลาดหลักอย่างอาเซียนกำลังเสียส่วนแบ่งอย่างชัดเจนในกลุ่มรถยนต์นั่ง ให้กับ BEV จากจีน ไฮบริดจากญี่ปุ่น และรถนั่งเล็กจากอินโดนีเซีย หลังมาตรการรัฐหนุนและผู้ซื้อต้องการรถราคาประหยัด

และในอนาคต แม้ไทยอาจได้ส่วนแบ่งคืนบ้างหลังการผลิตรถนั่ง BEV และไฮบริดเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้น แต่ก็มีแรงกดดันจากจีนและญี่ปุ่นที่ยังต้องส่งออก BEV และไฮบริดมาแข่ง ขณะที่การส่งเสริมจากรัฐใกล้จะจบ และค่าย BEV เริ่มผลิตในอินโดนีเซียเพิ่ม

ส่งออกรถยนต์ไทยปี 2567 คาดหดตัว 6%

ปี 2567 เป็นหนึ่งปีที่ยากลำบากสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย เพราะนอกจากยอดขายรถยนต์ในประเทศจะหดตัวแรงแล้ว ยอดส่งออกรถยนต์ของไทยก็คาดว่าอาจหดตัวเช่นกันถึง 6% (YOY) เหลือส่งออกได้เพียง 1,050,000 คัน จาก 1,117,539 คันในปี 2566

โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญมาจากการส่งออกไปตลาดหลักอันดับ 2 ของไทยอย่างอาเซียนที่ลดลงมาก (ตลาดอาเซียนคิดเป็น 25% ของมูลค่าส่งออกรถยนต์ไทย) นำโดยการหดตัวสูงของการส่งออกรถยนต์นั่งไปอาเซียน ซึ่งช่วง 7 เดือนแรกที่ผ่านมาติดลบถึง 19% (YOY) ขณะที่รถเพื่อการพาณิชย์ส่งออกลดลง 3% (YOY) นั่นแปลว่ารถยนต์นั่งไทยอาจกำลังเจอความเสี่ยงในตลาดนี้

ส่งออกอาเซียน คาดเสียแชมป์ให้จีนและญี่ปุ่น

แม้ตั้งแต่ปี 2560 ไทยจะครองตำแหน่งแชมป์ส่งออกรถยนต์นั่งไปอาเซียนมาโดยตลอด ทว่าหลังผ่าน 7 เดือนแรกของปี 2567 มา กลับพบจีนและญี่ปุ่นขยับส่วนแบ่งขึ้นนำไทยได้เป็นครั้งแรก ขณะที่อินโดนีเซียแม้ยังมีส่วนแบ่งน้อยกว่า แต่ก็ขยับเข้ามาใกล้ไทยมากขึ้น

โดยจีนคาดขึ้นอันดับ 1 แทนที่ไทยในตลาดอาเซียนปีนี้ หลังสามารถส่งออกรถยนต์นั่ง BEV ได้เพิ่มขึ้นมาก ขณะที่ญี่ปุ่นขยับขึ้นอันดับ 2 นำโดยการส่งออกรถยนต์นั่งไฮบริด (HEV) อาศัยปัจจัยหนุนสำคัญจากมาตรการส่งเสริมรถยนต์ลดมลพิษของรัฐบาลแต่ละประเทศที่ออกมาในช่วงนี้ ส่งผลกดดันให้ไทยตกลงมาอยู่อันดับ 3 เนื่องจากไทยเพิ่งเริ่มผลิต BEV และแม้จะมีการผลิตรถยนต์นั่งไฮบริดแล้ว แต่ที่ผลิตได้ก็เน้นรองรับตลาดในประเทศที่กำลังเติบโตขึ้นก่อน

ขณะที่อินโดนีเซียแม้ปัจจุบันอยู่ในอันดับ 4 แต่พบการส่งออกรถยนต์นั่งขนาดเล็กใช้น้ำมันล้วน (ICE) ที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ส่วนแบ่งขยับเข้าใกล้ไทยมากขึ้น หลังความต้องการรถยนต์นั่งขนาดเล็กหรือรถอเนกประสงค์ราคาประหยัดเพิ่มขึ้นมากในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ที่ประชากรรายได้ยังไม่สูงนัก เช่น ฟิลิปปินส์และเวียดนาม

การกลับสู่ผู้นำส่งออก เผชิญอีกหลายปัจจัยลบ

ในระยะข้างหน้าการส่งออกรถยนต์นั่ง BEV และไฮบริด อาจเร่งขึ้นมาช่วยชดเชยได้ หลังไทยมีแนวโน้มผลิตรถยนต์นั่ง BEV และไฮบริดในประเทศได้มากขึ้น จากการสนับสนุนของภาครัฐ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอีกหลายด้านที่การส่งออกรถยนต์นั่งไทยอาจต้องเผชิญในอนาคต ได้แก่

ความเสี่ยงฝั่งอุปทาน

ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนกับประเทศพันธมิตรของสหรัฐที่ยืดเยื้อ อาจกดดันให้จีนยังคงต้องส่งออก BEV มายังตลาดเป้าหมายเดิมของไทยอย่างอาเซียนต่อ ทำให้การส่งออก BEV จากไทยในอนาคตยังคงต้องเจอการแข่งขันต่อไปอยู่

รถยนต์นั่งส่งออกจากญี่ปุ่นกำลังถูก BEV จีนเข้าตีตลาดในหลายประเทศ ทำให้ญี่ปุ่นต้องกระจายการส่งออกไฮบริดซึ่งเป็นตัวหลักออกไปยังหลายตลาดมากขึ้นรวมถึงอาเซียน เพื่อรักษาปริมาณการผลิตรถยนต์ในประเทศ ทำให้โอกาสการลงทุนผลิตรถยนต์นั่งไฮบริดในไทยปริมาณมากเพื่อการส่งออกในอนาคตยังมีความไม่แน่นอน

ความเสี่ยงฝั่งอุปสงค์

มาตรการส่งเสริมรถยนต์นั่ง BEV และไฮบริดของตลาดศักยภาพอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ อาจหมดในสิ้นปีหน้า ทำให้โอกาสนำเข้า BEV และไฮบริดของตลาดอาเซียนอาจไม่เร่งตัวมากเหมือนช่วงที่ผ่านมา แม้จะยังมีเวียดนามและฟิลิปปินส์ที่คงมาตรการส่งเสริมตลาดรถยนต์นั่ง 2 กลุ่มนี้ต่อถึงปี 2570 และ 2571 ตามลำดับก็ตาม

ค่ายรถ BEV ที่ลงทุนผลิตในไทยมีการลงทุนผลิตเพิ่มในอินโดนีเซียด้วย เพื่อรองรับตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทำให้โอกาสส่งออก BEV จากไทยไปอีกตลาดศักยภาพอย่างอินโดนีเซียลดน้อยลง รวมถึงไทยอาจเจอการแข่งขันจาก BEV ส่งออกจากอินโดนีเซียในอนาคตด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จีน-ญี่ปุ่น ส่งออกรถนั่งไปอาเซียนแซงหน้าไทย คาดทั้งปี’67 หดตัว 6%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...