โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตอบคำถาม เรียนต่ออังกฤษ เลือกหลักสูตรไหนดี ใช้เอกสารอะไรบ้าง

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 09 ก.ย 2567 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2567 เวลา 03.10 น. • HELLO! Magazine Thailand
การสมัครเรียนต่อในประเทศอังกฤษจำเป็นต้องเตรียมเอกสารหลายประการเพื่อให้การสมัครของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและครบถ้วน

การเลือกหลักสูตรสำหรับการศึกษาต่อในประเทศอังกฤษสามารถขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึงเป้าหมายการศึกษาและข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้าเรียน
อันดับแรกควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตร IB และ AP ซึ่งพ่อแม่ควรวางแผนว่าให้ลูกควรเรียนหลักสูตรใด ที่เหมาะสมสำหรับการเรียนต่อในอังกฤษ

cottonbro studio – Photography (pexels.com)

หลักสูตร IB:

เป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในมหาวิทยาลัยอังกฤษ และมักเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับนักเรียนที่ต้องการการเตรียมตัวที่ครอบคลุมสำหรับการศึกษาต่อ เพราะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง หลักสูตร IB Diploma ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยในอังกฤษเป็นอย่างดีและเป็นที่นิยมมาก มหาวิทยาลัยหลายแห่งในอังกฤษมีการกำหนดเกณฑ์การรับสมัครที่ชัดเจนสำหรับนักเรียนที่เรียน IB

หลักสูตร AP:

แม้จะได้รับการยอมรับแต่ไม่แพร่หลายเท่า IB นักเรียนที่เรียน AP ควรตรวจสอบข้อกำหนดเฉพาะของมหาวิทยาลัยอังกฤษที่ต้องการสมัคร เพราะโปรแกรม AP มุ่งเน้นการเรียนรู้ในวิชาเฉพาะ ทำให้นักเรียนสามารถแสดงความเชี่ยวชาญในบางสาขา แต่ไม่ครอบคลุมทุกด้านเหมือน IB
HELLO! Education แนะนำให้ตรวจสอบข้อกำหนดการรับสมัครของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งในอังกฤษเพื่อให้แน่ใจว่าหลักสูตรที่เลือกตรงตามความต้องการของแต่ละสถาบัน

Enrique – Photography (pexels.com)

รายการเอกสารที่มักจะต้องใช้ในการสมัครเรียนต่อ:

1. แบบฟอร์มสมัครเรียน

  • ใบสมัคร: โดยปกติจะเป็นแบบฟอร์มออนไลน์ที่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลการศึกษา และความสนใจในหลักสูตรที่เลือก

2. ผลการศึกษา

  • ใบรับรองผลการเรียน: ใบแสดงผลการเรียนจากโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาปัจจุบัน รวมถึงผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาหรือปริญญาตรี
  • Transcript: ใบแสดงผลการเรียนอย่างละเอียดที่แสดงเกรดและหน่วยกิตที่ได้รับ

3. เอกสารประจำตัว

  • สำเนาพาสปอร์ต: ใช้ในการยืนยันตัวตนและความเป็นพลเมือง
  • รูปถ่าย: รูปถ่ายขนาดพาสปอร์ตหรือรูปถ่ายตามข้อกำหนดของแต่ละสถาบัน

4. เอกสารทางภาษา

  • ผลสอบภาษาอังกฤษ: เช่น IELTS, TOEFL หรือ Cambridge English Language Assessment ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของสถาบัน
  • ใบรับรองจากสถาบันการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษ: หากคุณศึกษาที่สถาบันที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก
Image by freepik

5. เอกสารสนับสนุนการสมัคร

  • จดหมายแนะนำตัว: จดหมายที่เขียนโดยครูหรืออาจารย์ที่สามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความสามารถและคุณสมบัติของคุณ
  • เรียงความหรือจดหมายแนะนำตัว: เรียงความที่แสดงถึงเหตุผลที่คุณต้องการเรียนที่สถาบันนั้นและเหตุผลที่คุณเหมาะสมกับหลักสูตรที่เลือก
  • ประวัติการทำงาน: หากสมัครเรียนในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก อาจต้องมีประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง

6. เอกสารทางการเงิน

  • หลักฐานทางการเงิน: เช่น ใบรับรองเงินฝากธนาคารหรือจดหมายรับรองทางการเงินเพื่อแสดงความสามารถในการครอบคลุมค่าใช้จ่ายในระหว่างการศึกษา

7. ใบรับรองการทำงาน

  • ใบรับรองการทำงาน: สำหรับการสมัครเรียนในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก ที่อาจต้องการประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้อง

8. เอกสารการสนับสนุนพิเศษ (หากมี)

  • ใบรับรองสุขภาพ: บางกรณีอาจต้องแสดงใบรับรองสุขภาพหรือการตรวจสุขภาพ
  • เอกสารเกี่ยวกับการขอวีซ่า: เช่น เอกสารการขอวีซ่าหรือเอกสารการรับรองจากสถาบันการศึกษาในอังกฤษ

ที่สำคัญควรตรวจสอบข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละสถาบันหรือหลักสูตรที่คุณสมัคร เนื่องจากอาจมีเอกสารเพิ่มเติมที่ต้องการหรือขั้นตอนพิเศษในการสมัคร

อ่านเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับราชวงศ์ ทั้งไทย และ ต่างประเทศ เซเลบริตี้ ข่าวสารใหม่ ๆ และ เรื่องราวเกี่ยวกับแฟชั่น สุขภาพ และความงามได้ที่ Hello!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...