โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกสาวคนไหนของ “ท่านผู้หญิงเปลี่ยน” ผู้เขียนตำรา “แม่ครัวหัวป่าก์” ที่ได้เป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ 5?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 ก.ย 2568 เวลา 18.54 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2568 เวลา 18.51 น.
เจ้าจอมพิศว์ ในรัชกาลที่ 5 ที่ชอบสุนัขเป็นชีวิตจิตใจ

ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ภริยาเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) เป็นที่รู้จักมาถึงปัจจุบันด้วยท่านเป็นผู้แต่งตำราอาหาร “แม่ครัวหัวป่าก์” ที่ทุกวันนี้ก็ยังมีผู้นำสูตรมาปรุงเป็นอาหารจานเด็ดนิยมรับประทานกันแพร่หลาย ด้านชีวิตครอบครัว ท่านมีทายาท 5 คน แล้วลูกสาวท่านผู้หญิงเปลี่ยนคนไหนที่ได้เป็น “เจ้าจอม” ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ลูกสาวท่านผู้หญิงเปลี่ยน

ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2390 เป็นธิดาคนโตของนายสุดจินดา (พลอย ชูโต) กับนางนิ่ม ธิดาของคุณหญิงเปี่ยม ซึ่งคุณหญิงเปี่ยมเป็นธิดาของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) ที่เกิดกับหม่อมปาน

เมื่อเจริญวัยขึ้น ท่านได้สมรสกับเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) บุตรสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) ที่เกิดกับหม่อมอิน

ท่านผู้หญิงเปลี่ยนมีบุตรธิดารวม 5 คน คือ

คุณเพ่ง ได้เป็นเจ้าหมื่นศรีสรรักษ์
คุณพิศว์ ได้เป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ 5
คุณพาสน์ ได้เป็นนายราชาณัตยานุหาร
คุณพัฒน์ ได้เป็นหม่อมของเจ้านายท่านหนึ่ง
คุณพวง ได้เป็นภรรยาของพระยาดำรงค์ราชพลขันธ์

เป็นอันว่า ลูกสาวท่านผู้หญิงเปลี่ยนที่ได้เป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ 5 ก็คือ “คุณพิศว์” นั่นเอง

เจ้าจอมพิศว์ ในรัชกาลที่ 5

คุณพิศว์ เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2413 เมื่ออายุได้ราว 13 ปี ได้ติดตามเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ผู้เป็นบิดาเข้าไปในวังอยู่เสมอ ทำให้ได้เข้าเฝ้าฯ รัชกาลที่ 5 และคุ้นเคยกับข้าราชบริพารทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายใน

ต่อมา เมื่อถึงงานพระราชพิธีโสกันต์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจันทราสรัทวาร พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 ประสูติแต่พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ รัชกาลที่ 5 โปรดให้คุณพิศว์ทำหน้าที่เป็นนางเชิญมยุรฉัตรเข้ากระบวนแห่ในงานพระราชพิธี

ทั้งยังทรงมีพระราชกระแสขอคุณพิศว์จากเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ ท่านจึงได้ให้ท่านผู้หญิงเปลี่ยนนำคุณพิศว์เข้าถวายตัวรับราชการเป็นฝ่ายใน

เมื่อเข้ามาใช้ชีวิตในวังแล้ว เจ้าจอมพิศว์ได้อาศัยอยู่ที่ตำหนักของเจ้าจอมมารดาแพ (แพ บุนนาค) ในรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ในสายสกุลบุนนาคเช่นเดียวกัน

เจ้าจอมพิศว์เป็นที่รักของชาววังอย่างยิ่ง เนื่องด้วยท่านเป็นคนไม่เย่อหยิ่งถือตัว ซึ่งเรื่องนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล พระราชนัดดาในรัชกาลที่ 5 ทรงเล่าว่า แม้เจ้าจอมพิศว์ถูกคนรุ่นลูกรุ่นหลานหยอกล้อ แต่ท่านก็ไม่ถือโทษโกรธเคือง แต่กลับเห็นเป็นเรื่องสนุกขบขัน

พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ทรงเล่าว่า ครั้งหนึ่งหลานๆ เคยล้อเลียนคิ้วของท่านว่าเขียนไม่เท่ากัน ระดับคิ้วซ้ายขวาเปลี่ยนขึ้นลงไม่เหมือนกันสักครั้ง เจ้าจอมพิศว์ก็ไม่โกรธอันใด

เจ้าจอมพิศว์ยังรักสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะสุนัข ปรากฏหลักฐานดังคำบอกเล่าของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ พระราชนัดดาในรัชกาลที่ 5 และพระอนุชาในพระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ที่ทรงเล่าว่า

“ผมยังจำได้ว่า นอกจากท่านจะเป็นคนรักเด็กแล้ว ท่านยังเป็นคนรักสัตว์อย่างจับจิตจับใจ สิ่งที่ท่านชอบที่สุดได้แก่ สุนัข ท่านเลี้ยงสารพัดชนิดตั้งแต่หมาไทยไปจนถึงหมาเทศราคาแพง ๆ บางครั้งผมก็ขอท่านไปเลี้ยง บางครั้งท่านก็เอาของผมไป…”

ลูกสาวท่านผู้หญิงเปลี่ยนท่านนี้ เปรียมเสมือนลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เพราะท่านขึ้นชื่อเรื่องต้มหมูแฮมได้อร่อยและหอมชวนรับประทาน รวมทั้งยังทำน้ำพริกได้หลายสูตรหลายรสชาติอีกด้วย รัชกาลที่ 5 จึงโปรดปรานฝีมือการทำอาหารของเจ้าจอมพิศว์

เจ้าจอมพิศว์มีอายุยืนยาวถึง 5 แผ่นดิน ท่านถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2508 สิริอายุ 95 ปี

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ฮิมวัง. “‘เจ้าจอมพิศว์’ ใน ร.5 สตรีชาววังคนแรก ๆ ในสยามที่ชอบเลี้ยงสุนัขเป็นชีวิตจิตใจ”.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 สิงหาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลูกสาวคนไหนของ “ท่านผู้หญิงเปลี่ยน” ผู้เขียนตำรา “แม่ครัวหัวป่าก์” ที่ได้เป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ 5?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...