AOTGA ลงทุน150 ลบ.เปิดคาร์โก้สุวรรณภูมิ ปั๊มรายได้ 67 แตะ3 พันลบ.
AOTGA รับลูกศุลกากร-AOT ทุ่ม 150 ลบ.ตั้ง ‘ศูนย์บริการศุลกากรเพื่อกระจายสินค้า’ เขตปลอดอากรสนามบินสุวรรณภูมิ รองรับดีมานด์ขนส่ง50,000 ตันต่อปี คาดหนุนรายได้ปี 2567 แตะ 3,000 ล้านบาท เล็งประมูล 2 บิ๊กโปรเจ็คบริการภาคพื้น-คาร์โก้ ดันรายได้โตเท่าตัว
นายสิริวัฒน์ โตวชิรกุล ผู้จัดการใหญ่ บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (บพท.) หรือ AOTGA (ออทก้า) เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศมีอัตราการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญโดยเฉพาะกลุ่มสินค้า E-Commerce
ทั้งนี้ AOTGA - AOT และ กรมศุลกากร มีเป้าหมายเชื่อมการขนส่ง บก ราง น้ำ อากาศ ผ่านด่านศุลกากรจบในจุดเดียว ณ เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (โซน 3) โดยเปิดตัว ‘ศูนย์บริการศุลกากรเพื่อกระจายสินค้า’ หรือ ‘Multimodal Transportation Center’ รองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ทั้ง ทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งสามารถรองรับปริมาณการขนส่งได้กว่า 50,000 ตันต่อปีภายใต้งบลงทุน 150 ล้านบาท
“ศุลกากรได้มอบสิทธิให้ AOT ดำเนินการศูนย์บริการศุลกากรเพื่อกระจายสินค้า และ AOTGA ได้รับอนุยาติจาก AOT ให้ดำเนินการ “ศูนย์บริการศุลกากรเพื่อกระจายสินค้า” หรือ “Multimodal Transportation Center” ณ เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (โซน 3) เนื่องจากเรามีประสบการณ์การบริหารจัดการคลังสินค้าที่ท่าอากาศยานภูเก็ต และมีความพร้อมทางด้านการลงทุนเกี่ยวกับระบบการจัดการคลังสินค้า
โดยมีพื้นที่อาคารรวมทั้งหมด 4,876 ตรม. เป็นพื้นที่บริษัทจัดการรวม 3552 ตรม. แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนคือ 1 Fixed Area : ขนาด 2,368 ตารางเมตร ให้บริการพื้นที่ผู้ประกอบการขนส่งภาคเอกชน 3 บริษัท ได้แก่ เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (FedEx) ,บริษัท ดีเอชแอล โกลเบิล ฟอร์เวิร์ดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (DHL) และบริษัท เอเชีย กราวด์ เซอร์วิส จำกัด (AGS)
2 Public Area ขนาด 1,184 ตารางเมตร ให้บริการโดย บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (บพท.)ให้บริการ การนำเข้า, การส่งออก, การผ่านแดน, การเก็บรักษา, การรวมบรรจุ, การแยกบรรจุ, การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขนส่ง, การเคลื่อนย้ายของระหว่างคลังสินค้า(โซน1) และศูนย์บริการศุลกากรเพื่อกระจายสินค้า (โซน3)”
ทั้งนี้ปี 2566 ที่ผ่านมา AOTGA มีรายได้ 2,515 ล้านบาท กำไร 627 ล้านบาทและคาดว่าปี 2567 จะสามารถทำรายได้ราวๆ 3,000 ล้านบาทจากบริการภาคพื้น 2,500 ล้านบาทและบริการทำความสะอาด 500 ล้านบาท
นอกจากนี้ AOTGAยังคาดการณ์ว่า 2568 บริษัทจะสามารถทำรายได้แตะ3,800 ล้านบาท จากแรงหนุนการเติบโตของบริการภาคพื้นในสนามบินภูเก็ตซึ่งเป็นรายได้ใหญ่ของบริษัท 60-70% จะมีปริมาณเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นและฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม ตามมาด้วยสนามบินดอนเมือง 30% ขณะที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ยังมีสัดส่วนรายได้ที่น้อยอยู่เนื่องจากAOTGA ยังไม่ได้ประมูลงานภายในสนามบิน
อย่างไรก็ตามหากย้อนไปในช่วงกลางปี 2567 AOT มีแผนสปินออฟAOTGA เข้าระดมทุนผ่าน IPOในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปี 2568 เพื่อรองรับ 2 โปรเจกต์ใหญ่มูลค่ากว่า 67,000 ล้านบาท ระยะสัญญา 25 ปี ได้แก่
1) โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้นท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของผู้ประกอบการรายที่ 3 วงเงิน 29,390.76 ล้านบาท
2) โครงการให้บริการคลังสินค้า (คาร์โก้) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 วงเงิน 37,914.56 ล้านบาท ซึ่งผู้บริหารมองว่าหากจะเข้าประมูลทั้ง 2 โครงการอาจต้องใช้งบลงทุนเฟสแรกราวๆ 1,000 ล้านบาท แต่หากสามารถปิดดีลได้ทั้ง 2 โครงการAOTGA จะสามารถทำรายได้เท่าตัว