โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ตรวจสภาพรถ มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ ต้องเสียเงินเท่าไร เตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

Car2day

อัพเดต 05 ส.ค. 2567 เวลา 23.08 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2567 เวลา 13.30 น. • Car2Day

ตรวจสภาพรถ มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ ประจำปีนั้น มีความสำคัญอย่างไร และต้องตรวจเช็กอะไร มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอย่างไรต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง Car2day ได้หาความรู้มาให้แล้ว

ตรวจสภาพรถ มอเตอร์ไซค์

เช็กลิสต์สภาพรถยนต์ประจำปี ต้องเตรียมตัวดังนี้

การตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี หรือที่คุ้นตากันตามป้ายริมทางต่างๆ คือ การตรวจสภาพรถ ตรอ. ซึ่งถือได้ว่าเป็นการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเสียภาษีรถยนต์ ซึ่งตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ได้ระบุไว้ว่า

“รถที่จะนำมาใช้ในการขนส่งตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 หรือนำมาจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. 2522 จะต้องมีสภาพมั่นคง แข็งแรง มีลักษณะ ขนาด และเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบของรถ ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับรถ ผู้โดยสารไปกับรถคันนั้น ผู้ขับขี่รถคันอื่น ๆ คนเดินถนน รวมทั้งสภาพแวดล้อมต่าง ๆ”

ดังนั้นเราที่ต้องการใช้รถยนต์ก็ต้องปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ได้กำหนดไว้

ตรวจสภาพรถ มอเตอร์ไซค์

ประเภทรถยนต์ที่ต้องตรวจสภาพประจำปีก่อนเสียภาษี โดยทางกรมการขนส่งทางบกได้กำหนดเอาไว้ดังนี้

  • รถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกทุกประเภท โดยไม่จำกัดอายุการใช้งาน ดังนี้

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป

    [* รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป , * รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป , * รถจักรยานยนต์ ที่มีอายุใช้งานครบ 5 ปี ขึ้นไป ]
ตรวจสภาพรถ มอเตอร์ไซค์

สามารถนำไปตรวจเช็กสภาพรถประจำปีได้ที่ไหน?

  • รถยนต์ที่ท่านสามารถไปจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกทุกประเภท ท่านสามารถนำรถไปตรวจได้ที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมขนส่งทางทางบก หรือที่หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกก็ได้

  • ประเภทรถยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์

  • เจ้าของรถต้องนำรถไปตรวจสภาพกับสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น แต่ก็มีกรณียกเว้นดังนี้

  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม : ท่านจะต้องตรวจสภาพที่ ตรอ. หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกก็ได้รถของส่วนราชการ : บุคคลในคณะผู้แทนทางการฑูต คณะผู้แทนทางกงสุล องค์การระหว่างประเทศ ฯลฯ ให้ตรวจสภาพที่ ตรอ. หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก ก็ได้

    [        * รถที่มีการดัดแปลงสภาพ : กรณีที่มีการดัดแปลงสภาพรถ รถที่เปลี่ยนสี เปลี่ยนเครื่องยนต์ รถที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลขตัวรถ หรือเลขเครื่องยนต์ รถที่ขาดต่ออายุทะเบียนเกิน 1 ปี ฯลฯ เราจะต้องนำรถไปตรวจสภาพที่หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น ]
ตรวจสภาพรถ มอเตอร์ไซค์

เมื่อไหร่ที่จะถึงกำหนดตรวจสภาพรถยนต์?

  • เราจะต้องนำรถไปตรวจสภาพประจำปีให้เรียบร้อยก่อนที่ภาษีรถยนต์ประจำปีของเราจะหมดอายุ แต่ก็มีเงื่อนไขอีกอย่างก็คือ การตรวจสภาพรถประจำปีของเรานั้นจะสามารถตรวจล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือนก่อนภาษีรถเราจะหมดอายุเท่านั้น และหากเราลืมที่จะตรวจสภาพรถยนต์หรือดำเนินการล่าช้า เราก็จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มมาจากค่าตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีอีกด้วย

ค่าใช้จ่ายที่เราจะต้องจ่ายในการ ตรวจสภาพรถ มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ประจำปีนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้

  • รถจักรยานยนต์ คันละ 60 บาท
  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 150 บาท
  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 250 บาท

หากตรวจแล้วไม่ผ่านจะต้องทำอย่างไรบ้าง?

  • กรณีที่รถเราไม่ผ่านการตรวจ ทางสถานตรวจรถจะแจ้งรายละเอียดให้เราทราบว่าเราจะต้องแก้ไขอะไรบ้าง หลังจากนั้นก็ให้เราทำการแก้ไขตามนั้น และรีบนำรถกลับมาตรวจสภาพใหม่อีกครั้งภายใน 15 วัน ส่วนค่าใช้จ่ายก็จะเสียเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของการตรวจครั้งแรก กรณีถ้าเราดำเนินการช้าเกิน 15 วัน หรือ หากเรานำรถไปตรวจสภาพที่สถานที่ตรวจอื่นๆ เราก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนตามปกติ
ตรวจสภาพรถ มอเตอร์ไซค์

ตรอ.เขาตรวจเช็กอะไรบ้าง?

  • การตรวจวัดเสียง ต้องไม่เกิน 100 เดซิเบล
  • รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล ต้องตรวจควันดำ โดยระบบกระดาษกรองต้องไม่เกินร้อยละ 50 และระบบวัดความทึบแสงต้องไม่เกิน 45%
  • ตรวจสอบวัดโคมไฟหน้า ทิศทางเบี่ยงเบนของลำแสง และตรวจวัดค่าความเข้มของแสง
  • ตรวจสอบความถูกต้องข้อมูลของรถ เช่น แผ่นป้ายทะเบียนรถ ลักษณะรถ หมายเลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ เป็นต้น
  • ตรวจสภาพตัวถัง สี อุปกรณ์เกี่ยวกับความปลอดภัย อุปกรณ์ไฟฟ้า พวงมาลัย ที่ปัดน้ำฝน ว่ายังใช้งานได้ปกติหรือไม่
  • ตรวจสอบระบบบังคับเลี้ยว ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบเบรก ระบบเชื้อเพลิง ว่ายังใช้งานได้ปกติหรือไม่
  • ทดสอบประสิทธิภาพการเบรก โดยตรวจสอบอุปกรณ์ทุกชิ้นว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่
  • ตรวจวัดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และก๊าซไฮโดรคาร์บอน (HC) ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง

เจ้าของรถสามารถนำรถเข้าตรวจ ตรอ. ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือน ก่อนวันสิ้นอายุภาษีประจำปี คราวนี้ก็หมดกังวลกับการตรวจสภาพรถได้แล้วและเมื่อเราแก้ไขจนครบตามรายละเอียดที่แจ้งมาและทางสถานที่ตรวจสอบก็ตรวจเช็กว่าผ่าน เราก็จะได้ใบรับรองการตรวจสถาพรถของเราจากสถานที่ตรวจสภาพ เพื่อที่เราจะนำไปใช้ในการดำเนินการต่อภาษีป้ายทะเบียน

CR : ยามาฮ่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...