โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“หงส์เหิน” (ดอกเข้าพรรษา) ปลูกนอกฤดู ตัดดอกขาย ต่อยอดแปรรูป “ ผลิตภัณฑ์ชาเพื่อสุขภาพ” เสริมรายได้

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 25 ก.ย 2567 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2567 เวลา 09.09 น.

“ หงส์เหิน” เป็นไม้ดอกที่มีศักยภาพทางการตลาดทั้งในประเทศและส่งออก ที่ผ่านมา คนไทยนิยมนำดอกหงส์เหินไปบูชาพระ จัดแจกัน และจัดกระเช้าดอกไม้สด เนื่องจากหงส์เหินมีอายุการใช้งานมากกว่า 7 วัน ประกอบกับเป็นไม้ดอกที่มีรูปทรงดอกที่แปลกตา ปัจจุบันผู้ซื้อต่างประเทศเช่น ญี่ปุ่นและเนเธอร์แลนด์ สนใจสั่งซื้อหัวพันธุ์หงส์เหินไปผลิตและจำหน่าย

หงส์เหินเป็นพืชในวงศ์ขิงข่ากระจายพันธุ์ในเขตร้อนชื้นและกึ่งร้อนพบในพื้นที่ป่ากระจายทุกภาคของประเทศไทย หัวพันธุ์มีลักษณะเป็นแบบเหง้าสั้น ช่อดอกออกจากปล้องปลายสุดของลำต้นเป็นช่อดอกแบบช่อกระจะแยกแขนง ดอกมีลักษณะคล้ายหงส์ ออกดอกในเดือนกรกฎาคม ซึ่งตรงกับเทศกาลเข้าพรรษาจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “ดอกเข้าพรรษา”

เดิม ดอกหงส์เหิน สามารถปลูกได้เพียงปีละครั้ง คือปลูกช่วงเดือน เมษายน –พฤษภาคม และออกดอกช่วงเดือน มิถุนายน–สิงหาคม กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแพร่ เล็งเห็นความสำคัญของไม้ดอกชนิดนี้ จึงได้สำรวจและรวบรวมหงส์เหินจำนวน 20 สายพันธุ์ ทำการคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้ตัดดอกโดยใช้เกณฑ์คัดเลือก คือ สีของช่อดอกสดใส ความยาวช่อดอกไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร ความยาวก้านช่อดอกไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร การเรียงตัวของกลีบประดับถี่ และซ้อนอย่างเป็นระเบียบ สามารถคัดเลือกลักษณะตามเกณฑ์ได้ 5 สายพันธุ์ และตั้งชื่อตามลักษณะของดอก คือ ขาวตาก รวงข้าว ชมพูอ่อน ชมพูเข้มช่อยาวใบตั้ง และชมพูเข้มช่อยาวสระบุรี

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแพร่ ได้คัดเลือกพันธุ์ที่มีความเหมาะสมในพื้นที่จังหวัดแพร่ 2 พันธุ์ คือ พันธุ์รวงข้าว และพันธุ์ขาวตาก นำไปทดสอบในแปลงเกษตรกร อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ พบว่า การปลูกหงส์เหินทั้ง 2 พันธุ์ มีต้นทุนการผลิต 62,870 บาทต่อไร่ (ประกอบด้วย ค่าไถเตรียมพื้นที่ ค่าแรงงานเตรียมแปลง ปลูก กำจัดวัชพืช ใส่ปุ๋ย และเก็บเกี่ยว ค่าหัวพันธุ์ ปุ๋ยเคมี 15-15-15 ปุ๋ยเคมี 13-13-21 ปุ๋ยอินทรีย์ แกลบดิบ ซาแรน ลวดดำ และเสาไม้ไผ่) โดยหงส์เหินพันธุ์รวงข้าวสร้างรายได้ให้จำนวน 186,912 บาท/ไร่ ได้กำไร 124,042 บาท/ไร่ (จำหน่ายราคาดอกละ 2 บาท) และหงส์เหินพันธุ์ขาวตากสร้างรายได้จำนวน 101,664 บาทต่อไร่ ได้กำไร 38,794 บาทต่อไร่ ซึ่งเมื่อคิดสัดส่วนรายได้ต่อการลงทุนแล้วทั้ง 2 พันธุ์มีความคุ้มค่าที่จะลงทุนปลูกขายเป็นพืชเสริมสร้างรายได้สู่ชุมชน

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแพร่ ยังได้เพิ่มศักยภาพการผลิตหงส์เหิน โดยศึกษาวิจัยให้หงส์เหินออกดอกนอกฤดู ด้วยวิธีการเก็บรักษาหัวพันธุ์ในห้องควบคุมอุณหภูมิที่ 15-20 องศาเซลเซียส บรรจุหัวพันธุ์ในขุยมะพร้าว เพื่อป้องกันการสูญเสียความชื้นของหัวพันธุ์ ซึ่งสามารถเก็บไว้ได้นาน 6 เดือน จากนั้นนำหัวพันธุ์บ่มในกระบะที่มีขุยมะพร้าว รดน้ำให้มีความชื้น 70 เปอร์เซ็นต์ คลุมด้วยพลาสติกเพื่อรักษาอุณหภูมิให้ได้ 33 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30-45 วัน เพื่อทำลายระยะพักตัวของหัวพันธุ์หงส์เหิน กระตุ้นการงอกของหัวพันธุ์ และย้ายปลูกช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคมเพื่อให้ออกดอกในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม

อย่างไรก็ตาม หงส์เหินเป็นพืชวันยาว การบังคับให้ออกดอกนอกฤดูจำเป็นต้องให้แสงไฟเพิ่ม 4 ชั่วโมงต่อวัน ตั้งแต่เวลา 20.00-24.00 น. ภายใต้โรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยใช้หลอดอินเคนเดสเซ็นต์ ความสว่าง 60 ลักซ์ให้แสงไฟต่อเนื่องหลังจากหงส์เหินงอกใบจริงเป็นระยะเวลา 60 วัน จนกระทั่งออกดอก จะทำให้หงส์เหินมีจำนวนดอก ความยาวก้านดอก จำนวนใบ และจำนวนหัวพันธุ์ อยู่ในเกณฑ์ที่ดี สามารถปลูกเป็นไม้ตัดดอกนอกฤดูได้

การปลูกหงส์เหินนอกฤดูกาล พันธุ์การค้า(พันธุ์ขาวตาก) ในสภาพโรงเรือนต้นแบบการผลิตนอกฤดู จะเป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร โดยประยุกต์จากโรงเรือนต้นแบบมีขนาด 12x 24 เมตร สามารถปลูกเต็มประสิทธิภาพของพื้นที่โรงเรือนจำนวน 4,608 ถุง (16 ถุง/ตร.ม.) มีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 33,394 บาท สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรถึง 82,944 บาท (จำหน่ายราคาดอกละ 6 บาท) มีกำไร 49,550 บาท ซึ่งองค์ความรู้ด้านการผลิตหงส์เหินนอกฤดูของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแพร่ พร้อมถ่ายทอดให้กับเกษตรกร และกลุ่มผู้ผลิตหงส์เหินในพื้นที่นำไปปรับใช้ต่อไป ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นางสาววิภาดา แสงสร้อย และนายรณรงค์ คนชม ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแพร่ ตั้งอยู่เลขที่ 205 หมู่ที่ 5ตำบลวังหงส์ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่. โทรศัพท์ 054-520550

แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มเป็น

ผลิตภัณฑ์ชาเพื่อสุขภาพ

ทีมนักวิจัย มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ประกอบด้วย ดร.นพรัตน์ น้อยเจริญ และ ดร.สยาม อัจฉริยประภา ทีมนักวิจัยเล็งเห็นว่า ดอกเข้าพรรษาหรือดอกหงส์เหิน เป็นดอกไม้สำคัญประจำจังหวัดสระบุรี ที่นิยมนำมาสักการะบูชาพระในเทศกาลเข้าพรรษา หลังผ่านเทศกาลดังกล่าวแล้ว ดอกไม้ที่ไหว้พระกลับถูกทิ้งไป เพื่อเป็นการลดปัญหาขยะที่เกิดขึ้น จึงนำดอกเข้าพรรษาที่จะถูกทิ้งนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ชาดอกเข้าพรรษา หรือชาดอกหงส์เหิน และส่งเสริมความรู้ในการเพาะปลูกให้มีจำนวนมากขึ้น เป็นส่วนช่วยส่งเสริมให้ผู้คนชุมชนมีรายได้สามารถพึ่งพาตนเองได้ช่วยแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่คนในชุมชนในอนาคต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “หงส์เหิน” (ดอกเข้าพรรษา) ปลูกนอกฤดู ตัดดอกขาย ต่อยอดแปรรูป “ ผลิตภัณฑ์ชาเพื่อสุขภาพ” เสริมรายได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...