โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รู้จัก “ธุรกรรมหุ้นหลักประกัน” คืออะไร? กับความเสี่ยงถูกบังคับขาย-ความน่าเชื่อถือ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ก.ย 2567 เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2567 เวลา 03.29 น.

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ชวนทำความรู้จัก "ธุรกรรมหุ้นหลักประกัน" คืออะไร มีกี่ประเภท และความเสี่ยงถูกบังคับขาย-ความน่าเชื่อถือ

วันที่ 25 กันยายน 2567 ฝ่ายนโยบายระดมทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ชวนทำความรู้จักกับ "ธุรกรรมหุ้นหลักประกัน" ความเสี่ยงและข้อพึงระวัง โดยระบุว่า

ช่วงที่ผ่านมา หลายท่านน่าจะเห็นข่าวการทำ “ธุรกรรมหุ้นหลักประกัน” ของกรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทจดทะเบียน โดยนำหุ้นไปวางเป็นหลักประกันแล้วถูกบังคับขาย (Forced Sell) หรือกรณีที่นำหุ้นไปฝากไว้กับผู้รับฝากหลักทรัพย์ (custodian) ในต่างประเทศ แล้วเกิดกรณีไม่คาดคิดว่าหุ้นที่ได้นำไปฝากไว้นั้นถูกโอนหรือถูกขายออกไป อันเป็นผลจากการทำสัญญาให้สิทธิในการตัดสินใจขายแก่คู่สัญญา

ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ล้วนกระทบต่อภาพลักษณ์และราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียน ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงควรระมัดระวังการลงทุน ในกรณีที่พบว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือ ผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนมีการนำหุ้นไปวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่ว่าจะเป็นบัญชีมาร์จิ้นหรือวางกับ custodian ในต่างประเทศ เนื่องจากธุรกรรมดังกล่าวอาจมี“ความเสี่ยง”

รู้จัก “ธุรกรรมหุ้นหลักประกัน”

เพื่อให้ทุกท่านเห็นภาพของธุรกรรมหุ้นหลักประกัน จึงขออธิบายถึงลักษณะของการทำธุรกรรมดังกล่าวสักเล็กน้อย

ธุรกรรมหุ้นหลักประกัน คือ การทำสัญญากู้ยืมเงินโดยการนำหุ้นของผู้กู้ไปวางเป็นหลักประกัน ซึ่งนอกจากเป็นการนำหุ้นไปวางเป็นหลักประกันกับบริษัทหลักทรัพย์เพื่อเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นด้วยวงเงินที่สูงขึ้น ที่รู้จักคุ้นหูว่า “บัญชีมาร์จิ้น” แล้ว ยังรวมถึงการทำสัญญากู้ยืมเงินโดยนำหุ้นไปจำนำเป็นหลักประกันสินเชื่อด้วย

ปัจจุบัน การใช้หุ้นเป็นหลักประกันการชำระหนี้ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมีด้วยกันใน 2 รูปแบบ คือ

1) การนำหุ้นในรูปแบบใบหลักทรัพย์ (Scrip) ไปเป็นหลักประกันการชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คือ การทำสัญญาระหว่างผู้กู้ยืมและผู้ให้กู้ โดยผู้กู้ยืมจะส่งมอบหุ้นในรูปแบบ “ใบหลักทรัพย์” ให้เจ้าหนี้เพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้ และต้องมีการจดแจ้งการนำหุ้นไปวางเป็นหลักประกันกับ “นายทะเบียน”

2) การนำหุ้นในรูปแบบไร้ใบหลักทรัพย์ (Scripless) ที่ฝากไว้กับ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) ไปเป็นหลักประกันการชำระหนี้ คือ การนำหุ้นที่จดทะเบียนหรือหุ้นที่ฝากไว้กับ TSD ไปเป็นหลักประกันการชำระหนี้ โดยต้องมีการบันทึกการใช้หลักทรัพย์เป็นประกันกับบริษัทหลักทรัพย์ หรือ TSD

การนำหุ้นไปเป็นหลักประกันทั้ง 2 รูปแบบนี้ จะไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ในหุ้นให้แก่เจ้าหนี้ในทันทีที่มีการทำสัญญากู้ยืม โดยเจ้าหนี้จะสามารถนำหุ้นไปขายทอดตลาดได้ก็ต่อเมื่อมีการผิดนัดชำระหนี้และเจ้าหนี้ได้ดำเนินการต่าง ๆ ตามกระบวนการบังคับหลักประกันแล้ว

นอกจากนี้ไม่ว่าจะเป็นแบบที่ใช้ใบหลักทรัพย์ (Scrip) หรือ แบบไร้ใบหลักทรัพย์ (Scripless) เป็นหลักประกัน ก.ล.ต. ขอย้ำให้มีการจดแจ้งหรือบันทึกการจำนำหรือการวางเป็นหลักประกันกับ TSD ด้วย เพื่อป้องกันการโอนเปลี่ยนมือโดยมิชอบ

อย่างไรก็ดีในช่วงที่ผ่านมากล่าวได้ว่า การนำหุ้นไปวางเป็นหลักประกันการกู้ยืมนั้น มีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น โดยไม่ได้มีเพียงการทำสัญญากู้เงินเท่านั้น ยังอาจทำสัญญาตกลงโอนหลักประกันเพื่อนำหุ้นไปฝากไว้กับ custodian ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นบุคคลที่สามให้เป็นผู้เก็บรักษาหลักประกันไว้แทนผู้ให้กู้ เพื่อประโยชน์ในการบังคับหลักประกันเมื่อมีการผิดเงื่อนไขสัญญากู้เงินได้อีกด้วย

นอกจากนี้ หุ้นที่วางไว้เป็นหลักประกัน หากเป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนอาจมีความเสี่ยงในหลายมิติ ที่ผู้วางหลักประกันต้องพึงระวัง เพื่อไม่ให้เกิดกรณีที่ไม่คาดคิดจนทำให้ผู้วางประกันได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบไปถึงผู้ลงทุนให้ได้รับความเสียหายด้วย

ความเสี่ยงจากการถูกบังคับขาย

การใช้บัญชีมาร์จิ้น มีข้อควรระวัง คือ วงเงินกู้ยืมอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามราคาหุ้นที่นำไปวางเป็นหลักประกัน และหากราคาหุ้นที่นำไปวางเป็นหลักประกันไว้ลดลงมาก ๆ จนต่ำกว่าระดับที่เกณฑ์กำหนด อาจถูกบังคับขายหุ้นที่นำไปวางไว้เป็นหลักประกันตามสัญญาได้ นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังพบว่า การทำสัญญากู้ยืมเงินโดยนำหุ้นไปจำนำเป็นหลักประกันสินเชื่อ มีความเสี่ยงที่จะถูกบังคับขายหุ้นที่เป็นหลักประกันได้เช่นกัน

สำหรับผู้ลงทุนเอง จึงควรใช้ความระมัดระวังในการเลือกลงทุนในหุ้นที่มีการนำไปเป็นประกันในสัดส่วนที่สูง เพราะในกรณีที่มีแรงเทขายจากการถูกบังคับขายออกมาเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลให้ราคาหุ้นนั้นปรับตัวลดลงได้ (ผู้สนใจสามารถดูข้อมูล สรุปรายงานหลักทรัพย์ที่วางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้น ได้ที่เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)

ความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือ

นอกจากความเสี่ยงข้างต้นแล้ว ผู้ที่นำหุ้นไปวางเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินควรพิจารณาความเสี่ยงในด้านความน่าเชื่อถือของผู้ให้กู้ รวมถึงตัวแทนของบุคคลเหล่านี้ด้วย เช่น ตรวจสอบความมีตัวตนและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ให้กู้เป็นบริษัทหรือกองทุนจะต้องมีการนำหุ้นไปฝากไว้กับบุคคลที่สาม หรือ custodian จึงต้องพิจารณาว่า custodian นั้นเป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือไม่

ในกรณีที่มีการนำหุ้นไปวางเป็นหลักประกัน หรือ ฝากไว้กับ custodian ในต่างประเทศแล้วเกิดกรณีไม่คาดคิด อาจติดตามได้ยากและต้องดำเนินการต่าง ๆ ตามกฎหมายของแต่ละประเทศ รวมทั้งอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบริษัทจดทะเบียน และทำให้ราคาหุ้นปรับลดลงได้

ดังนั้น การนำหุ้นไปวางเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินโดยเฉพาะหุ้นของบริษัทจดทะเบียน ผู้ที่เป็นเจ้าของหุ้นไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทจดทะเบียนนั้น ควรพิจารณาถึงปัจจัยความเสี่ยงต่าง ๆ ให้รอบคอบ โดยครอบคลุมถึงการมีตัวตนของผู้ให้กู้/คู่สัญญาและตัวแทนของกลุ่มบุคคลดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีการถูกบังคับขายหรือหุ้นที่นำไปฝากไว้สูญหาย ซึ่งล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดผลเสียต่อตนเอง ต่อบริษัท ตลอดจนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดทุนไทยโดยรวม ในขณะที่ผู้ลงทุนควรติดตามข้อมูลข่าวสารของบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับ “ธุรกรรมหุ้นหลักประกัน” เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนด้วยเช่นกัน

ในปัจจุบัน ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลการนำหุ้นไปวางเป็นหลักประกัน เพิ่มเติมจากข้อมูลธุรกรรมสำคัญของบริษัทจดทะเบียนและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องต้องรายงาน เช่น การรายงานในแบบ 56-1 One Report การเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ (แบบ 59) และการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของผู้บริหาร (แบบ 246-2) ที่เปิดเผยบนหน้าเว็บไซต์ของ ก.ล.ต.* ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่มีนัยสำคัญและอาจมีผลกระทบต่อราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียน

หมายเหตุ : link การรายงานข้อมูลของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน

รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ (แบบ 59) https://market.sec.or.th/public/idisc/th/r59

การได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของผู้บริหาร (แบบ 246-2) https://market.sec.or.th/public/idisc/th/r246

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...