โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตาธุรกิจเทคโนโลยี ธุรกิจ Intrend แนวโน้มเติบโตดีปี 2024

Positioningmag

อัพเดต 08 ก.พ. 2567 เวลา 05.58 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2567 เวลา 05.50 น.

เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินธุรกิจในทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นการทำงานอัตโนมัติในสายการผลิต ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดแบบเรียลไทม์ เทคโนโลยีช่วยให้สามารถตัดสินใจในธุรกิจได้อย่างชาญฉลาด เพิ่มประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด
เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงการทำงานแบบอัตโนมัติอีกต่อไป แต่กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆช่วยเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์และส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด ตั้งแต่กระบวนการผลิต การตลาด การประสานงานร่วมกันของทุกฝ่ายในองค์กร เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า
องค์กรทั่วโลกมีความจำเป็นต้องปรับตัวอย่างมากเพื่อรองรับการเคลื่อนไหวของ Digital Transformation ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน และพัฒนาระบบการดำเนินงานขององค์กรให้สามารถแข่งขันได้
ยกตัวอย่างเช่น ในกระบวนการผลิต การที่เทคโนโลยีโรบอติกสามารถทำงานแทนมนุษย์ในสายการผลิตบางส่วน ทำให้ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ
ในด้านการตลาด การวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาดที่ทำได้ด้วยเทคโนโลยี ช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดได้อย่างทันท่วงที เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า
การลงทุนในระบบไอที เทรนด์ใหม่แห่งการเติบโต
ปัจจัยดังกล่าวทำให้ทุกภาคธุรกิจหันมาเอาจริงเอาจังกับการพัฒนาเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือระบบไอที ที่มีส่วนช่วยในการจัดการและประมวลผลข้อมูล การจัดเก็บและการประมวลผล รวมไปถึงการสื่อสารทั้งในและนอกองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รายงานของ Gartner บริษัทวิจัยและให้คำแนะนำด้านไอทีระดับโลก คาดการณ์ว่าการลงทุนด้านไอทีทั่วโลกในปี 2567 จะเติบโต 8% จากปี 2566 โดยแตะระดับ 5.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากระดับ 4.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2566
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของการลงทุนด้านไอทีในปีนี้ คือการลงทุนในระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง ซึ่งคาดว่าจะเติบโต 24% จากปีก่อน ส่งผลให้การลงทุนในธุรกิจซอฟต์แวร์และบริการระบบไอทีเติบโตขึ้นสองหลักเช่นกัน


นอกจากนี้ ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการเติบโตของการลงทุนด้านไอทีในปีนี้ ได้แก่

  • ความต้องการใช้งานระบบไอทีที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจและองค์กรต่างๆ เพื่อรองรับการทำงานและการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล (Digital Transformation)

  • การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things) ที่ส่งผลให้ความต้องการใช้งานระบบไอทีเพิ่มขึ้น

  • นโยบายของภาครัฐที่สนับสนุนการปรับเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)ทั้งภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ (Digital Government)

การลงทุนด้านไอทีที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีต่อการดำเนินธุรกิจและเศรษฐกิจโลกโดยเทคโนโลยีจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจและองค์กรต่างๆ ในทุกภาคส่วน
เทรนด์เทคโนโลยีปี 2024 ขับเคลื่อนด้วย AI และความยั่งยืน
ปัจจุบันเทคโนโลยี Big Data, Cloud Computing และ Cybersecurity ยังคงมีความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและสังคม โดย Big Data ช่วยในการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพ Cloud Computing ช่วยในการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ได้อย่างยืดหยุ่น และ Cybersecurity ช่วยป้องกันการโจมตีทางด้านไซเบอร์ในรูปแบบต่างๆ
เทรนด์เทคโนโลยีปี 2024 ล่าสุด Gartner ชี้ให้เห็นว่า อนาคตของการทำงานและสังคมจะถูกขับเคลื่อนด้วยแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มที่ชาญฉลาด โดยอาศัยพลังของ AI ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ควบคู่กับเทคโนโลยีที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ การลงทุนในระบบที่มีความเชี่ยวชาญและดีเยี่ยมเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึง เนื่องจากมีผลต่อความสามารถในการใช้เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหาและนำเสนอโซลูชันที่มีคุณภาพสูง การวางระบบที่ดีและมีความเชี่ยวชาญจะช่วยให้หน่วยงานที่ทำการลงทุนนี้สามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในกิจการอย่างเต็มประสิทธิภาพและประสิทธิผล


NAT ผู้นำด้าน Infratech ครบวงจร ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
เมื่อพูดถึงผู้เชี่ยวชาญด้าน Infratech ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ “NAT”บมจ. แนท แอบโซลูท เทคโนโลยีส์ คือหนึ่งในผู้ให้บริการชั้นนำเป็นผู้เชี่ยวชาญในการวางโครงสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ให้บริการด้านเทคโนโลยีครบวงจรแก่องค์กรชั้นนำของประเทศ โดยมุ่งเน้นการนำเสนอโซลูชั่นทางเทคโนโลยีที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ด้วยประสบการณ์ดำเนินงานกว่า 20 ปี และ มีพันธมิตรที่มีผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับระดับโลก
NAT แบ่งกลุ่มธุรกิจออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์และรับเหมาวางระบบด้าน IT ซึ่งมีสัดส่วน 98% ของรายได้ โดยครอบคลุมงานระบบโครงสร้างพื้นฐานไอที (IT Infrastructure Solution), ระบบเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐาน (Network Infrastructure Solution), ระบบคลาวด์ (Cloud Solution), ระบบการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security Solution), ระบบศูนย์ข้อมูล (Data Center Solution) และระบบการติดต่อสื่อสารแบบครบวงจร (Digital Collaboration Solution)

  • ธุรกิจบริการอื่นๆ จำนวน 2% ของรายได้ ได้แก่ บริการเจ้าหน้าที่ไอที (IT Outsourcing), บริการเดินสายระบบเน็ตเวิร์ค (Cabling System), บริการงานด้านระบบภายในอาคาร (Mechanical and Electric: M&E), และบริการให้เช่าอุปกรณ์ในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับใช้ภายในสำนักงานตามที่ลูกค้าต้องการ

ในส่วนของกลุ่มลูกค้าแบ่งเป็น ลูกค้าภาครัฐ ประมาณ 85%ได้แก่ กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ และ ลูกค้าภาคเอกชน ประมาณ 15% อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์, กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน และ กลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
การทำงานของ NAT จะเข้าไปพูดคุยกับลูกค้าและทำความเข้าใจการทำงานของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศปัจจุบัน เพื่อนำมาพิจารณาถึงสิ่งที่ต้องการปรับปรุง รวมไปถึงความต้องการพัฒนาระบบในด้านต่างๆ ตามความต้องการของลูกค้า เพื่อนำเสนอโซลูชันทางเทคโนโลยีและการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด พร้อมเสริมศักยภาพการทำงานของระบบให้ครบทุกความต้องการขององค์กร ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพของระบบมีเสถียรภาพ สามารถติดตามผลและตรวจสอบได้ และคำนึงถึงความปลอดภัยของระบบ
นอกจากการนำเสนอโซลูชันทางเทคโนโลยี จุดเด่นที่สำคัญของ NAT คือ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานในระดับโลก อาทิ ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่มีความแข็งแกร่งและเป็นอันดับหนึ่งของโลกอย่าง Dell Technologies เจ้าของผลิตภัณฑ์ด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศชั้นนำของประเทศสหรัฐอเมริกาโดยNAT ได้รับความไว้วางใจในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระดับTitanium Partner ซึ่งเป็นระดับสูงสุด, Genesys ผู้นำด้าน Customer Experience แบบ Omnichannel ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับด้าน Cloud Contact Center โดยมีจุดเด่นการวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบ AI learning เพื่อให้ข้อมูลองค์กรที่ครบรอบด้านแก่ลูกค้าที่ใช้บริการ พร้อมทั้งรายงานผลแบบเรียลไทม์ และ Radwareผู้นำด้านเทคโนโลยี DDoS Protection และการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์นอกจากนี้ยังมีอีกหลายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเลือกใช้ ซึ่งจะเป็นจุดเด่นในด้านการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่สามารถปรับใช้ให้เหมาะสมกับระบบที่ลูกค้าต้องการพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด


INET Cloud คลาวด์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านไอซีที
Cloud Computing เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเราอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การศึกษา การสื่อสาร หรือความบันเทิง เทคโนโลยีนี้จึงมีแนวโน้มที่จะพัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
ธุรกิจเกิดใหม่และองค์กรขนาดใหญ่มีความต้องการใช้บริการ Cloud Service มากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้บริษัทที่ให้บริการ Cloud Service เติบโตอย่างรวดเร็วตามไปด้วย
ไอเน็ต ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีแบบครบวงจร ช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน
โดยมีบริการครอบคลุมทุกความต้องการด้านไอซีที ตั้งแต่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไปจนถึงการให้บริการศูนย์ข้อมูลแบบคลาวด์ ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและทันสมัยได้อย่างง่ายดาย
บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของไอเน็ต ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยให้ธุรกิจสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย อีกทั้งบริการศูนย์ข้อมูลแบบคลาวด์ ช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้งานระบบไอทีได้โดยไม่ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีเอง ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้บริการ
SECUEiNFO ใช้ AI ตรวจจับภัยคุกคามไซเบอร์
บริษัท ซีเคียวอินโฟ (SECUEiNFO) อีกหนึ่งผู้บริการด้านระบบรักษาความปลอดภัยอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร โดยมีบริการหลัก 4 รูปแบบ ได้แก่ Managed Security Service ให้บริการเฝ้าระวัง ตรวจจับ และแจ้งเตือนภัยคุกคามทางไซเบอร์แบบครบวงจร, Cyber Security Risk Assessment ให้บริการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์, Cyber Security Consultant ให้บริการให้คำปรึกษาด้านความปลอดภัยไซเบอร์, Cyber Security Education and Awareness ให้บริการฝึกอบรมเพื่อสร้างความรู้ด้านความปลอดภัยไซเบอร์
เทรนด์เทคโนโลยีปี 2024 ชี้ให้เห็นว่า AI และเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและสังคมในอนาคต โดยธุรกิจควรให้ความสำคัญในการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงาน
ผู้นำองค์กรควรประเมินศักยภาพของเทรนด์เทคโนโลยีเหล่านี้เทียบกับบริบทเฉพาะขององค์กร เช่น ธุรกิจของคุณอยู่ในอุตสาหกรรมใด มีจุดแข็งและจุดอ่อนอย่างไร มีเป้าหมายทางธุรกิจอะไรบ้าง จากนั้นจึงนำเทรนด์เหล่านี้ผสานเข้ากับแผนกลยุทธ์ระยะยาว 2-3 ปี ปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจและการดำเนินงานให้เหมาะสม
นอกจากนี้ อย่ามองเทรนด์เทคโนโลยีเหล่านี้แยกส่วน แต่เป็นเทคโนโลยีที่เสริมพลังกันและกันตัวอย่างเช่น ธุรกิจของคุณสามารถใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงเป้าหมาย ใช้ Cloud Computing เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเก็บข้อมูล ปกป้องด้วย Cybersecurity ที่ล้ำสมัย ซึ่งบริษัทนำระบบ AI จาก IBM Security ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีศูนย์เฝ้าระวังภัยคุกคามไซเบอร์ เพื่อช่วยตรวจจับและวิเคราะห์การโจมตีได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำสูงสุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...