ศุกร์ (สุข) ละวัด พาไหว้ ‘วัดพระแก้ว’ กลางทุ่งสิงห์บุรี
The Bangkok Insight
อัพเดต 23 ก.พ. 2567 เวลา 05.34 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2567 เวลา 04.20 น. • The Bangkok Insightวัดพระแก้ว ตั้งอยู่ในเขตตำบลท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เป็นวัดเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่กลางทุ่ง ริมคลองชลประทาน อยู่ห่างมาทางทิศตะวันออกของแม่น้ำน้อยประมาณ 2-3 กิโลเมตร และห่างลงมาทางตอนใต้ของวัดมหาธาตุ (หน้าพระธาตุ) และวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ประมาณ 4-5 กิโลเมตร
เดิมวัดนี้ มีชื่อเรียกว่า "วัดหัวเมือง" แต่ในเวลาต่อมา ชาวบ้านเรียกติดปากว่า "วัดเจดีย์กลางทุ่ง" เพราะมีเจดีย์ใหญ่ทรงระฆังคว่ำ ศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยา มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ถึง 7 ชั้น เป็นระฆังคว่ำต่อด้วยแท่นบัลลังก์ และปล่องโฉม สูงประมาณ 35 เมตร
เจดีย์ดังกล่าว ได้รับการบูรณะใหม่ขึ้นใหม่เมื่อปี 2526 โดยช่างกรมศิลปากร และยังมีเจดีย์รายรอบบริเวณอีก 9 องค์ ลักษณะเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ปัจจุบันขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติขึ้นกับกรมศาสนา
วัดนี้เดิมเป็นวัดร้างดูโดยทั่วไปก็เหมือนไม่มีความสำคัญ เช่นเดียวกับวัดร้างทั่ว ๆ ไปที่มีอยู่มากมายในสิงห์บุรี ที่วัดหลายแห่งต้องร้างไป จากการเสียกรุงศรีอยุธยาในปี 2310 การย้ายถิ่นฐานของชุมชนบ้านเรือนจากภัยธรรมชาติ หรือโรคร้าย โดยวัดร้างเหล่านี้ มักจะมีพระสงฆ์รุ่นใหม่ ๆ เข้าไปครอบครอง บ้างก็ขอพระราชทาน "วิสุงคามสีมา" บูรณะวัด สร้างเป็นวัดใหม่ขึ้นมา "ซ้อนทับ" อีกที
การซ้อนทับของวัดร้างกับวัดใหม่ บ้างก็เป็นผลดี บ้างก็เป็นผลเสีย เพราะหลายครั้งก็มีการทำลายหลักฐานทางโบราณคดีในพื้นที่โดยไม่ตั้งใจ จนยากที่จะสืบสวนเรื่องราวที่ไม่มีการจดบันทึกไว้ เพราะมีแต่ซากของอาคาร และโบราณวัตถุที่แตกหักกระจัดกระจาย
บางวัดที่ซ้อนทับกัน ก็มีการ "สร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่" โดยอาศัยประวัติศาสตร์กระแสหลักชาตินิยม อ้างโยงไปเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์องค์สำคัญ หรือโยงไปเกี่ยวเหตุการณ์สำคัญตามหนังสือแบบเรียนประวัติศาสตร์ หรือบางทีก็ไปนำเรื่องราวของ "นิทานท้องถิ่น" ที่เล่าต่อกันมาแบบปากต่อปาก (มุขปาฐะ) หรือนำเรื่องราว "เหนือธรรมชาติ" ภูตผีปีศาจ อภินิหาร ปาฏิหาริย์ และเรื่องราวสยองขวัญต่าง ๆ มาโยงใย เพื่อให้ดูขลัง และศักดิ์สิทธิ์
ลายวัดก็ตีอายุสมัยของ "ซากวัด" ที่มาทับซ้อนว่า มีอายุเก่าแก่ ตามความเชื่อ อคติ หรือประสบการณ์ของพระผู้บุกเบิก หรือ ญาติธรรมที่พอมีความรู้ รวบรวมมาอธิบาย
วัดร้างหลายแห่ง จึงกลายมาเป็น "วัดใหม่" ที่ดูจะหา "รากฐาน" ที่แท้จริงได้ยาก นอกจากการ "คาดเดา" หรือ "จินตนาการ" เอง
วัดแห่งนี้มีความสำคัญมาก เพราะมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น นั่นก็คือ "การเป็นวัดที่มีศาสนสถานตั้งอยู่กลางน้ำ" แบบเดียวกับวัดสระศรี วัดตระพังเงิน วัดตระพังทองในเขตกรุงสุโขทัย (เมืองเก่า)
รูปแบบเจดีย์ทรงระฆังของวัดพระแก้ว มีความเหมือนกับ "เจดีย์ทรงลังกา" ในเขตวัฒนธรรมสุโขทัย มากกว่าจะเหมือนของกรุงศรีอยุธยา และสุวรรณภูมิ ประกอบกับการวางแผนผังที่มี "คูน้ำ" ขนาดใหญ่ล้อมรอบ ไม่มีกำแพงกั้น ดูเหมือนจะใกล้เคียงกับ "อุทกุกฺเขปสีมา" หรือ "สีมากลางน้ำ" ในคติของนิกายลังกา "สิงหลภิกขุ"
"อุทกุกฺเขปสีมา" หรือ "อุทกสีมา" ก็คือ "เขตสมมุติ" ที่ตั้งอยู่กลางน้ำ มีระยะห่างจากฝั่งตามแบบแผนที่ว่า "ไม่น้อยกว่าการวักน้ำสาดไปโดยรอบแห่งบุรุษผู้มีกำลังปานกลาง สาดไปไม่ถึงเขตของสีมา" ซึ่งเขตสมมุตินี้จะใช้เป็นเรือนแพ หรือเป็นเรือก็ได้ แต่ห้ามเคลื่อนที่ในระหว่างการประกอบ "สังฆกรรม"
ในยุคโบราณ มีความเชื่อว่า การอุปสมบทหรือการทำสังฆกรรมใน "สีมากลางน้ำ" จะมีความบริสุทธิ์ และเข้าถึงพระพุทธองค์ได้มากกว่า "พัทธสีมา" แบบทั่วไป ที่อยู่บนบก อีกทั้งยังมีความสะดวก เพราะเป็นโบสถ์ หรือสีมาที่ถูก "สมมุติ" ขึ้น
เมื่อสิ้นสุดพิธีกรรม พื้นที่ "อุทกสีมา" ในสระน้ำนั้น ก็คืนกลับสู่ธรรมชาติโดยอัตโนมัติ ในขณะที่ "พัทธสีมา" จะมีความยุ่งยากในการจัดการทางพิธีกรรมมากกว่า
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ศุกร์ (สุข) ละวัด แวะไหว้พระ 'วัดไชยมงคล' การเงิน-ธุรกิจ รุ่งเรือง
- ศุกร์ (สุข) ละวัด พาเที่ยว วัดมณีวนาราม ไหว้พระแก้วโกเมน
- ศุกร์ (สุข) ละวัด แวะเที่ยว 'วัดกุฏิบางเค็ม' ชมความงาม 'อุโบสถไม้สัก-ภาพฝาไม้แกะสลัก'
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg