โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์เผยฝุ่น PM2.5 กระตุ้นภูมิแพ้กำเริบ แนะวิธีรับมือสำหรับผู้ป่วยภูมิแพ้

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 มี.ค. 2567 เวลา 14.03 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2567 เวลา 01.00 น. • The Bangkok Insight

แพทย์เผยฝุ่น PM2.5 กระตุ้นภูมิแพ้กำเริบ ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและสุขภาพในระยะยาว แนะวิธีรับมือสำหรับผู้ป่วยภูมิแพ้

นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขนาดของฝุ่น PM 2.5 นั้นเล็กมากจนสามารถลอดผ่านจมูกเข้าไปในปอดและดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้ อาการป่วยที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคภูมิแพ้จึงอาจไม่ใช่แค่ จาม คัน คัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา เหมือนอาการภูมิแพ้ทั่วไป แต่อาจทำให้เกิดอาการหอบหืด มีอาการระบบทางเดินหายใจ หรือการอักเสบที่หลอดลม ซึ่งจะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้อากาศ ซึ่งมักตอบสนองต่อฝุ่นและมลพิษได้ไวและรุนแรงกว่าคนทั่วไป

ภูมิแพ้กำเริบ

ฝุ่นส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและสุขภาพในระยะยาว

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวต่อว่า ฝุ่น PM 2.5 มีกลไกการอักเสบที่ลงลึกไปที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน และระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ส่งผลต่อภูมิแพ้ทางเดินหายใจและภูมิแพ้ผิวหนัง เวลาที่สูดเข้าไปจะเกิดการอักเสบทั้งทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ภูมิแพ้โพรงจมูก จาม น้ำมูก คัดจมูก ลามไปถึงโพรงไซนัสอักเสบ

ส่วนการอักเสบทางเดินหายใจส่วนล่าง คือ บริเวณหลอดลมกับถุงลมในปอด เมื่อร่างกายของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ได้รับฝุ่น PM 2.5 เพิ่มขึ้นจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้เดิมได้ไวขึ้น และเกิดการแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดใหม่เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งทำให้โรคภูมิแพ้โพรงจมูก โรคหอบหืดกำเริบรุนแรงขึ้นได้

นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์

PM 2.5หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงต่อการกำเริบของโรคภูมิแพ้

นายแพทย์ชนกชนม์ ไชยบัง นายแพทย์ชำนาญการ กลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยกลุ่มโรคภูมิแพ้ โพรงจมูกอักเสบ โรคหอบหืด หรือโรคปอดอื่น ๆ จะพบว่ามีอาการกำเริบได้ง่ายเมื่อได้รับ PM 2.5 ตั้งแต่คัดจมูกมาก มีน้ำมูกไหล ไอ หอบเหนื่อย หายใจเสียงหวีด บางรายอาจรุนแรงถึงระบบหายใจล้มเหลวได้โดยเฉพาะผู้มีโรคปอดรุนแรง

ส่วนกลุ่มผู้ป่วยภูมิแพ้ผิวหนัง อาจมีอาการคันมากขึ้น เกิดผื่นแดงตามผิวหนัง ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้สามารถรักษาควบคุมอาการให้สงบได้ บางรายสามารถควบคุมจนแทบไม่มีอาการ แต่บางรายที่คุมอาการได้ยากอาจมีอาการแบบเรื้อรัง จำเป็นต้องได้รับยาควบคุมอาการอย่างสม่ำเสมอ

และสิ่งสำคัญคือต้องระมัดระวังในการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ที่ทราบหรือสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้กำเริบ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล โดยมีข้อมูลชัดเจนว่าฝุ่น PM 2.5 ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงต่อการกำเริบของโรคภูมิแพ้

ภูมิแพ้กำเริบ

วิธีป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก

สำหรับวิธีป้องกันตนเองจากฝุ่นพิษ PM 2.5 คือ

  • หมั่นตรวจสอบคุณภาพอากาศจากแหล่งข้อมูลของรัฐหรือเอกชน รวมถึงการใช้เครื่องวัดปริมาณฝุ่นแบบพกพา เพื่อวางแผนการทำกิจกรรมให้เหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน หรือกลางแจ้งในบริเวณที่มีคุณภาพอากาศไม่ดี
  • หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านหรือที่โล่งแจ้ง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคระบบการหายใจหรือโรคหัวใจเรื้อรัง แนะนำให้ใส่หน้ากากพิเศษชนิดที่เรียกว่า “เอ็นเก้าสิบห้า” สำหรับคนทั่วไปอย่างน้อยให้ใส่ “หน้ากากอนามัย” โดยต้องใส่ให้ถูกวิธี และใส่เสื้อผ้าที่ปกคลุมผิวหนังได้ดี
  • การออกกำลังกายควรทำในที่ร่มฝุ่นน้อย
  • รับประทานอาหารที่มีวิตามินซี และวิตามินอี เช่น ผักและผลไม้
  • การใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในช่วงที่มีคุณภาพอากาศไม่ดี
  • การล้างจมูกแนะนำสำหรับผู้ป่วยภูมิแพ้ที่มีน้ำมูกมาก โดยทำความสะอาดก่อนพ่นยา หรือกลุ่มคนที่ต้องทำงานกลางแจ้งและสัมผัสฝุ่นเป็นเวลานานๆ แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีอาการไม่แนะนำให้ล้างจมูก

เมื่อเรารู้วิธีและสามารถหลีกเลี่ยงการก่อภูมิแพ้ดังกล่าวได้อย่างถูกวิธี อาการกำเริบของโรคก็จะลดลง อย่างไรก็ตามไม่ควรมองว่าโรคภูมิแพ้เป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะอาการแพ้ที่เกิดจากฝุ่น PM 2.5 ควรต้องพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพราะหากปล่อยไว้จนเรื้อรังนอกจากยากต่อการรักษา ยังอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อร่างกายมากกว่าที่คิด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...