โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

AOT เร่งบริหารโฟลว์ผู้โดยสารกรกฎาคมนี้ ทุกบริการ “ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 มี.ค. 2567 เวลา 08.07 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. 2567 เวลา 08.07 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

หลังนายกฯเศรษฐา ทวีสิน ประกาศขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการบินของโลก (Aviation Hub) โดยตั้งเป้ายกระดับท่าอากาศยาน “สุวรรณภูมิ” ของไทยให้กลับมาติดอันดับ 1 ใน 20 สนามบิน
ที่ดีที่สุดในโลกภายใน 5 ปี และเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าแห่งภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุด 1 ใน 5 ของโลก

“กีรติ กิจมานะวัฒน์” ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์กับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแผนการยกระดับการให้บริการของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งภายใต้การบริหาร หลังรัฐบาลประกาศผลักดันให้ท่าอากาศยาน “สุวรรณภูมิ” กลับมาอยู่ในอันดับ 1 ใน 50 ภายในเวลา 1 ปีให้ได้ ไว้ดังนี้

มุ่งบริหาร Flow ผู้โดยสาร

“ดร.กีรติ” บอกว่า AOT ได้ทำการยกระดับมาตรฐานการบริการท่าอากาศยานในเครือข่ายทั้ง 6 แห่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นหน้าด่านสำคัญ (Gateway) ในการรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยตั้งเป้าหมายว่าตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 นี้ การเช็กอิน การตรวจค้น และการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ทุกขั้นตอนจะใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที

“เป้าปีนี้ผมว่าแชลเลนจ์มาก ๆ เพราะเวลา 15 นาทีเร็วมาก แต่เรามั่นใจว่าเราจะสามารถทำได้”

โดย AOT จะมุ่งเน้นการบริหารจัดการผู้โดยสารให้มีเกิดความคล่องตัว ลดความหนาแน่น (Passenger Flow) หรือทำให้อำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารในการเดินทางเข้า-ออก ตามนโยบายของท่านนายกฯ (นายเศรษฐา ทวีสิน) ซึ่งได้ดำเนินไปตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยเริ่มต้นจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่ได้เพิ่มเจ้าหน้าที่หน้าด่าน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 200 อัตรา และมีแผนจะเพิ่มอีก 400 อัตราภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้

ในส่วนของ AOT ได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกี่ยวกับระบบบริการผู้โดยสารสมัยใหม่เข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการผู้โดยสารทั้ง 6 ท่าอากาศยาน ให้ได้รับความสะดวกรวดเร็ว ลดระยะเวลาการรอคอยและแก้ปัญหาคอขวด บรรเทาความหนาแน่นของผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วน

ประกอบด้วย 1.ระบบตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง (Common Use Terminal Equipment : CUTE) เป็นระบบอำนวยความสะดวกและจัดการด้านการเข้าถึงระบบเช็กอินผู้โดยสารผ่าน Airlines Application 2.ระบบเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติ (Common Use Self Service : CUSS) เป็นระบบอำนวยความสะดวก และจัดการด้านการเข้าถึงระบบเช็กอินผู้โดยสาร โดยมุ่งเน้นการบริการแบบ Self-service ซึ่งผู้โดยสารไม่ต้องต่อแถวรอ

3.ระบบรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ (Common Use Bag Drop : CUBD) ผู้โดยสารสามารถโหลดกระเป๋าสัมภาระสู่สายพานลำเลียงได้ด้วยตนเองอัตโนมัติ 4.ระบบตรวจสอบยืนยันตัวตนผู้โดยสาร (Passenger Validation System : PVS) เป็นระบบการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางของผู้โดยสาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยาน

5.ระบบประตูทางออกขึ้นเครื่องอัตโนมัติ (Self-boarding Gate : SBG) เพิ่มความสะดวกสบายนักเดินทาง 6.ระบบ Individual Carrier System (ICS) ซึ่งเป็นระบบขนส่งสัมภาระความเร็วสูงและมีความแม่นยำสูงในการตรวจสอบติดตามสัมภาระ

7.ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติขาออก (Auto Gate) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Passport) เพิ่มขีดความสามารถในการตรวจหนังสือ เดินทางจากเดิม 5,000 คนต่อชั่วโมง เป็น 10,000 คนต่อชั่วโมง และ 8.ระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (Automated People Mover : APM) รถไฟฟ้าเชื่อมต่ออาคารผู้โดยสารกับอาคาร SAT-1

ตั้ง Auto Gate ขาออกแทน ตม.

นอกจากนี้ ยังให้บริการผ่านโครงข่าย 5G นำเสนอประสบการณ์เดินทางแบบใหม่ให้กับผู้โดยสาร เช่น หุ่นยนต์อัจฉริยะ AI ระบบตรวจจับและรับรู้ใบหน้าบุคคล (Biometric) ระบบความปลอดภัยการบินขั้นสูง และระบบตรวจจับวัตถุต้องสงสัย เป็นต้น

“ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมหรือช้าสุดคือเดือนสิงหาคม 2567 นี้การบริการหลาย ๆ ส่วนของท่าอากาศสุวรรณภูมิจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกสบาย และมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น”

พร้อมยกตัวอย่างท่าอากาศสุวรรณภูมิว่า AOT มีแผนติดตั้งช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติทั้งขาเข้าและขาออก (Auto Gate) รวม 80 เครื่อง แบ่งเป็น ขาออก 60 เครื่อง และเขาเข้า 20 เครื่อง โดยเครื่องออโต้เกตขาออกจะรองรับพาสปอร์ตต่างชาติรวม 91 สัญชาติ (ครอบคลุมเกือบ 100%)

เรียกว่า ช่อง ตม. ขาออก ต่อไปแทบจะไม่ใช้คนเลย

ส่วนขาเข้าจำนวน 20 เครื่องรองรับพาสปอร์ตคนไทยและอีก 5-6 ประเทศที่มีสนธิสัญญาต่อกัน เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ฯลฯ และโยกเจ้าหน้าที่ ตม. ที่ประจำขาออกไปช่วยขาเข้า ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ผู้โดยสารมี Flow ดีขึ้น

ตรวจค้นไม่ต้องถอดรองเท้า

เช่นเดียวกับระบบเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติ (Common Use Self Service : CUSS) และระบบรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ (Common Use Bag Drop : CUBD) ซึ่งปัจจุบันสายการบินรายใหญ่ใช้บริการหมดแล้ว ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70-80% จะเหลือสายการบินเล็ก ๆ เท่านั้นที่ยังไม่ใช้

“ตั้งแต่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา เราลดกระบวนการของจุดตรวจค้น เดิมเมื่อผู้โดยสารผ่านเครื่องเอกซเรย์ต้องเอาโน้ตบุ๊ก แท็บเลต พาวเวอร์แบงก์ ออกจากกระเป๋า ต้องถอดรองเท้า ฯลฯ ตอนนี้เราลดขั้นตอนไปหลายเรื่อง เช่น ยกเลิกมาตรการถอดรองเท้า พาวเวอร์แบงก์
ไม่ต้องเอาออกจากกระเป๋า ฯลฯ ซึ่งเรามั่นใจว่าจะทำให้กระบวนการ ณ จุดตรวจค้นเร็วขึ้นประมาณ 30%”

นอกจากนี้ ยังได้ขยายเวลาเช็กอินล่วงหน้าถึง 6 ชั่วโมง สำหรับผู้โดยสารที่ใช้บริการระบบเช็กอินอัตโนมัติ และระบบรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติด้วยตัวเอง และล่วงหน้า 4 ชั่วโมงสำหรับผู้โดยสารที่เช็กอินหน้าเคาน์เตอร์

“เดิมเราเปิดให้ผู้โดยสารเช็กอินล่วงหน้า 3 ชั่วโมง ประเด็นนี้เราก็ขยับตามนโยบายรัฐบาลมาตั้งแต่ 1 มีนาคมที่ผ่านมาเช่นกัน ซึ่งเชื่อว่าจากแผนดังกล่าวนี้จะทำให้หลายส่วนดีขึ้น”

ขึ้นท็อป 20 สนามบินโลก

เมื่อถามว่าคิดอย่างไรก็บเป้าหมายที่นายกฯเศรษฐากำหนดให้ยกระดับสนามบินสุวรรณภูมิให้ติดอันดับ 1 ใน 50 ของสนามบินที่ดีที่สุดในโลกภายในระยะเวลา 1 ปี และติดอันดับ 1 ใน 20 ของโลก ภายในระยะเวลา 5 ปี “ดร.กีรติ” บอกว่า มีความเป็นไปได้แน่นอน เพราะ AOT ได้เปลี่ยนแปลงไปหลายส่วนแล้ว เพื่อตอบโจทย์ความเป็น Aviation Hub ของประเทศไทยตั้งแต่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา

สำหรับเรื่องการจัดอันดับปีนี้คาดว่าจะประกาศในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2567 ซึ่งจะยังเป็นผลของการตรวจสอบเมื่อปี 2566 อันดับของสุวรรณภูมิอาจยังไม่ขยับมากนัก แต่มั่นใจว่าหลังจากการปรับตัวครั้งใหญ่ในปีนี้จะทำให้อันดับของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิดีขึ้น และติด 1 ใน 50 ของสนามบินที่ดีที่สุดในโลกได้

และบอกด้วยว่า ตนได้ตั้งเป้าหมายการทำงานของตัวเองตั้งแต่เข้ามาบริหาร AOT แล้วว่าจะทำให้ “สุวรรณภูมิ” ติด 1 ใน 30 ของสนามบินที่ดีที่สุดในโลกให้ได้ ฉะนั้นเป้าหมายนายกฯเศรษฐาที่ต้องการให้สุวรรณภูมิติดอันดับ 1 ใน 20 ของโลก ภายในระยะเวลา 5 ปี จึงมีความเป็นไปได้สูง

และยิ่งรัฐบาลประกาศเดินหน้าขับเคลื่อน Aviation Hub ยิ่งเป็นโอกาสที่ดีมากที่จะทำให้ AOT สามารถเดินหน้าลงทุนและปรับตัวได้เร็วขึ้น

พร้อมย้ำว่า ในด้านของการพัฒนาไม่มีจังหวะไหนที่ดีเท่านี้อีกแล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : AOT เร่งบริหารโฟลว์ผู้โดยสารกรกฎาคมนี้ ทุกบริการ “ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...