โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทางเลือกการลงทุนใน Private Fund กับภาษีที่นักลงทุนบุคคลธรรมดาต้องรู้

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 03 เม.ย. 2567 เวลา 05.31 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2567 เวลา 22.00 น.

ปัจจุบันการลงทุนผ่านกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากผู้ลงทุนสามารถเลือกรูปแบบการลงทุนได้หลากหลายและสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและรูปแบบการลงทุนได้ตามความต้องการควบคู่ไปกับการได้รับคำแนะนำและวางแผนการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญ เนื่องด้วยลักษณะเฉพาะของกองทุนส่วนบุคคล คือ รูปแบบกองทุนที่เกิดจากผู้ลงทุนบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลได้มอบหมายให้บริษัทที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทจัดการกองทุนส่วนบุคคลมาบริหารจัดการลงทุนแทน โดยที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินหรือเงินกองทุนจะเป็นของลูกค้า (ผู้ลงทุน) และอยู่ภายใต้ชื่อของลูกค้า โดยมีผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian) ที่ได้รับความเห็นชอบจา

สำนักงาน ก.ล.ต. เป็นบุคคลที่ 3 แยกต่างหากจากบริษัทจัดการฯ ให้เป็นผู้เก็บรักษาทรัพย์สินและหลักทรัพย์ของกองทุน

ผลประโยชน์ที่กองทุนส่วนบุคคลได้รับนั้นก็จะมีภาระภาษีตามประเภทของผู้ลงทุน หากผู้ลงทุนเป็นบุคคลธรรมดากองทุนส่วนบุคคลก็จะมีภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากผู้ลงทุนเป็นนิติบุคคลกองทุนส่วนบุคคลจะมีภาระภาษีเงินได้นิติบุคคล ในที่นี้จะขอกล่าวถึงในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดาลงทุน โดยแบ่งประเภทเงินได้ตามผลตอบแทนที่กองทุนส่วนบุคคลที่จะได้รับหลักๆ ดังนี้

หากกองทุนส่วนบุคคลที่ผู้ลงทุนเป็นบุคคลธรรมดาไปลงทุนในต่างประเทศก็จะมีภาระภาษีเหมือนบุคคลธรรมดาไปลงทุนต่างประเทศด้วยตนเอง ตามที่กรมสรรพากรได้ออกคำสั่งฯ ที่ ป.161/2566 และ ป.162/2566 โดยมีหลักเกณฑ์กำหนดว่า เงินได้จากการลงทุนต่างประเทศ เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล กำไรส่วนต่างจากการขายหุ้น (Realized gain) รวมทั้งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (ถ้ามี) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป หากนำกลับเข้ามาในประเทศไทย (ไม่ว่าจะปีภาษีใด) จะต้องนำไปรวมยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย ทั้งนี้ ทางกรมสรรพากรจะมีการออกคู่มือรายละเอียดและแนวทางการเสียภาษีฯ เพิ่มเติม นักลงทุนจึงควรติดตามการประกาศจากกรมสรรพากรอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สามารถบริหารจัดการภาษีจากพอร์ตการลงทุนของตนเองได้อย่างถูกต้อง

จะเห็นได้ว่าการลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลนั้นเป็นอีกทางเลือกของนักลงทุนที่สามารถเลือกรูปแบบการลงทุนที่ตนเองต้องการได้หลากหลายและมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า อีกทั้งภาระภาษีก็ไม่ได้ต่างจากการลงทุนด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามผู้ลงทุนจะต้องเป็นผู้ที่มีเงินทุนขั้นต่ำประมาณ 5 ล้านบาทขึ้นไปและกองทุนส่วนบุคคลจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการ (Management Fee) ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินลงทุนและประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุน รวมทั้งค่าธรรมเนียมอื่นๆ เช่น Custodian Fee, Performance Fee, ค่าอากรแสตมป์, ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นต้น ผู้ลงทุนจึงควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนทั้งในด้านผลตอบแทนและภาระภาษี รวมถึงต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการกองทุนก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...