โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ปลาหมึกแถวล่าง’ ออกสาว ไม่ปาร์ตี้ หุ่นไม่ดี ไม่มีฐานะ อีกเฉดสีของเกย์ไทยนอกสปอตไลต์

The Momentum

อัพเดต 31 ม.ค. 2567 เวลา 11.07 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2567 เวลา 04.34 น. • THE MOMENTUM

คำว่า ‘ปลาหมึก’ ในชุมชน LGBTQIA+ ถูกนำมาใช้แทนประชากรแต่ละคนในคอมมูฯ โดย ‘ปลาหมึกแถวบน’ หมายถึงประชากรที่เป็นที่ต้องการของตลาด ในขณะที่ ‘ปลาหมึกแถวล่าง’ หมายถึงประชากรที่เป็นที่ต้องการน้อยกว่าด้วยเหตุผลหลากหลายประการ

หนึ่งในคุณสมบัติที่ชัดเจนที่สุดที่ทำให้ใครสักคนอาจถูกเรียกว่าเป็นปลาหมึกแถวล่าง คือรูปลักษณ์ที่หลุดกรอบ Beauty Standard และค่านิยมต่างๆ ในแบบฉบับเกย์ เช่น หุ่นดี และไม่ออกสาว หากเป็นกะเทยออกสาว หรือเป็น ‘สาวสอง’ ก็ต้องเนียนนี

‘เนียนนี’ หรือ ‘ละมุนนี’ ทั้งสองคำนี้มีความหมายคล้ายกัน เมื่อใช้ในคอมมูฯ เกย์ไทยมีความหมายว่า แนบเนียน ละมุนละไมเหมือนกับชะนี กล่าวคือจะต้องมีคุณลักษณะที่มีความเป็นหญิงตามค่านิยมเดิม เช่น ผอมบาง ใบหน้าเล็ก ผิวเรียบเนียน และท่าทีชดช้อย

นอกเหนือจากเรื่องของรูปลักษณ์แล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ยังมีการพูดคุยแบ่งปันความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ระหว่างคนในคอมมูฯ เกย์ไทยสมัยใหม่ ถึงความหมายของคำว่าปลาหมึกแถวล่างและประสบการณ์ที่ยึดโยงกับคำนี้ ที่น่าสนใจคือสถานะทางการเงินและไลฟ์สไตล์ ล้วนมีส่วนประกอบสร้างความเป็นปลาหมึกแถวล่าง

ผู้ใช้แอปพลิเคชัน X รายหนึ่งเล่าว่า เขา “เป็นเกย์ฐานะยากจน รายได้ไม่ถึงหมื่นห้า อยู่ห้องเช่าถูกๆ ติดพัดลมเพดาน วันๆ ทำแต่งาน ไม่ออกงาน ไม่สังสรรค์ ไม่มีเงินซื้อสกินแคร์หรือเข้ายิม ไม่กินข้าวห้าง กินข้าวริมทาง ใช้ชีวิตแบบในเพลงตั๊กแตน ชลดา”

นอกจากนี้ ยังมีหลายคนที่พูดถึงบ้านเกิด พื้นเพเดิม หรือครอบครัวด้วย เช่น “เป็นเกย์บ้านนอก มาชุบตัวในเมืองกรุง โชคดีได้เรียนมหาวิทยาลัยมีชื่อ แต่ก็ต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น ได้เงินมาแล้วต้องส่งให้ครอบครัวตามค่านิยม”

จะเห็นได้ว่านอกจากจะมีการแบ่งช่วงชั้นกันอย่างชัดเจน โดยใช้มาตรฐานความงามและสถานะทางการเงินเป็นเกณฑ์แล้ว แม้ว่านี่จะเป็นคอมมูฯ LGBTQIA+ ที่ถูกคาดหวังว่าจะต้อง ‘โอบรับความหลากหลาย’ แต่ประชากรส่วนใหญ่ก็ยังแบ่งแยกจัดหมวดหมู่กันและกันออกเป็นกล่องหญิงชายตามบรรทัดฐานรักต่างเพศ (Heteronormativity) อยู่ดี

การรับรู้ตัวตน ‘เกย์’ ในสังคมไทย

เช่นเดียวกับชุมชนเกย์ส่วนใหญ่ในโลก ชุมชนเกย์ไทยเริ่มปรากฏและก่อร่างขึ้นโดยเกย์ชนชั้นกลางในเขตเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าก่อนหน้านั้นไม่มีเกย์อยู่ในพื้นที่อื่น แต่หมายความว่านี่คือพื้นที่แรกๆ บนหน้าประวัติศาสตร์ที่อนุญาต (หรืออะลุ่มอล่วย) ให้เกย์ไทยมีพื้นที่ (ลับๆ) ในการแสดงตัวตนและปฏิสัมพันธ์กันในชุมชนในฐานะเกย์

นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญและหัวหน้ากลุ่มงานวิจัยและพัฒนา ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร อธิบายในบทความ การแผ่ขยายตัวของ “การเสพและสร้างความเป็นชาย” ในชุมชนเกย์ไทยสมัยใหม่จากทศวรรษ 2500-2550 ตีพิมพ์ในวารสารมานุษยวิทยาว่า ปัจจัยสำคัญของปรากฏการณ์ดังกล่าว คือสถานประกอบการประเภทบาร์ ซาวน่า ดิสโก้เธค และสถานเริงรมย์ต่างๆ ในย่านสีลม ประดิพัทธิ์ และสะพานควาย ที่งอกเงยขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2510 เป็นต้นมา รวมถึงการเปิดรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเกย์ในโลกตะวันตก ที่เผยแพร่ในนิตยสารสำหรับเกย์ เช่น มิถุนา มรกต นีออนและมิดเวย์

แนวคิดเรื่องเพศในวัฒนธรรมไทยที่แบ่งชายแบ่งหญิงชัดเจนส่งอิทธิพลต่อวัฒธรรมต่างๆ ของเกย์ไทยอย่างมาก เรียกได้ว่าเริ่มต้นตั้งแต่คำเรียกอัตลักษณ์นั่นคือคำว่า ‘เกย์’ เลยทีเดียว

คำว่า Gay ในภาษาอังกฤษที่เริ่มใช้แพร่หลายโดยสังคมอเมริกันหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง มีความหมายคล้ายกับ Homosexual หรือ ‘รักร่วมเพศ’ โดยไม่แบ่งแยกเกย์ที่สาวและเกย์ที่ไม่สาวออกจากกัน แน่นอนว่าผู้ใช้ภาษาอังกฤษรับรู้ว่าโลกนี้มีทั้งเกย์ที่ Femme (ออกสาว) และเกย์ที่ Butch (‘แมนๆ’ หรือความเป็นชายสูง) แต่พวกเขาทั้งหมดสามารถมัดรวมอยู่ภายใต้ร่ม Gay ได้

ในขณะที่ในภาษาไทย เมื่อพูดถึง ‘เกย์’ เราจะนึกถึงผู้ชายที่แม้จะรักชอบผู้ชายด้วยกัน แต่ก็ยังแสดงบทบาทในชีวิตแง่มุมอื่นๆ ไม่ต่างจากผู้ชายที่เป็นสเตรท

ในขณะที่หากพูดถึงเกย์กลุ่มที่ออกสาว แต่งหญิง ตุ้งติ้ง คำที่ผู้คนนึกถึงจะไม่ใช่ ‘เกย์’ อีกต่อไป แต่เป็นคำว่า ‘กะเทย’ จนอาจกล่าวได้ว่า หากเทียบกัน เกย์ออกสาวกับหญิงข้ามเพศ (Trans Women) มีความปรองดองและเป็นกลุ่มก้อนมากกว่าเกย์ออกสาวกับเกย์แมนๆ เสียอีก เพราะอยู่ภายใต้อัตลักษณ์กะเทยเหมือนกัน

เรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของเกย์ที่ผูกอยู่กับระบบ ‘ทุนนิยม’

เมื่อถึงปลายทศวรรษ 2520-2530 ซึ่งถือเป็นยุครุ่งเรืองของบาร์เกย์ คอมมูฯ เกย์ไทยเดินทางมาถึงจุดที่สามารถเข้ามาใช้บริการสถานเริงรมย์เฉพาะกลุ่มของตนได้ โดยมีความกลัวสังคมไม่ยอมรับหรือกลัวถูกพบเห็นน้อยกว่ายุคก่อน

เมื่อคนที่เรียกตนเองว่าเกย์ในยุคนั้นมักพยายามสร้างตัวตนในแง่มุมอื่นๆ ให้ผิดแผกจากชายแท้น้อยที่สุด แง่มุมของเพศสภาพเกย์ที่ถูกจดจำโดยทั้งคนภายในและภายนอกคอมมูฯ มากที่สุด จึงเป็นเรื่องของกิจกรรมทางเพศที่เกิดขึ้นในสถานประกอบการ ตลอดจนเรือนร่างที่เซ็กซี่ของผู้ให้บริการ

นอกเหนือจากสถานเริงรมย์ อีกหนึ่งกลุ่มทุนที่มีบทบาทไม่แพ้กันในการสร้างภาพเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบของเกย์คือนิตยสารเกย์ โดยในระยะแรก นิตยสารเหล่านี้มีเนื้อหาที่เน้นไปทางสาระความรู้ คำศัพท์เฉพาะกลุ่ม LGBTQIA+ นำเข้าจากตะวันตก ผสมกับการแบ่งปันประสบการณ์ทางเพศและภาพนายแบบในสัดส่วนที่ถัวเฉลี่ยกัน

แต่ภายหลังเริ่มมีการตัดทอนเนื้อหาส่วนอื่นๆ ลงเรื่อยๆ แล้วไปเน้นที่ภาพเรือนร่างของนายแบบแทน นิตยสารบางรายอาจมีวีซีดีโป๊แถมมาด้วย อาจชี้ให้สังคมเริ่มมีภาพจำว่า นอกจากเกย์ไทยจะมีความต้องการที่จะเสพคอนเทนต์เกี่ยวกับเพศสูงแล้ว พวกเขายังมีมาตรฐานความงามในด้านของเรือนร่างที่เคร่งครัด

วัฒนธรรมของเกย์ไทยกระแสหลัก จึงอุดมไปด้วยการแข่งขันสร้าง เสพ และยกย่องเชิดชูความเป็นชายแบบใหม่อันประกอบไปด้วยหน้าตาที่ดี เรือนร่างที่สวยงามจากการเข้ายิม บุคลิกไม่สาว ‘แมนๆ คุยกัน’ และสถานะทางการเงินที่มั่นคง

นอกจากความเป็นชายในรูปแบบที่ว่านี้จะไม่ได้ท้าทายความเป็นชายแบบเดิมหรือบรรทัดฐานรักต่างเพศแต่อย่างใดแล้ว ยังผลิตซ้ำความไม่เท่าเทียมในการเลือกแสดงบทบาททางเพศ ลดทอนคุณค่าของเกย์ออกสาวหรือกะเทยที่รู้สึกเชื่อมโยงกับบุคลิกที่สังคมบัญญัติว่ามีความเป็นหญิง อีกทั้งยังตอกย้ำความเหลื่อมล้ำด้านอื่นๆ ในสังคม จนเกิดเป็นมายาคติ ‘ปลาหมึกแถวบน ปลาหมึกแถวล่าง’ ที่ตีตรา แบ่งแยกชนชั้น และสร้างความไม่ลงรอยกันเองขึ้นภายในคอมมูฯ

แต่แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ปัญหาใหม่ที่ไม่มีใครเคยตั้งคำถาม

หนึ่งในคนดังที่เคยแสดงทัศนคติที่ตระหนักรู้เกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมภายในคอมมูฯ LGBTQIA+ และความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงค่านิยมนี้ คือ ภูเขา-พิชฌ์พสุภัทร วงศ์อำไพ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ เจ้าของช่อง Poocao Channel โดยเขาให้สัมภาษณ์กับMirror Thailandว่า

“ภูเขา Stands for ‘ปลาหมึกแถวล่าง’ คำว่าปลาหมึกถูกเอามาใช้พูดเชิงขำๆ ในคอมมูนิตี้ LGBTQ+ ว่า ถ้าเป็นแถวบนจะเป็นที่ต้องการของตลาด แต่แถวล่างจะอยู่นอก Beauty Standard ซึ่งเรารู้สึกว่ามีคนเจ็บปวดกับสิ่งนี้ เราก็เลยรู้สึกว่าไม่ว่าจะแถวบน แถวล่าง ทุกคนควรได้เป็นตัวเองอย่างมีความสุข และไม่ควรมากดทับกันเพียงเพราะความสาว ความแมน อ้วน หุ่นไม่ดี ไม่เนียนนี ถ้าเราตั้งใจจะส่งเสียงเพื่อความเท่าเทียมแล้ว คนใน LGBTQ+ เองก็ควรโอบรับความแตกต่างหลากหลายเหล่านี้ก่อน”

อ้างอิง

https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jasac/article/view/227231

https://so03.tci-thaijo.org/index.php/liberalarts/article/view/86295

https://hkupress.hku.hk/image/catalog/pdf-preview/9789888083268.pdf

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...