โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

พรูเด็นเชียล ตั้งเป้ากำไรธุรกิจใหม่โต 15-20% ปีนี้บุกประกันสุขภาพ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 มี.ค. 2567 เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2567 เวลา 09.07 น.

กลุ่มพรูเด็นเชียล ตั้งเป้ากำไรธุรกิจใหม่เติบโตปีละ 15-20% ตั้งแต่ปี 2566-2570 ปี’66 ธุรกิจในไทย เบี้ยรวมแตะ 34,700 ล้าน โต 11% กางแผนปี’67 บุกประกันสุขภาพเต็มสูบ เล็งพัฒนาสินค้าประกันบำนาญใหม่ พร้อมกาง 5 เมกะเทรนด์โลก

วันที่ 30 มีนาคม 2567 นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ Prudential เปิดเผยว่า ในปี 2566 แม้จะเป็นปีที่มีความท้าทาย แต่ภาพรวมธุรกิจของกลุ่มพรูเด็นเชียลทั่วโลกยังเติบโตดีต่อเนื่อง โดยมีผลกำไรจากธุรกิจใหม่ (New Business Profit) อยู่ที่ 3,100 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตสูงถึง 45% เมื่อเทียบจากปี 2565

มีเบี้ยรับใหม่ 5,900 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 37% ซึ่งเป็นความเข้มแข็งของกลุ่มพรูเด็นเชียล ที่ประกอบธุรกิจอยู่ในภูมิภาคเอเชียและแอฟริกา โดยอานิสงส์หลักมาจากธุรกิจในประเทศจีน และการเติบโตของช่องทางตัวแทน รวมทั้งช่องทางขายประกันผ่านธนาคาร (แบงก์แอสชัวรันซ์)

สำหรับผลการดำเนินงานของพรูเด็นเชียลในประเทศไทย มีเบี้ยประกันชีวิตรับรวม 34,700 ล้านบาท เติบโต 11% เมื่อเทียบจากปี 2565 โดยสามารถขยับส่วนแบ่งการตลาดขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 7 จากอันดับที่ 8 ของผู้นำธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย โดยมีเบี้ยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) อยู่ที่ 8,600 ล้านบาท เติบโต 5% และมีเบี้ยปีต่ออายุ อยู่ที่ 22,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18%

“เรามียอดขายประกันผ่านธนาคาร (แบงก์แอสชัวรันซ์) เป็นอันดับที่ 3 และมีอัตราการเติบโตช่องทางดิจิทัลสูงสุดในประเทศอยู่ที่ 87% ขณะที่อุตสาหกรรมเติบโต 21% และช่องทางไดเร็กมาร์เก็ตติ้งและเทเลเซลล์เติบโต 13% เป็นอันดับที่ 4 ขณะที่อุตสาหกรรมติดลบ 3% ซึ่งเชื่อว่าปี 2567 เทรนด์ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง” นายบัณฑิต กล่าว

สำหรับเป้าหมายกลุ่มพรูเด็นเชียลคาดหวังผลกำไรจากธุรกิจใหม่ (New Business Profit) ตั้งแต่ปี 2566-2570 จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 15-20% ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายและค่อนข้างมีความท้าทาย เนื่องจากโลกกำลังเผชิญความเสี่ยง หรือเมกะเทรนด์ แต่เชื่อว่าในทุกวิกฤตจะมีผู้ชนะ ซึ่งอยู่ที่การเตรียมพร้อมของแต่ละบริษัท โดยเมกะเทรนด์ที่แต่ละบริษัทจะต้องเตรียมพร้อมรับมือ ประกอบด้วย

1.การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ซึ่งสิ่งจำเป็นที่ต้องมีคือประกันสุขภาพ เพราะอัตราเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล (Medical Inflation) สูงระดับ 7-8% ต่อปี และบางปีกระโดดขึ้นไปแตะ 10% สำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ดังนั้นบริษัทได้เตรียมพร้อมสินค้าประกันสุขภาพที่รองรับลูกค้าได้ตั้งแต่อายุ 1 เดือนจนถึง 85 ปี และดูแลต่อเนื่องจนถึงอายุ 99 ปี ซึ่งจะช่วยสังคมสูงวัยได้แน่นอน

ที่สำคัญบริษัทมีแผนจะพัฒนาสินค้าประกันบำนาญเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจุบันมีเบี้ยรับรวมอยู่ในท็อป 3 ของประเทศ โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 18% ตั้งแต่ปี 2563-2566 หรือมีเบี้ย 780 ล้านบาทต่อปี ดังนั้นสินค้าที่บริษัทมีจะตอบโจทย์เมกะเทรนด์ตัวนี้อย่างแน่นอน

2.หนี้ครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันพบมีหนี้ครัวเรือนต่อ GDP อยู่ในระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และต่อไปอาจจะเป็นปัญหาสังคมได้ ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกรมธรรม์ประกันได้ง่าย จึงมุ่งเน้นขยายช่องทางดิจิทัล ซึ่งมีไบบ์ไซซ์คือมีกรมธรรม์ขนาดเล็กที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับคนที่มีรายได้น้อย ไม่ว่าจะเป็นประกันโรคร้ายแรง ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา ซึ่งเบี้ยต่ำแต่ได้รับความคุ้มครองสูง และสำหรับผู้ที่ออมมานานในบางกรมธรรม์จะมีมีมูลค่าเงินสด ซึ่งสามารถใช้บริการกู้ยืมเงินกรมธรรม์ได้ ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ระยะเวลาของแผนการส่งเงินคืนมีความยืดหยุ่น ตราบใดที่กรมธรรม์ยังมีผลคุ้มครองอยู่

3.ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เกิดความขัดแย้งในหลายพื้นที่ของโลก โดยเฉพาะความกดดันจากความไม่ลงรอยของ 2 มหาอำนาจใหญ่ระหว่างสหรัฐและจีน และเกิดสงครามรัสเซียยูเครน รวมถึงล่าสุดสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาส ฉะนั้นปัญหาการเมืองระดับโลกย่อมมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การดำเนินธุรกิจ และการดำเนินชีวิตของแต่ละประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คือความเสี่ยงภัย สิ่งที่บริษัทจะแนะนำคือ แบบประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked) ซึ่งมีกองทุนให้เลือกกว่า 73 กองทุน ทั้งกองทุนในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะฝั่งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ฉะนั้นสามารถกระจายเลือกลงทุนได้หลากหลาย

โดยปี 2566 มีโปรดักต์เรือธงที่เรียกว่า Global Index ขายผ่านช่องทางธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) และธนาคารยูโอบี (UOBT) ซึ่งโปรดักต์ตัวนี้ร่วมมือกับ Eastspring ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่มีความชำนาญในการลงทุนทั่วโลก ซึ่งโปรดักต์ Global Index ลงทุนในหลายสินทรัพย์ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และลงทุนในหลากหลายภูมิภาค ดังนั้นจะมีการกระจายความเสี่ยงได้ดี และสินค้าตัวนี้การันตีเงินต้นไม่หาย

4.เทคโนโลยีและเอไอ โดยปัจจุบันบริษัทมีทรานแซกชั่นของการทำธุรกรรมที่เป็นอัตโนมัติสูงที่สุดในภูมิภาคของกลุ่มพรูเด็นเชียลด้วยกัน เพื่อทำให้กระบวนการทำงานรวดเร็วขึ้น โดยบริการกรมธรรม์ผ่านช่องทางดิจิทัลเกือบ 95% ที่ไม่ต้องมีคนดำเนินการ ซึ่งการดีไซน์จะต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเหมือนมีคนมานั่งให้บริการอยู่ และต่อไปในอนาคตอาจต้องนำเอไอเข้ามาให้บริการเพื่อช่วยให้ใกล้เคียงกับการบริการของคนมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันเจ้าหน้าที่ในบริษัทมีการ Microsoft เป็นซอฟต์แวร์มาตรฐานในออฟฟิศ และทุกคนใช้ Microsoft Copilot เรียบร้อยแล้ว

5.การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งประเด็นนี้อยู่ใน DNA ของบริษัท “ชีวิตมีกันทุกวันดีกว่า” เพราะไม่ได้พูดถึงการทำธุรกิจเท่านั้น แต่ต้องมีส่วนร่วมในการทำให้โลกใบนี้ดีขึ้นอย่างไร หรือไม่สร้างผลกระทบในด้านลบกับโลกใบนี้ โดยตั้งเป้าหมายชัดเจนในเรื่อง Carbon Footprint ภายในปี 2583 สิ่งที่บริษัทบริโภคจะต้องไม่สร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจก็ต้องเป็น Carbon neutrality เช่นกัน ซึ่งอาจจะดูว่าไกลตัว ดังนั้นในปีนี้วางแผนจะทำงานวิจัยร่วมกับองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและภูมิภาค เพื่อหาต้นเหตุของ PM 2.5 และช่วยแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับโปรดักต์ที่ถือว่าเป็นไฮไลต์ของปีนี้คือ 1.“PRU 888”: ชําระเบี้ยประกันภัยเพียง 8 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 88 ปี, รับเงินคืนทุกปี ปีละ 8% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้น ยาวจนถึงอายุ 87 ปี, รับเงินก้อนสูงถึง 888% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้น เมื่อครบกำหนดสัญญา

2.“ttb Global Index 15/5 และ UOB Smart Goal 5/15”: ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ที่จ่ายเบี้ยฯ ระยะสั้นเพียงแค่ 5 ปี รับความคุ้มครอง15 ปี มีโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนระดับโลก พร้อมความคุ้มครองชีวิตและการันตีค่าเบี้ยฯ ที่ชำระแล้วเต็มจำนวน

3.แผนประกันสุขภาพแบบต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์กับการใช้ชีวิต เช่น พรูโรคร้าย ซูเปอร์คุ้ม ประกันโรคร้ายแรง เจอจ่ายจบ ที่จะคุ้มครองคุณจากโรคมะเร็งทุกระยะ และโรคร้ายอื่น ๆ / ประกันชีวิตและสุขภาพกลุ่มแบบครอบครัวเป็นประกันกองกลางคุ้มครองชีวิตในครอบครัว และแชร์วงเงินค่ารักษาพยาบาลร่วมกันได้ทั้งครอบครัว / แผนประกันคุ้มครองชีวิตและโรคร้าย มีเงินใช้สุขใจหลังเกษียณ พร้อมโอกาสรับเงินปันผล เป็นต้น

“ตั้งแต่เดือน เม.ย.นี้ จะเห็นการปรับแผนสินค้าสุขภาพ และจะมีการทยอยพาเหรดออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับประกันสุขภาพมาต่อเนื่อง เพราะเป็นปีที่เราจะมุ่งเน้นสินค้าประกันสุขภาพ ซึ่งจะขายผ่านทุกช่องทางการขาย สำหรับช่องทางแบงก์ อันดับ 1 คือ TTB และถัดมาคือ UOB ซึ่งเป็นพันธมิตรระดับภูมิภาค และตามมาด้วยพาร์ตเนอร์ล่าสุดธนาคารซีไอเอ็มบีไทย (CIMBT) ซึ่งเริ่มดำเนินธุรกิจในเดือน ม.ค.2567 ค่อนข้างมีความพร้อมในการขายสินค้า ออกสตาร์ตยอดขายวิ่งทันที ค่อนข้างภูมิใจ และยังมีช่องทางดิจิทัล รวมถึงช่องทางตัวแทนอีกด้วย”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พรูเด็นเชียล ตั้งเป้ากำไรธุรกิจใหม่โต 15-20% ปีนี้บุกประกันสุขภาพ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...