จับได้แล้ว! "เสือโคร่ง" คลองลาน ส่งฟื้นฟูสภาพร่างกาย ก่อนปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติ
เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 นายสุรชัย โภคะมณี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติคลองลาน ร่วมปฏิบัติการติดตามหาร่องรอยเสือโคร่ง โดยการปรับแนวทางปฏิบัติงาน ตลอดเวลาตามสถานการณ์ ตลอดเวลา 5 วัน โดยให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติคลองลาน 50 นาย แบ่งกำลังคอยเฝ้าระวังทั้งในหมู่บ้านและควบคุมพื้นที่ปิดล้อมป่ามะขาม และป่าไผ่ เนื้อที่ประมาณ 30 ไร่
ขณะเดียวกัน คณะทำงานของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ จ.อุทัยธานี ได้ร่วมกันตรวจสอบบริเวณที่ติดกับดักเอาไว้ แต่เสือโคร่งยังไม่ติดกับดักแต่อย่างใด
กระทั่งเวลาประมาณ 21.50 น.กล้อง camera trap จากองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF ประเทศไทย) จับภาพเสือโคร่งเดินย้อนเส้นทางจากหลังวัดน้ำตก สำนักวิปัสสนากรรมฐานน้ำตกคลองลาน เข้ามากินเหยื่อที่ทำการล่อไว้ แล้วติดกับดักที่ขา จากนั้นทีมยิงยาสลบที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ ได้ยิงยาสลบเข้าไป 1 เข็ม
ขณะที่นายสัตวแพทย์ประจำสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้รุดเข้าทำการวางยาสลบและประสานเจ้าหน้าที่อุทยานที่อยู่รอบนอก รีบหามร่างเสือโคร่งนำออกมาจากป่า ตรวจสุขภาพแล้วนำเข้ากรงที่นำมารอไว้อย่างรีบเร่ง เนื่องจากเกรงหมดฤทธิ์ยา และกันไม่ให้ถ่ายภาพและบันทึกภาพ คุมผ้าดำปิดกรง ใส่รถปิกอัพของหน่วยงาน เดินทางไปที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ทันที
จากการตรวจสอบสุขภาพเบื้องต้นเป็นเสือโคร่งเพศเมีย อายุประมาณ 2 ปี ซึ่งเป็นเสือสาว ความยาวลำตัวประมาณ 1.50 เมตร สูงประมาณ 60 เซนติเมตร ร่างกายอ้วนขึ้นจากเดิมเพราะได้กินเหยื่อที่เป็นอาหารไปหลายวัน จากการประเมินสุขภาพแล้วไม่เป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิต
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง นายสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) จะต้องนำไปดูแลฟื้นฟูบำรุงร่างกายก่อนติดปลอกคอวิทยุติดตามตัว เพื่อตรวจสอบการเคลื่อนที่ของเสือโคร่ง ก่อนทำการเคลื่อนย้ายเสือโคร่งไปปล่อยสู่ป่าธรรมชาติต่อไป โดยทีมนักวิจัยเสือที่ติดตามตั้งชื่อให้เป็นภาษากะเหรี่ยงว่า “บะลาโกล” แปลว่า “คลองลาน”