โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘ศจร.ตร.’ กำชับจราจรทั่วปท. ยึดนโยบายผบ.ตร. ‘ไม่สวมโม่ง-ตักเตือนก่อน-ปรับแบบขั้นบันได’

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 ตุลาคม 2569 เวลา 14.57 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับตำรวจจราจรทั่วประเทศปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร.เคร่งครัด ไม่ปิดบังใบหน้า - ตักเตือนก่อนปรับ - ปรับแบบขั้นบันได

26 ต.ค.2569-พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีหนังสือสั่งการถึงกองบัญชาการตำรวจนครบาล, ตำรวจภูธรภาค 1-9 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำชับนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ด้านการจราจร กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรงดเว้นการสวมหมวกคลุมศีรษะและใบหน้า หรืออุปกรณ์ที่มีลักษณะปิดบังใบหน้าขณะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้สามารถแสดงตนต่อประชาชนได้อย่างเปิดเผย การบังคับใช้กฎหมายจราจร ให้ยึดหลัก “ตักเตือนก่อนปรับ” และ “ปรับแบบขั้นบันได” ยกเว้นในฐานความผิดที่เป็นพฤติกรรมที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้น เช่น ขับรถย้อนศร ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร เมาแล้วขับ หรือการแข่งรถในทาง เป็นต้น

ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) จึงกำชับให้ปฏิบัติตามนโยบายและข้อสั่งการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วย กำชับ ชี้แจง และกวดขันเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในสังกัด ให้ถือปฏิบัติตามนโยบายและข้อสั่งการของ ผบ.ตร. อย่างเคร่งครัด โดยให้แต่งเครื่องแบบให้ถูกต้องตามระเบียบ ห้ามสวมหมวกคลุมศีรษะและใบหน้า ผ้าคลุมใบหน้าและลำคอ (โม่ง) หรือใช้อุปกรณ์อื่นใดในลักษณะที่ปิดบังใบหน้าขณะปฏิบัติหน้าที่ กรณีมีความจำเป็นต้องป้องกันฝุ่นละอองหรือแสงแดด ให้ใช้หน้ากากอนามัยและแว่นตาป้องกันแสงแดดแทนตามความเหมาะสม

เมื่อมีการเรียกตรวจผู้กระทำความผิดกฎหมายจราจรหรือดำเนินการออกใบสั่ง ให้ถอดแว่นตากันแดดและหน้ากากอนามัยออกชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนสามารถมองเห็นใบหน้าและระบุตัวตนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติได้อย่างชัดเจน อันเป็นการสร้างความโปร่งใส ความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ที่ดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวให้ยกเว้นการปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติภารกิจนำขบวน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความเร็วในการขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อป้องกันแรงปะทะของกระแสลมขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วบนทางพิเศษ อันอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนี้ ได้กำชับตามนโยบายที่สำคัญของ ผบ.ตร. การบังคับใช้กฎหมายจราจร ให้ยึดหลักการว่ากล่าวตักเตือนก่อนปรับ โดยเฉพาะกรณีการกระทำความผิดเล็กน้อยและเป็นการกระทำความผิดครั้งแรก ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรใช้ดุลพินิจว่ากล่าวตักเตือนและสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎจราจรแก่ผู้กระทำความผิดเป็นลำดับแรก โดยก่อนการออกใบสั่งให้ตรวจสอบประวัติการว่ากล่าวตักเตือนผ่านระบบ PTM ก่อนทุกครั้ง สำหรับกรณีที่มีการกระทำความผิดซ้ำ หรือมีความจำเป็นต้องดำเนินการออกใบสั่ง ให้พิจารณาใช้มาตรการปรับแบบขั้นบันได ตามลักษณะและพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด โดยคำนึงถึงความเหมาะสม ความได้สัดส่วน และความปลอดภัยของประชาชน

ทั้งนี้ ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร บังคับ กดดัน หรือกำหนดเงื่อนไขให้ผู้กระทำความผิดต้องชำระค่าปรับ ณ จุดตรวจ โดยให้แจ้งสิทธิ ขั้นตอน กำหนดระยะเวลาในการชำระค่าปรับ และช่องทางการชำระค่าปรับที่ถูกต้องตามกฎหมายแก่ประชาชนอย่างชัดเจน และห้ามเรียกรับเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบโดยเด็ดขาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...