โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เปิดขั้นตอนวิจัยปรับปรุงพันธุ์กะเพรา คัดจาก 135 ก่อนเหลือ 4 เบอร์

เดลินิวส์

อัพเดต 25 ตุลาคม 2569 เวลา 22.06 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เปิดขั้นตอนวิจัยปรับปรุงพันธุ์กะเพรา ซีพีแรม–ม.เกษตรฯ คัดจาก 135 ตั้งแต่รับเมล็ดพันธุ์ป่า เพิ่มชุดโครโมโซม เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ คัดเลือกกลิ่นและรสชาติ ไปจนถึงตรวจสอบความนิ่งทางพันธุกรรม ก่อนนำพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกไปทดสอบปลูกในสภาพแปลงก่อนเหลือ 4 เบอร์ มุ่งพัฒนาพันธุ์คุณภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความร่วมมือระหว่างบริษัท ซีพีแรม จำกัด กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดินหน้าวิจัยปรับปรุงพันธุ์กะเพราอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่รับเมล็ดพันธุ์ป่า เพิ่มชุดโครโมโซม เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ คัดเลือกกลิ่นและรสชาติ ไปจนถึงตรวจสอบความนิ่งทางพันธุกรรม ก่อนนำพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกไปทดสอบปลูกในสภาพแปลง โดยกระบวนการวิจัยเริ่มจากศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน รับเมล็ดกะเพราป่าจากบริษัท ซีพีแรม จำกัด ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช มาตรา 52 เพื่อนำมาปลูกประเมินลักษณะเบื้องต้นและศึกษาความแปรปรวนภายในพันธุ์ ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงพันธุ์ในขั้นตอนต่อไป

ขั้นตอนที่สอง นักวิจัยเพิ่มชุดโครโมโซมจากระดับ 2n เป็น 4n หรือการทำให้พืชมีชุดโครโมโซมเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า พร้อมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อขยายต้นพันธุ์ โดยข้อมูลในอินโฟกราฟิกระบุว่า สามารถผลิตต้นกะเพราได้ 178 เบอร์ และมีต้นที่ปลูกรอด 135 เบอร์ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก

จากนั้นเป็นการคัดเลือกพันธุ์ในสภาพโรงเรือน โดยลดจำนวนจาก 135 เบอร์ เหลือ 22 เบอร์ ด้วยเกณฑ์สำคัญ ได้แก่ การชิมและดมกลิ่น ซึ่งดำเนินการโดยนักวิจัยจากบริษัท ซีพีแรม และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทุกช่วงอายุของพืช พร้อมประเมินความหอม ความเข้มข้นของกลิ่น รสชาติ และความชอบโดยรวม

นอกจากการประเมินด้วยประสาทสัมผัสแล้ว ยังมีการบันทึกข้อมูลผลผลิตและศึกษาสารระเหยที่ให้กลิ่น โดยใช้เครื่องวิเคราะห์องค์ประกอบสารระเหยด้วยเทคนิค GC-MS เพื่อให้ได้ข้อมูลประกอบการคัดเลือกพันธุ์อย่างเป็นระบบ

เมื่อเหลือ 22 เบอร์ นักวิจัยนำมาตรวจสอบความนิ่งทางพันธุกรรม หรือความสม่ำเสมอของลักษณะพันธุ์ โดยใช้วิธีตรวจสอบ 2 รูปแบบ ได้แก่ เครื่อง Flow cytometer สำหรับตรวจสอบระดับความเป็นพลอยดี และเครื่องหมายโมเลกุลสำหรับตรวจสอบความสม่ำเสมอทางพันธุกรรม เช่น SSR/SNP

ผลการคัดเลือกในขั้นตอนนี้ทำให้เหลือ 5 เบอร์ ก่อนคัดเลือกครั้งที่ 1 ในสภาพแปลงให้เหลือ 4 เบอร์ จากนั้นนำทั้ง 4 เบอร์มาผสมตัวเองต่อเนื่อง 4 รอบ หรือ Selfing 4 generations โดยติดตามการเปลี่ยนแปลงของพันธุ์ตั้งแต่รุ่น S1 ถึง S4 เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่มีความคงตัวทางพันธุกรรมสำหรับการทดสอบปลูก

ขั้นตอนสุดท้ายเป็นการทดสอบปลูกใน 2 สถานที่ พร้อมคัดเลือกให้เหลือ 4 เบอร์สำหรับการประเมินในสภาพแปลง เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของพันธุ์ก่อนนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

กระบวนการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาพันธุ์กะเพราไม่ได้อาศัยเพียงการคัดเลือกต้นที่มีลักษณะดีเท่านั้น แต่ต้องผ่านทั้งการประเมินคุณภาพ การวิเคราะห์สารให้กลิ่น การตรวจสอบพันธุกรรม และการทดสอบปลูก เพื่อให้ได้พันธุ์ที่มีคุณสมบัติตามเป้าหมายของงานวิจัย ทั้งนี้ การนำไปใช้เชิงพาณิชย์และผลกระทบต่อเกษตรกรจำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดเงื่อนไขสิทธิในพันธุ์พืชและข้อมูลการนำไปใช้ประกอบด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...