โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เครือข่ายลุ่มน้ำชายแดนเมียนมาร้องรัฐบาล เร่งเจรจาทางการเมียนมา ยุติโจมตีชุมชนใกล้สาละวิน-ตั้งเขตปลอดภัย

The Momentum

อัพเดต 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 0.59 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

วันนี้ (5 พฤศจิกายน 2569) สะท้าน วิชัยพงษ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เครือข่ายฯ ได้จัดทำหนังสือถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) และสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ขอให้เร่งเจรจากับทางการเมียนมา เพื่อยุติการโจมตีชุมชนใกล้แนวชายแดนแม่น้ำสาละวิน พร้อมทั้งจัดตั้งเขตปลอดภัย (Safety Zone)

เนื้อหาในหนังสือถึงนายกฯ และ รมว.กต.ระบุว่า สถานการณ์การสู้รบในเมียนมาบริเวณแม่น้ำสาละวินซึ่งอยู่ตรงข้ามแม่ฮ่องสอน กองทัพเมียนมาได้ใช้เครื่องบินรบทิ้งระเบิดในพื้นที่ใกล้ชุมชนตามแนวชายแดน ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือน รวมทั้งมีสะเก็ดระเบิดและเศษซากอันตรายตกเข้ามาในฝั่งไทย สร้างความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือน ร้านค้า และสถานพยาบาล ตลอดจนคุกคามความปลอดภัยของประชาชน

อนึ่ง ลุ่มน้ำสาละวินเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นถิ่นฐานของชุมชนหลากหลายชาติพันธุ์ ที่มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมผูกพันกับแม่น้ำและผืนป่า โดยชุมชนเหล่านี้ได้สืบทอดภูมิปัญญาในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน และประชาชนทั้ง 2 ฝั่งต่างเป็นเครือญาติ มิตร ลูกหลานของสายธารอันทรงคุณค่าสายนี้ ด้วยเหตุนี้ การคุ้มครองชุมชนจากผลกระทบของการสู้รบจึงมีความสำคัญต่อทั้งความปลอดภัยของประชาชน การรักษาสายสัมพันธ์ข้ามพรมแดน และการธำรงรักษามรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของลุ่มน้ำสาละวิน

เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน ซึ่งประกอบด้วยประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน มีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความเสียหายต่อทรัพย์สินและบริการสาธารณสุข แต่ยังสร้างความหวาดกลัวและส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความไม่แน่นอนและความเสี่ยงจากการสู้รบอย่างต่อเนื่อง

หนังสือยังระบุเพิ่มเติมว่า เครือข่ายฯ ขอให้รัฐบาลดำเนินการโดย ‘เร่งด่วน’ ตามเนื้อหาดังต่อไปนี้

1. เร่งเจรจากับฝ่ายเมียนมาให้ยุติการโจมตีที่เป็นอันตรายต่อพลเรือนและชุมชนตามแนวชายแดนทันที พร้อมผลักดันข้อตกลงจัดตั้งเขตปลอดภัยในพื้นที่ฝั่งเมียนมา บริเวณชายแดนด้านแม่น้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยครอบคลุมระยะอย่างน้อย 10 กิโลเมตร จากแนวชายแดนไทยเข้าไปในฝั่งเมียนมา และให้งดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศทุกรูปแบบในเขตปลอดภัยดังกล่าว เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน พร้อมมีกลไกติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างชัดเจน

2. ประสานให้ทุกฝ่ายคุ้มครองพลเรือน สถานพยาบาล โรงเรียน พื้นที่พักพิงของประชาชน และสถานที่สาธารณประโยชน์จากการโจมตี พร้อมจัดทำแผนคุ้มครองชุมชนฝั่งไทย ทั้งระบบแจ้งเตือนภัย พื้นที่หลบภัย และการอพยพที่คำนึงถึงเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และคนพิการ

3. ทบทวนแนวทางการปิดจุดผ่านแดนและจำกัดการสัญจรบริเวณแม่น้ำสาละวิน โดยรับฟังความคิดเห็นของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากแม่น้ำดังกล่าวเป็นเส้นทางสำคัญในการเดินทาง การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และการส่งต่อผู้ป่วย ทั้งนี้ ขอให้คงช่องทางสำหรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง

4. เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง ทั้งการซ่อมแซมบ้านเรือนและสถานพยาบาล การดูแลผู้บาดเจ็บ และการฟื้นฟูสภาพจิตใจ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน พร้อมกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบและช่องทางประสานงานที่ประชาชนเข้าถึงได้

ด้าน วิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลังการตรวจเยี่ยมพื้นที่บ้านแม่สามแลบระบุว่า ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่รุนแรง และตนมาลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจพื้นที่และเตรียมการรองรับไว้เผื่อเหตุฉุกเฉิน และเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (United Nations High Commissioner for Refugees: UNHCR) ยังเรียกประชุมซักซ้อม เพื่อเตรียมการรองรับการปล่อยระเบิดลงฝั่งเมียนมา และอาจกระทบมายังพื้นที่ของประเทศไทยเป็นระยะๆ โดยได้ประสานหน่วยงานด้านความมั่นคงให้ช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมไว้ หากเกิดการอพยพข้ามชายแดน

“ในฝั่งไทยเราต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ชาวบ้านตื่นตระหนก และเมื่อเกิดเหตุการณ์ ต้องรู้ว่าทำอย่างไร ท้องถิ่นต้องซักซ้อม ส่วนประชาชนที่อพยพข้ามมาก็ต้องมีพื้นที่รองรับและมีหน่วยคัดแยก เราต้องเตรียมการเพื่อเชื่อว่า ฝั่งนั้นก็คงต้องกระชับพื้นที่เข้ามา โดยชายแดนไทยมีพื้นที่ที่ติดกับ 2 รัฐ คือรัฐคะเรนนีและรัฐกะเหรี่ยง” ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอนกล่าว

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกรณีที่เครื่องบินเมียนมาทิ้งระเบิดบริเวณชายแดนและกระทบมายังพื้นที่ของไทย ในกรณีข้างต้นได้มีมาตรการใดออกมาบ้างหรือไม่ ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอนกล่าวว่า กองทัพดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว โดยดำเนินการตามขั้นตอนของกองทัพและสภาความมั่นคงแห่งชาติ

เมื่อสอบถามเกี่ยวกับข้อเสนอของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่สามแลบและภาคประชาชน ซึ่งต้องการให้พื้นที่สาละวินเป็นพื้นที่ปลอดภัย วิบูรณ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่กองทัพมีข้อมูลอยู่แล้ว โดยดำเนินการตามนโยบายทางการทูตทหาร ส่วนที่มีข่าวว่าจะปิดจุดผ่อนปรนบ้านแม่สามแลบนั้น ตนคิดว่าจุดนี้เป็นเรื่องของการซื้อขายปกติ เช่น ของใช้ประจำวัน ไม่ใช่เรื่องยุทธปัจจัย ดังนั้นจึงยังค้าขายได้ตามปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...