โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดาวโจนส์ พุ่งกว่า 1,500 จุด! หุ้นสหรัฐฯ ดีดแรง รับเดโมแครตกวาดชัยเลือกตั้งกลางเทอม น้ำมันร่วงกว่า 8% ดอลลาร์อ่อนค่า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 15.05 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปิดพุ่งขึ้นในวันพุธ (4 พ.ย. 2569) โดยตลาดหุ้นวอลล์สตรีทได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อหุ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ และสามารถครองเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลงอย่างหนักจากความหวังว่าสหรัฐฯ อาจหันมาใช้แนวทางทางการทูตเพื่อคลี่คลายสงครามกับอิหร่าน ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ลดลงบางส่วน ด้านราคาทองคำและโลหะเงินพุ่งขึ้น ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งแรง! ดาวโจนส์ทะยานกว่า 1,500 จุด รับชัยชนะพรรคเดโมแครต

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันพุธ (4 พ.ย. 2569) โดยดัชนี Dow Jones ทะยานขึ้นกว่า 1,500 จุด ทำสถิติปรับตัวขึ้นรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมือง จากผลการเลือกตั้งกลางเทอมที่พรรคเดโมแครตสามารถพลิกมาครองเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงอย่างหนัก ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและค้าปลีกปรับตัวขึ้น นำโดย Walmart ซึ่งราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 3% ขณะที่นักลงทุนเริ่มประเมินผลกระทบจากผลการเลือกตั้งต่อนโยบายเศรษฐกิจและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยเฉพาะธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าตลาดอาจยังเผชิญความผันผวนในระยะต่อไป เนื่องจากนักลงทุนต้องประเมินทิศทางนโยบายของรัฐบาลภายใต้การแบ่งขั้วทางการเมือง รวมถึงความคุ้มค่าของเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลในอุตสาหกรรม AI ขณะที่นักลงทุนยังจับตาตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนตุลาคมที่จะประกาศในวันศุกร์

  • ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 53,356.12 จุด เพิ่มขึ้น 1,569.40 จุด (+3.03%)
  • ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,688.62 จุด เพิ่มขึ้น 119.70 จุด (+1.58%)
  • ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 25,736.513 จุด เพิ่มขึ้น 364.504 จุด (+1.44%)

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกแรง รับบรรยากาศลงทุนสดใส

ตลาดหุ้นยุโรปปิดพุ่งขึ้นในวันพุธ โดยได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกที่ปรับตัวดีขึ้น หลังผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมือง ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน

นักลงทุนยังประเมินความเป็นไปได้ที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะปรับเปลี่ยนแนวทางในการจัดการความขัดแย้งกับอิหร่าน หลังผลการเลือกตั้งส่งสัญญาณว่าพรรคเดโมแครตมีอำนาจต่อรองมากขึ้นในการกำหนดทิศทางนโยบายของรัฐบาล ส่งผลให้ตลาดหุ้นในภูมิภาคปรับตัวขึ้นในวงกว้าง

  • ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 657.40 จุด เพิ่มขึ้น 11.74 จุด (+1.82%)
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 26,437.67 จุด เพิ่มขึ้น 573.05 จุด (+2.22%)
  • ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 8,177.89 จุด เพิ่มขึ้น 157.58 จุด (+1.96%)

ตลาดหุ้นอังกฤษพุ่งเกือบ 2% รับแรงซื้อทั่วตลาด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกอย่างแข็งแกร่งในวันพุธ โดยได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่สดใสในตลาดหุ้นทั่วโลก หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองของสหรัฐฯ และแนวโน้มความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกัน การปรับตัวลงอย่างหนักของราคาน้ำมันช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนติดตาม ท่ามกลางการประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,829.21 จุด เพิ่มขึ้น 190.78 จุด (+1.79%)

ราคาน้ำมันดิ่งกว่า 8% หลุด 90 ดอลลาร์ หลังตลาดคาดสหรัฐฯ เปิดทางเจรจาอิหร่าน

ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงอย่างหนักในวันพุธ โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงมากกว่า 8% และหลุดระดับ 90 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังตลาดประเมินว่าผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ อาจเพิ่มแรงกดดันให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยุติสงครามกับอิหร่าน

เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า สงครามกับอิหร่านเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าชัยชนะของพรรคเดโมแครตอาจทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ มีแนวโน้มเปิดทางเจรจามากขึ้น เนื่องจากพรรคเดโมแครตสามารถใช้เสียงข้างมากในสภาคองเกรสกดดันและจำกัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสงครามได้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยกระดับยังคงมีอยู่ เนื่องจากจุดยืนของอิหร่านยังแข็งกร้าว และประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ปิดที่ 88.12 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 8.3%
  • ราคาน้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนมกราคม) ปิดที่ 94.62 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 8.7%

ราคาทองคำพุ่งกว่า 3% รับแรงซื้อ หลังเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส

ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันพุธ หลังนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของสหรัฐฯ ภายหลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมและสามารถครองเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง

นักวิเคราะห์มองว่าการที่สหรัฐฯ มีรัฐบาลแบ่งขั้วทางการเมืองอาจเพิ่มความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการคลังและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของโลหะมีค่ายังมีความเปราะบาง เนื่องจากตลาดยังต้องเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง และแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ

  • ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปิดที่ 4,061.30 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 3.4%
  • ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ปิดที่ 4,073.00 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 3.4%

ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า หลังเดโมแครตคว้าชัยเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในวันพุธ และมีแนวโน้มปรับตัวลงรายวันมากที่สุดในรอบ 3 สัปดาห์ หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมและเข้าควบคุมทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ส่งผลให้ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งคลี่คลายลง และนักลงทุนเริ่มประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองต่อทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายของสหรัฐฯ

ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) ซึ่งใช้วัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก ลดลง 0.32% สู่ระดับ 101.51 ขณะที่เงินยูโรและเงินปอนด์แข็งค่าขึ้น โดยตลาดยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่จะประกาศในช่วงปลายสัปดาห์

นอกจากนี้ รายงานการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ระบุว่า การจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 86,000 ตำแหน่งในเดือนตุลาคม สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 69,000 ตำแหน่ง ขณะที่นักลงทุนยังประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งตลาดยังคงให้น้ำหนักกับโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคม

  • ยูโร/ดอลลาร์ ปิดที่ 1.1236 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.38%
  • ดอลลาร์/เยน ปิดที่ 158.60 เยน ลดลง 0.03%
  • ปอนด์/ดอลลาร์ ปิดที่ 1.3460 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.43%

อ้างอิง : CNBC , Reuters

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...