ภูเก็ตขีดเส้นตาย 30 วัน สั่ง ‘ชาบัด ป่าตอง’ รื้ออาคารต่อเติมผิดกฎหมาย เร่งสอบสินค้านำเข้า
ภูเก็ตขีดเส้นตาย 30 วัน สั่ง "ชาบัด ป่าตอง" รื้อถอนอาคารต่อเติมผิดกฎหมาย เร่งสอบสินค้านำเข้าและเส้นทางการเงิน
25 กันยายน 2569 - นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะโฆษกเมืองภูเก็ต กล่าวว่า ความคืบหน้าการตรวจสอบกรณี "ชาบัด ป่าตอง" ทางจังหวัดได้ตรวจพบความผิดปกติหลักๆ 3 ประเด็น และได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด ดังนี้ ประเด็นที่ 1 การต่อเติมพื้นที่จอดรถชั้น 1 เป็นร้านอาหารหรือคาเฟ่โดยไม่ได้รับอนุญาต ประเด็นที่ 2 การต่อเติมโครงสร้างเหล็กบนชั้น 6 ของอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ประเด็นที่ 3การนำเข้าสินค้าที่ยังอยู่ระหว่างรอการตรวจสอบ
ในส่วนของประเด็นที่ 1 และ 2 ทางจังหวัดได้ออกคำสั่งระงับและให้เวลา 30 วันในการรื้อถอน โดยได้ออกใบสั่งระงับการอนุญาตไปตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อวานนี้ (24 ก.ย.) ผู้อำนวยการกองช่าง เทศบาลเมืองป่าตองได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าไม่มีการก่อสร้างเพิ่มเติม อยู่ระหว่างขั้นตอนการรื้อถอน และทางจังหวัดจะลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้งใน วันที่ 10 ตุลาคมนี้ ซึ่งครบกำหนดตามกรอบเวลา 30 วันตามกฎหมาย
ทั้งนี้ หากครบกำหนดแล้วยังไม่ดำเนินการรื้อถอน ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าไปดำเนินการรื้อถอนให้เป็นไปตามใบอนุญาตเดิม ส่วนการจะยื่นขอปรับปรุงอาคารในอนาคต จะต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเทศบาลเมืองป่าตองในการพิจารณาเรื่องความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของผู้ใช้อาคารเป็นสำคัญ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการยื่นขอปรับปรุงเข้ามา
สำหรับประเด็นสินค้านำเข้านั้น ได้ประสานไปยังด่านศุลกากรให้เวลาผู้ดูแลชาบัด 7 วันในการนำเอกสารการนำเข้า (Declaration) มาแสดง เพื่อตรวจสอบว่ามีรายการใดขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ รวมถึงต้องผ่านมาตรฐาน อย. และระเบียบของกระทรวงพาณิชย์กรณีสินค้าไม่มีฉลากภาษาไทย
ด้านการตรวจสอบสถานะทางธุรกิจ พบว่า "ชาบัด" ในภูเก็ตจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทสาขาในนาม "โคเชอร์ประเทศไทย" (ร้านอาหาร) และ "บริษัทกาน ชาบัด จำกัด " โดยจดทะเบียนสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร การตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติเรื่องเส้นทางการเงิน
ส่วนกิจกรรมและการรวมตัวของชาวต่างชาติในทุกวันศุกร์ รวมถึงกิจกรรมตามความเชื่อ ยังไม่พบพฤติกรรมการรวมตัวกลุ่มใหญ่หรือมีความเสี่ยงตามที่มีความกังวล แต่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวังและคัดกรองประวัติบุคคลอย่างละเอียดต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสืบสวนขยายผลไปยังสาขาในจังหวัดอื่นๆ เช่น กรุงเทพมหานคร และฉะเชิงเทรา ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่รับผิดชอบ