“น้ำมันโลก” ดีดขึ้น หลังทรัมป์ปฏิเสธผ่อนคว่ำบาตรอิหร่าน เบรนท์ยืนเหนือ 103 ดอลลาร์
"น้ำมันโลก" ดีดขึ้น หลังทรัมป์ปฏิเสธรายงานพร้อมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน แลกความคืบหน้าโครงการนิวเคลียร์ หนุนเบรนท์แตะ 103.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 11.49 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในวันพุธ (30 ก.ย.) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ปฏิเสธรายงานที่ระบุว่า เขาพร้อมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน แม้กาตาร์กำลังผลักดันการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ขณะที่ตลาดยังจับตาการฟื้นตัวของอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง
*สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือน พ.ย. ซึ่งครบกำหนดในวันพุธ เพิ่มขึ้น 71 เซนต์ หรือ 0.69% สู่ระดับ 103.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 04.08 น. GMT ขณะที่ สัญญาเดือน ธ.ค. ซึ่งมีการซื้อขายมากกว่า เพิ่มขึ้น 35 เซนต์ อยู่ที่ 96.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) เพิ่มขึ้น 43 เซนต์ หรือ 0.48% สู่ระดับ 89.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล*
ราคาน้ำมันเบรนท์มีแนวโน้มปรับขึ้นประมาณ 14% ในเดือน ก.ย. ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. ขณะที่ WTI มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 4% หลังราคาทะลุระดับ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน พ.ค.
ส่วนต่างราคาระหว่างเบรนท์และ WTI ในเดือนนี้ยังขยายตัวแตะระดับกว้างที่สุดในรอบ 4 เดือน ท่ามกลางการจับตาแผนของสหรัฐฯ ที่อาจจำกัดการส่งออกน้ำมันดีเซล ซึ่งอาจทำให้อุปทานดีเซลในประเทศเพิ่มขึ้น และส่งผลให้โรงกลั่นสหรัฐฯ ลดปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบ
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กำลังพิจารณาทางเลือกอื่น โดยอาจอนุญาตให้จำหน่ายน้ำมันดีเซลย้อมสีแดง (red-dyed diesel) แทนการสั่งห้ามส่งออก เพื่อช่วยบรรเทาราคาพลังงานสำหรับผู้บริโภค ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย.
สุกันธา ซัชเดวา ผู้ก่อตั้ง SS WealthStreet บริษัทวิจัยในกรุงนิวเดลี ระบุว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรและการเจรจากับอิหร่าน ยังคงทำให้ราคาน้ำมันมีส่วนเพิ่มจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk Premium) ขณะที่อุปทานที่ฟื้นตัวอาจจำกัดการปรับขึ้นของราคา แต่หากเกิดการหยุดชะงักของอุปทานหรือความตึงเครียดรุนแรงขึ้น ราคาน้ำมันอาจกลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้ง
ด้านกาตาร์ระบุเมื่อวันอังคารว่า หวังว่าความพยายามทางการทูตระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ จะนำไปสู่ความคืบหน้าในการเจรจา
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ปฏิเสธรายงานของ Axios ที่อ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า เขาพร้อมเสนอการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรและปลดล็อกเงินของอิหร่านที่ถูกอายัด แลกกับการที่รัฐบาลเตหะรานดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์
ขณะเดียวกัน อุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางเริ่มฟื้นตัว โดยซาอุดีอาระเบียกลับมาโหลดน้ำมันขึ้นเรือจากท่าเรือ Yanbu บริเวณทะเลแดงเมื่อวันอังคาร หลังกลับมาเดินระบบท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline อีกครั้ง
การส่งออกน้ำมันดิบจากประเทศผู้ผลิตในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นในเดือน ก.ย. สู่ระดับ 16.328 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงสุดนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือน ก.พ.
J.P. Morgan ระบุว่า หลังการขนส่งผ่านท่อ East-West ของซาอุดีอาระเบียกลับมาเป็นปกติ ปริมาณส่งออกน้ำมันของภูมิภาคขณะนี้ต่ำกว่าระดับก่อนสงครามเพียง 11% สะท้อนการฟื้นตัวอย่างมาก แม้ความขัดแย้งในภูมิภาคยังดำเนินอยู่
ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ค่าเฉลี่ย 10 วันของการส่งออกน้ำมันทั้งหมดอยู่ที่ 20.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 89% ของระดับปี 2568 ตามการประเมินของ J.P. Morgan
ส่วนในสหรัฐฯ ข้อมูลจาก American Petroleum Institute (API) ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่นลดลง โดยตลาดยังรอติดตามข้อมูลสต็อกน้ำมันอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ซึ่งนักวิเคราะห์ที่ Reuters สำรวจคาดว่า สต็อกน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจะปรับตัวลดลง
อ้างอิง : www.reuters.com