“ศุภจี” ชี้! โลกการค้าเปลี่ยน ไทยต้องปรับเกม สร้าง Trusted Partner กระจายตลาด ดัน SME โต
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานเสวนาหัวข้อ “ประเทศไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม : เปลี่ยนอย่างไรให้ไปต่อ” ในการประชุมประจำปี 2569 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หัวข้อ “ยกระดับศักยภาพธุรกิจไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล” ว่า โลกการค้าเปลี่ยนแปลงอย่างมากจากภูมิรัฐศาสตร์และการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ
หลายประเทศจึงใช้ทั้งมาตรการภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีเพื่อกำหนดกรอบการค้าและลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ไทยไม่สามารถดำเนินธุรกิจด้วยรูปแบบเดิมได้อีกต่อไป ซึ่งแม้โลกจะมีความ Fragmented มากขึ้น แต่ประเทศต่าง ๆ ยังไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ทั้งหมด จึงเกิดความต้องการคู่ค้าที่มีความน่าเชื่อถือ หรือ Trusted Partner ซึ่งไทยมีโอกาสจากการรักษาความสัมพันธ์กับหลายฝ่าย จึงต้องใช้จุดแข็งนี้เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานโลกให้มากขึ้น โดยปัจจุบันไทยพึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐฯ และจีนรวมกันประมาณ 1 ใน 3 ของการส่งออก จึงจำเป็นต้องกระจายตลาดและสร้างความร่วมมือกับประเทศอื่นเพิ่มเติม
สำหรับสหรัฐฯ ไทยส่งออกไปมากกว่า 20% และมีการเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากเดิมที่อยู่ในอันดับ 11 ขยับเป็นอันดับ 7 และล่าสุดอันดับ 5 ทำให้สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับมาตรการอื่นที่ไม่ใช่ภาษีมากขึ้น ไทยจึงต้องเจรจาบนหลักประโยชน์ร่วมกัน ควบคู่กับการรักษาสิทธิประโยชน์และปกป้องผู้ประกอบการไทย ขณะที่จีนเป็นตลาดส่งออกอันดับ 2 แต่เป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 1 และไทยขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มขึ้น โดยกว่า 80% ของสินค้านำเข้าจากจีนเป็นวัตถุดิบและสินค้าทุนที่นำมาใช้ผลิตและส่งออกต่อ จึงต้องปรับรูปแบบความร่วมมือ เพิ่มการใช้วัตถุดิบและการผลิตในประเทศ
กระทรวงพาณิชย์จึงหารือกับจีนเพื่อจัดตั้ง Joint Trade Committee ปรับห่วงโซ่อุปทาน และผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ที่สามารถผลิตในไทยได้ โดยเฉพาะ Food Processing ยา และสมุนไพร ซึ่งจะช่วยเพิ่มการใช้วัตถุดิบไทยและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยสินค้าเกษตรไทยที่ส่งออกไปจีนเกือบ 98–99% ยังเป็นสินค้าเกษตรสด หากนำมาแปรรูปให้ตรงกับความต้องการของตลาด จะช่วยลดปัญหาอุปทานล้นตลาด ลดผลกระทบจากฤดูกาลและสภาพอากาศ และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร นอกจากนี้ยังต้องเพิ่มการใช้สินค้าและชิ้นส่วนไทย เพื่อลดความเสี่ยงเรื่อง Transshipment ที่สหรัฐฯ กังวล และสร้างความเชื่อมั่นว่าสินค้าส่งออกของไทยมีการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศจริง
พร้อมกันนี้ ไทยต้องเร่งกระจายตลาดไปยัง EU และอินเดีย โดย EU มีสัดส่วนการส่งออกไทยเพียง 7–8% และการเจรจา FTA ไทย-EU เดินหน้ามาแล้ว 9 รอบ ปิดประเด็นได้ประมาณ 2 ใน 3 เหลืออีก 1 ใน 3 โดยรอบที่ 10 จัดขึ้นที่ภูเก็ต และทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าเร่งปิดประเด็นที่เหลือภายในปีนี้ ส่วนอินเดีย แม้ไทยได้ดุลการค้าราว 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ไทยต้องเปลี่ยนมุมมองจากการดูเพียงตัวเลขดุลการค้า ไปสู่การสร้างประโยชน์ร่วมกัน โดยไทยและอินเดียอยู่ระหว่างหาอุตสาหกรรมที่สามารถร่วมมือและเชื่อมโยง Global Supply Chain ตั้งเป้าหาโมเดลภายใน 45 วัน และหากทำได้อาจเร่งความคืบหน้า FTA ภายใน 90 วัน
นางศุภจี กล่าวว่า ทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจควรยึด 3 แกนหลัก คือ “สมดุล เติบโต และกระจายตัว” ก่อนนำไปสู่ความยั่งยืน โดยต้องลดความไม่สมดุลระหว่างจำนวนแรงงานกับความสามารถในการสร้างรายได้ ปัจจุบันแรงงานภาคเกษตรมีเกือบ 30% ของประเทศ แต่สร้าง GDP เพียง 8–9% ขณะที่ SME และ MSME มีแรงงานประมาณ 70–72% แต่สร้างรายได้เพียง 34–35% และเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมานาน 10 ปี จึงต้องทำให้ผู้ประกอบการรายเล็ก “เกิดง่าย ตายยาก” จากปัจจุบันที่เกิดยากและตายง่าย พร้อมผลักดันให้เติบโตจากรายเล็กเป็นรายกลาง รายใหญ่ และก้าวสู่ Regional Champion
สำหรับผู้ส่งออกไทยมีมากกว่า 30,000 ราย แต่ผู้ประกอบการรายเล็กมีสัดส่วนถึง 70–80% กลับสร้างรายได้จากการส่งออกเพียงกว่า 10% กระทรวงพาณิชย์จึงจะเน้น 3 เรื่อง คือ 1. ทักษะและเครื่องมือเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน 2. การเข้าถึงแหล่งทุน และ 3. การเข้าถึงตลาด โดยการเข้าถึงเงินทุนต้องปรับวิธีประเมินจากเดิมที่เน้นสินทรัพย์ ไปพิจารณา Cash Flow เงินทุนหมุนเวียน และทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมทำงานร่วมกับ SME D Bank บสย. ธ.ก.ส. ออมสิน และ ธอส. ขณะเดียวกันต้องช่วยผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จาก FTA และพาออกสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น
นอกจากนี้ ไทยยังผลักดัน ASEAN Digital Economy Framework Agreement (DEFA) ซึ่งขณะนี้ได้ข้อสรุปแล้ว โดยจะช่วยขยายตลาดจากไทยกว่า 60 ล้านคนไปสู่ตลาดอาเซียนกว่า 650 ล้านคน ผ่านกติกาดิจิทัลที่เอื้อต่อการค้าข้ามพรมแดน โดยตั้งเป้าลงนามในช่วงปลายปีนี้และเริ่มใช้ในเดือนมกราคม ทั้งหมดนี้เป็นกลไกสำคัญในการกระจายโอกาสและรายได้ ให้ผู้ประกอบการ เกษตรกร และแรงงานไทยสามารถเติบโตไปพร้อมกับโอกาสใหม่ ท่ามกลางโลกการค้าที่เปลี่ยนแปลงและมีความท้าทายมากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
3 ผลกระทบตลาด หลังทรัมป์ล้างระเบียบโลก บุกโจมตี-จับผู้นำเวเนซุเอลา
ถอดเกมมหาอำนาจ เวที “ทรัมป์–สี” โลกคลายกังวลจริงได้จริงหรือไม่?
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ศุภจี” ชี้! โลกการค้าเปลี่ยน ไทยต้องปรับเกม สร้าง Trusted Partner กระจายตลาด ดัน SME โต
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com