โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อนุทิน’ ย้ำ รัฐบาลระดมทุกหน่วยช่วยประชาชนเต็มกำลัง ยัน เวลานี้โฟกัสช่วยประชาชน

เดลินิวส์

อัพเดต 28 กันยายน 2569 เวลา 5.43 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘อนุทิน’ ย้ำ รัฐบาลระดมทุกหน่วยช่วยประชาชนเต็มกำลัง พร้อมกันงบกลางปี 69 ไว้เยียวยาผู้ประสบภัย ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับจังหวัดอื่น หลังผู้ว่าฯ กทม.ประกาศภาวะฉุกเฉิน ยัน เวลานี้โฟกัสช่วยประชาชนความมั่นคงรัฐบาลเป็นเรื่องท้าย

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 27 ก.ย. ที่แฟลตการเคหะคลองจั่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม บริเวณแฟลตการเคหะคลองจั่น ว่า วันนี้นำสิ่งของมาให้กับพี่น้องประชาชนในแฟลตการเคหะคลองจั่น ซึ่งมีการระดมความช่วยเหลือจากหลายฝ่าย ขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราพยายามต่อกระแสไฟฟ้าเข้าไปในอาคารให้ได้มากที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประชาชนได้มีการฝากข้อความหรือความหวังอะไรกับนายกฯหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนรับฟังหมด และไปเร่งแก้ไข ซึ่งตอนนี้ทางรัฐบาลระดมกำลังจากทุกภาคส่วนมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง อย่างพื้นที่ปริมณฑลผู้ว่าราชการจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันรับมือกับสถานการณ์และแก้ไขปัญหา

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้รัฐบาลสั่นคลอนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เต็มที่ดีกว่า เรื่องความมั่นคงรัฐบาลเป็นเรื่องท้ายๆ ตอนนี้ต้องระดมสรรพกำลังทุกอย่างเท่าที่มีอยู่มาช่วย ถ้าเราเล่นการเมืองเราก็บอกว่า กทม.ไม่เกี่ยวกับเรา ซึ่งตนไม่ทำอยู่แล้ว เพราะทุกคนต้องช่วยพี่น้องประชาชน

เมื่อถามย้ำว่า หลังจากนี้นายกฯจะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอื่นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า หลังจากนี้ต้องไล่ลงไปดู วันนี้ตนกลับมาจากต่างประเทศตอนใกล้เที่ยงเข้าไปประชุม ครม.นัดพิเศษ และลงพื้นที่ ซึ่งการได้มาลงพื้นที่ทำให้ได้เห็นสภาพว่าจริงๆแล้วการที่ผู้ว่าฯกทม. ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินก็ควรแก่เหตุอย่างยิ่ง ต้องชมเชยท่าน เพราะการประกาศภาวะฉุกเฉิน ท่านต้องการกำลังเสริม จึงเป็นช่องทางที่เราเข้ามาได้ ถ้าท่านไม่ประกาศเราก็ไม่รู้ว่าจะเอาช่องไหนเข้ามา ซึ่งการช่วยเหลือ และการเยียวยาจะมีกฎเกณฑ์ มีระเบียบ หลังจากนี้ตนจะต้องไปตกลงกับผู้ว่าฯกทม.ว่า ที่ผ่านมาใช้หลักเกณฑ์ในการเยียวยาพี่น้องประชาชนอย่างไร ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย และรัฐบาลใช้หลักเกณฑ์อะไรในการเยียวยาพี่น้องประชาชนนอก กทม. จะมาหาบรรทัดฐานเดียวกัน โดยยึดถือประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เมื่อสักครู่ตนได้คุยกับผู้อำนวยการสำนักงบประมาณว่ามีงบกลางของปี 69 ที่ยังเหลืออยู่บ้าง จึงได้ให้ข้อสั่งการว่าต้องกันงบประมาณไว้ก่อน ซึ่งหลังจากนี้ต้องมีการสำรวจความเสียหาย สำรวจรายชื่อผู้ที่ได้รับสิทธิ์การเยียวยา ส่วนเรื่องยานพาหนะของพี่น้องประชาชนในส่วนที่มีประกันภัย ต้องบอกว่าไม่ยาก เพราะช่วงที่เกิดน้ำท่วมหาดใหญ่เราก็มี คปภ. เข้ามาประสานงาน และเร่งดำเนินการจ่ายค่าประกันในทรัพย์สินที่เสียหายไป ตอนนี้ต้องคิดไปถึงเรื่องน้ำลดจะทำอย่างไร ขยะมูลฝอย ซึ่งเราได้ถอดบทเรียนและได้ดำเนินการที่หาดใหญ่ เราจะเร่งฟื้นฟูให้สถานการณ์กลับสู่ความปกติให้เร็วที่สุด

เมื่อถามย้ำว่า ประชาชนอยากให้เอาน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลอยากเอาออกให้เร็วมากที่สุดอยู่แล้ว อย่างที่บอกหากไม่มีน้ำมาเติมการที่น้ำจะระบายต้องเร่งด้วยธรรมชาติเอง และด้วยการสูบน้ำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด วันจันทร์ที่ 28 ก.ย. และวันอังคารที่ 29 ก.ย. ซึ่งเป็นวันหยุดราชการพิเศษ แต่คณะรัฐมนตรีไม่ได้หยุดทำงาน ซึ่งพรุ่งนี้ตนจะเชิญผู้อำนวยการสำนักงบประมาณมาหารือร่วมกับกระทรวงมหาดไทย อธิบดี ปภ. ว่าจะทำอย่างไรให้ กทม. เข้าไปในเกณฑ์ที่จะได้รับการเยียวยาได้เหมือนกับจังหวัดอื่นๆในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบทุกจังหวัด ยกเว้น กทม. วันนี้การที่ผู้ว่าประกาศสภาวะฉุกเฉินกระทรวงมหาดไทยจะใช้กฎเกณฑ์เหมือนจังหวัดอื่นๆในเรื่องการเยียวยา พี่น้องประชาชนทุกคนเป็นคนไทยหมดเราไม่ได้แยก เพียงแต่ข้อกฎหมายเปิดให้เราเข้ามาได้อย่างเต็มที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...