กลาโหมผนึก กทม. บูรณาการรับมือน้ำท่วม ตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัย 50 เขต
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมร่วมกับกรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร อาคารสำนักการระบายน้ำ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วม เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและหารือแนวทางบูรณาการการช่วยเหลือประชาชนระหว่างกรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การอำนวยการและการปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวดเร็ว และตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม พร้อมเชื่อมต่อระบบ Video Teleconference (VTC) กับผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต ผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ และพลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เสนาธิการทหาร เพื่อรับทราบสถานการณ์ ปัญหา และความต้องการสนับสนุนจากแต่ละพื้นที่โดยตรง
ก่อนการหารือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้รับฟังการบรรยายระบบควบคุมและบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร ทั้งทิศทางน้ำ ระบบคลอง ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ และพื้นที่เฝ้าระวัง เพื่อให้ทุกหน่วยงานเห็นภาพ “น้ำทั้งระบบ” และใช้ข้อมูลสถานการณ์ร่วมกันในการกำหนดพื้นที่เร่งด่วน รวมถึงพิจารณาศักยภาพของกองทัพว่าสามารถเข้าไปสนับสนุนในจุดใดได้อย่างเหมาะสม
พร้อมทั้งเสนอให้จัดตั้ง “ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยระดับเขต” ครอบคลุมทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นกลไกประสานการปฏิบัติในระดับพื้นที่ เชื่อมโยงสำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร กองทัพ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การรับข้อมูลสถานการณ์และความต้องการของประชาชน ไปจนถึงการร้องขอและจัดกำลังหรือทรัพยากรเข้าสนับสนุน โดยเน้นเอกภาพในการอำนวยการและการปฏิบัติ ลดความซ้ำซ้อน และทำให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนได้รวดเร็วและตรงจุด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยืนยันว่า กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพพร้อมนำศักยภาพเข้าไป “เติม” ในส่วนที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต้องการ ทั้งกำลังพล ยานพาหนะ เรือ เครื่องสูบน้ำ เครื่องมือช่าง และยุทโธปกรณ์เฉพาะด้าน โดยกองทัพจะทำหน้าที่เป็นกำลังสนับสนุน ไม่ทำงานซ้ำซ้อนหรือทดแทนหน่วยงานที่มีหน้าที่และความเชี่ยวชาญโดยตรง โดยกล่าวว่า “เรื่องน้ำต้องมองทั้งระบบ ทุกฝ่ายต้องเห็นข้อมูลเดียวกัน และรู้ว่าแต่ละพื้นที่ต้องการอะไร การทำงานต้องเป็นเอกภาพตั้งแต่ส่วนกลางลงไปถึงระดับเขต กลาโหมไม่ได้เข้ามาทำแทน แต่พร้อมนำศักยภาพของกองทัพเข้าไปเติมในจุดที่จำเป็น เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายเร็วขึ้น และประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง”
ขณะที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวขอบคุณกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่ารู้สึกอุ่นใจที่กองทัพเข้ามาช่วยสนับสนุนในทุกมิติ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบและต้องการทรัพยากรเพิ่มเติม
พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้กำชับให้หน่วยทหารประสานงานกับกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในระดับเขต และให้ผู้แทนฝ่ายทหารที่รับผิดชอบการประสานงานในแต่ละพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ไม่เปลี่ยนผู้ประสานงานโดยไม่จำเป็น เพื่อให้ข้อมูลและการทำงานมีความต่อเนื่อง ลดรอยต่อในการประสานงาน และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
ภายหลังการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยปลัดกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่เขตลาดกระบัง เพื่อตรวจติดตามการระบายน้ำและการปฏิบัติงานของเรือผลักดันน้ำ โดยรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางการไหลของน้ำ จุดระบายน้ำ และการใช้เรือผลักดันน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมพิจารณาแนวทางที่กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพสามารถสนับสนุนกำลัง เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมตามความต้องการของกรุงเทพมหานคร
โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมย้ำว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการนำข้อมูลจากศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมมาดูควบคู่กับสภาพพื้นที่จริง เพื่อให้การสนับสนุนของกองทัพตรงกับปัญหาและความต้องการของหน่วยงานเจ้าภาพ ทั้งในช่วงเร่งระบายน้ำ การดูแลประชาชนที่ยังได้รับผลกระทบ และการฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย