โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย่าฆ่ากันด้วยคำพูด?

ไทยโพสต์

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“จ้าง 300 ให้เลิกร้องเพลงได้ไหม?”

เนี่ย..แม้เพียงประโยคสั้นๆ จากลูกค้าคนหนึ่งในร้านอาหาร ก็ทำเอา “ศิวดล จันทนเสวี” หรือ “ท๊อฟฟี่ 3.50” ศิลปินและเอนเตอร์เทนเนอร์รุ่นเก๋าถึงกับ “หน้าชา”!

โดยเขาโพสต์เล่าว่า.. “เฟล ใน เฟล มานั่งทานร้านลาบข้างบ้าน พี่เต้เจ้าของร้าน เชิญขึ้นร้องเพลงแจมบนเวที ร้องไป 2-3 เพลง เราก็ถามลูกค้าไปว่าอยากฟังเพลงอะไรอีกมั้ยครับ?

ลูกค้าผู้หญิงโต๊ะหน้าเวที ตะโกนขึ้นมาบอก จ้าง 300 ให้เลิกร้อง

“ช็อต!! หน้าชา ยิ้มรับ ร้องต่ออีก 1 เพลงถ้วน” แล้วก็ลงเวทีด้วยการพูดเล่นๆ ว่า เอา 300 ที่พี่จ้างไปจ่ายโต๊ะที่ผมนั่งนะครับ คงทุ่นค่ามิกเซอร์ได้บ้าง

มันคงหมดยุคที่ผมจะใช้เสียงร้องเพลงจริงๆ แล้วสินะ เอาวะ!! เปิดร้านลาบนี่แหละคือคำตอบในตอนนี้ที่อยากทำที่สุด ผลข้างหน้าจะเป็นยังไงค่อยว่ากัน

* แต่เมื่อกี๊ ก็แอบเสียใจนะ ที่ได้ยินกับหูตัวเองหน้าเวที แบบประชิด เห็นหน้าคนพูดชัดๆ แบบนั้น มันทำให้ ความมั่นใจ ความที่ชอบร้องเพลง ความที่ยินดีในการขึ้นแจม มันหายไปในวันนี้ทันที

ขอบคุณพี่ผู้หญิงหน้าเวทีด้วย ที่เตือนสติ ว่าสิ่งนี้มันไม่เหมาะกับเราอีกต่อไปแล้ว จะได้รู้ไว้ว่าใครเรียกขึ้นแจมที่ไหน อย่าเสนอหน้าขึ้นไปอีก

มันคงหมดยุคของเราแล้วจริงๆ เสียใจว่ะ เจอผมที่ไหน ไปนั่งร้านไหน ไม่ต้องเรียกผมขึ้นเวทีแล้วนะครับ

คนพูดเค้าคงพูดตามความรู้สึกจริงๆ แต่คนฟัง ก็หน้าชา รับแรงกระแทกแบบนี้ไม่ไหวจริงๆ อ่อนแอครับ ยอมมมม”

ครับ..ไม่เกิดกับตัวเองย่อมไม่รู้ถึงความรู้สึก ก็ต้องขอเป็นกำลังใจและเห็นใจต่อคุณท๊อฟฟี่ การที่เขาได้รับเชิญจากเจ้าของร้านให้ขึ้นไปร้องเพลงแจมเพื่อสร้างสีสัน (ไม่ได้ค่าตัว)

แต่กลับถูกตอบแทนด้วยการควักเงิน 300 บาทเพื่อไล่ให้ลงจากเวทีนั้น นอกจากจะอับอายขายหน้าแล้ว ยังถือเป็นการถูกดิสเครดิตและบั่นทอนศักดิ์ศรีอย่างรุนแรง!

หลายคนอาจคิดว่า “ศิลปินสายฮา” จะมีภูมิคุ้มกันความเสียใจสูง แต่ในความจริง พวกเขาก็เป็นมนุษย์ที่มีความรู้สึกเปราะบางไม่ต่างจากเรานี้แหละ!

การโดนปฏิเสธต่อหน้าสาธารณชนได้ทำลายความมั่นใจที่สะสมมาทั้งชีวิตให้พังทลายลงในพริบตา!

ซึ่งคนพูดจะแซวเล่นหรือจริงจังหรืออย่างไรไม่รู้ แต่การกระทำนี้ได้สะท้อนถึงการขาดการให้เกียรติในพื้นที่ร่วมกันของสังคมอย่างชัดเจน!

และเหตุการณ์นี้ก็น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่รักการร้องเพลง ชอบขึ้นไปแจมกับวงดนตรี หรือชอบร้องคาราโอเกะตามร้านอาหารได้บ้างไม่มากก็น้อย

เพราะต้องยอมรับความจริงว่า คนที่มานั่งในร้านอาหารไม่ได้มาเพื่อ “ฟังเรา” ทุกคน บางโต๊ะต้องการความสงบเพื่อพูดคุย บางโต๊ะต้องการฟังดนตรีมืออาชีพจากทางร้าน

ดังนั้น การขึ้นไปร้องเพลง (แม้เจ้าของร้านหรือนักร้องนำจะเชิญ) ก็ต้องคำนึงถึงบรรยากาศโดยรวมด้วย

ก่อนจะจับไมค์ ลองสังเกตปฏิกิริยาของลูกค้าโต๊ะอื่นๆ ว่าพวกเขากำลังสนุกร่วมด้วย หรือกำลังเริ่มแสดงความอึดอัดผ่านสายตาและท่าทาง..

การรู้จังหวะว่าควร “พอ” หรือควร “หยุด” แค่ไหนจะช่วยเซฟหน้าและเซฟใจเราได้ดีที่สุด!

อย่างไรก็ตาม การที่คุณท๊อฟฟี่ประกาศ “วางไมค์สำหรับการแจมตามร้านอาหาร” ก็ ไม่ใช่ความพ่ายแพ้..

แต่มันคือการเรียนรู้ที่จะเลือกพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่มีคนเห็นคุณค่าและพร้อมจะรับฟังจริงๆ..ต้องไม่ยอมมมมนะท๊อฟฟี่ สู้ๆ!

สุดท้ายแล้ว..อุทาหรณ์จากเรื่องนี้ไม่ได้สอนแค่คนร้องเพลง แต่ได้เตือนคนฟัง และสังคมด้วยว่า หากเราไม่ชอบเพลงที่เขาร้อง หรือไม่อยากฟังสิ่งที่เป็นอยู่

เรามีวิธีปฏิเสธที่นุ่มนวลกว่าการใช้เงินไล่ เช่นว่าการหันไปคุยกันในโต๊ะ เดินไปเข้าห้องน้ำ หรือเลือกที่จะเพิกเฉยเสีย..

ดีกว่าใช้คำพูดฆ่ากัน..ว่ามั้ย!?.

สันต์ สะตอแมน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...