โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ชัชชาติ’ เร่งสูบน้ำลงคลองประเวศฯ เตรียมรับฝน 5 – 8 ต.ค.นี้

The Reporters

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คาดตกเป็นช่วง ๆ ไม่แช่เหมือนที่ผ่านมา ไม่กังวลน้ำเหนือแต่ชุมชนนอกคันต้องเฝ้าระวัง เตรียมเปิดระบบยื่นเยียวยาออนไลน์เย็นนี้

วันนี้ (2 ต.ค.69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวความคืบหน้าสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร ว่า ช่วงวันที่ 5 - 8 ต.ค.นี้ กรุงเทพมหานครยังต้องติดตามสถานการณ์ฝนตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ไว้ โดยลักษณะฝนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเป็นฝนตกเป็นช่วง ๆ ไม่ใช่ฝนตกแช่ต่อเนื่องยาวนาน จึงประเมินว่าหากถึงช่วงดังกล่าว การระบายน้ำในคลองสายหลักต่าง ๆ น่าจะมีสถานการณ์ที่ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน

สำหรับสถานการณ์น้ำในคลองสายหลัก ขณะนี้ภาพรวมมีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะคลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว และคลองแสนแสบ ส่วนคลองประเวศบุรีรมย์ยังเป็นพื้นที่ที่ต้องเร่งระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีปริมาณน้ำสะสมอยู่

นายชัชชาติ กล่าวว่า เมื่อวานที่ผ่านมาระดับน้ำในคลองลาดพร้าวอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากกรุงเทพมหานครได้เพิ่มการระบายน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยมีการระบายน้ำผ่านคลองสองหรือคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ซึ่งเชื่อมโยงกับระบบคลองในพื้นที่ตอนบน ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้ประสานและปรับการเปิดทางน้ำเพิ่มเติม เพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำจากพื้นที่ปทุมธานี โดยได้เพิ่มระดับการเปิดทางน้ำจากเดิมประมาณ 10 เซนติเมตร เป็น 20 เซนติเมตร

การบริหารจัดการในระยะนี้ยังคงเน้นการพร่องน้ำในระบบให้มากที่สุด เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับฝนที่จะตกลงมาในช่วงวันที่ 5 - 8 ต.ค.69 โดยเชื่อว่าหากสามารถลดปริมาณน้ำในคลองและพื้นที่ต่าง ๆ ได้เพียงพอ จะช่วยลดผลกระทบจากฝนที่ตกลงมาเพิ่มเติมได้ อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องติดตามปริมาณฝนและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ซึ่งตอนนี้ไม่มีทางอื่น นอกจากเร่งสูบและเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่

ส่วนการบริหารจัดการพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง กรุงเทพมหานครจะเริ่มลงไปจัดการในรายละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่เขตสะพานสูง ซึ่งมีหมู่บ้านและชุมชนจำนวนมากอยู่บริเวณด้านใต้ของคลองแสนแสบ ระหว่างคลองแสนแสบกับคลองประเวศบุรีรมย์ ทำให้การระบายน้ำออกจากพื้นที่ทำได้ค่อนข้างช้า เนื่องจากต้องระบายลงสู่คลองประเวศบุรีรมย์เป็นหลัก กรุงเทพมหานครจึงเตรียมลงพื้นที่สำรวจหมู่บ้านและชุมชนต่าง ๆ เพื่อประเมินสถานการณ์และเร่งแก้ไขปัญหาให้ตรงกับพื้นที่

ขณะที่พื้นที่ลาดกระบัง กรุงเทพมหานครได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำแบบท่อซิ่งแล้วจำนวน 4 ท่อ แต่ยังไม่สามารถเริ่มเดินเครื่องสูบได้ทันที เนื่องจากต้องดำเนินการจัดทำและเสริมแนวคันกั้นน้ำบริเวณคลอง 1 ให้แล้วเสร็จก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับเข้าสู่พื้นที่ที่กำลังเร่งสูบออก เพราะอาจทำให้การสูบน้ำไม่มีประสิทธิภาพ

ขณะนี้เหลือแนวคันกั้นน้ำอีกประมาณ 100 เมตร ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเริ่มสูบน้ำได้ภายในช่วงเที่ยงของวันนี้ โดยกรุงเทพมหานครจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนที่อยู่บริเวณด้านนอกแนวคันกั้นน้ำด้วยว่า การเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่อาจส่งผลกระทบบางส่วน และจำเป็นต้องบริหารจัดการร่วมกันเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาในภาพรวมได้

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ภาพรวมสถานการณ์ขณะนี้ เริ่มเห็นพื้นที่ที่มีปัญหาลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้กรุงเทพมหานครสามารถทยอยนำทรัพยากรและกำลังเจ้าหน้าที่ไปสนับสนุนพื้นที่อื่นที่ยังได้รับผลกระทบได้มากขึ้น

สำหรับการคาดการณ์ฝนในช่วงวันที่ 5 - 8 ต.ค.69 นายชัชชาติกล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้ติดตามข้อมูลและเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยในช่วงที่ผ่านมา แม้จะมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ แต่ยังสามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ โดยยกตัวอย่างเมื่อวันที่ผ่านมา มีฝนตกหนักในพื้นที่ฝั่งตะวันออกบางแห่ง ปริมาณฝนเกือบ 90 มิลลิเมตร ขณะที่พื้นที่ด้านในของกรุงเทพมหานคร เช่น บริเวณลาดพร้าว มีฝนประมาณ 30 มิลลิเมตร แต่สามารถระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วและไม่เกิดปัญหารุนแรง

ส่วนสาเหตุสำคัญที่ทำให้สามารถรองรับฝนได้ดีขึ้นนั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้เร่งระบายน้ำจากพื้นที่ต่าง ๆ เข้าสู่ระบบคลองอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่ซึ่งเคยมีน้ำสะสมสามารถกลับมามีพื้นที่ว่างสำหรับรองรับน้ำฝนได้มากขึ้น การบริหารจัดการน้ำจึงไม่ได้เป็นเพียงการเร่งระบายน้ำในคลองเท่านั้น แต่เป็นการดึงน้ำจากพื้นที่ต่าง ๆ เข้าสู่ระบบระบายน้ำด้วย เมื่อฝนตกลงมาในปริมาณไม่มาก น้ำบางส่วนจึงสามารถซึมและถูกกักเก็บไว้ในพื้นที่ได้ ไม่จำเป็นต้องไหลลงสู่คลองทั้งหมดในทันที ทำให้ระบบมีเวลารองรับน้ำฝนได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากฝนตกหนักลงมาในพื้นที่ที่ยังมีปัญหาน้ำท่วมขังอยู่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่การระบายน้ำยังทำได้ช้า อาจทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ จึงยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกยังเป็นพื้นที่ที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นหรือมีน้ำข้ามแนวคันกั้นน้ำ เช่น บริเวณคลองหกวาสายล่าง กรุงเทพมหานครจึงต้องติดตามสถานการณ์ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการคาดการณ์ฝนในวันที่ 5 ต.ค.69 กรมอุตุนิยมวิทยาจะมีการประเมินสถานการณ์เพิ่มเติม ซึ่งกรุงเทพมหานครจะนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการแจ้งเตือนประชาชน โดยในระยะต่อไปอาจเน้นการแจ้งเตือนแบบเจาะจงพื้นที่มากขึ้น เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ที่มีความเสี่ยงแตกต่างกัน

กทม.ได้พัฒนาแบบจำลองเพื่อวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งจะช่วยให้สามารถระบุพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าบริเวณอื่นได้ จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาระบบแจ้งเตือนให้มีความเฉพาะเจาะจงกับพื้นที่มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสามารถเตรียมตัวรับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประสิทธิภาพของบ่อหน่วงน้ำ หรือ Water Bank นายชัชชาติกล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีบ่อหน่วงน้ำหลายรูปแบบ ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก โดยตัวอย่างบึงหนองบอนมีศักยภาพในการรองรับน้ำประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันยังมีพื้นที่รองรับน้ำเหลืออยู่เกือบ 4 ล้านลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของบ่อหน่วงน้ำหรือแก้มลิงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความจุเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือการสามารถนำน้ำเข้าสู่พื้นที่หน่วงน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนกรณีบึงหนองบอน ปัจจุบันมีคลองหนองบอนและคลองมะขามเทศเป็นทางนำน้ำเข้าสู่บึง แต่ปริมาณการไหลของน้ำยังไม่สูงมาก ทำให้น้ำที่เข้าสู่บึงหนองบอนส่วนใหญ่เป็นน้ำจากพื้นที่โดยรอบ

นายชัชชาติ กล่าวว่า กทม.มีแนวคิดที่จะก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำจากคลองประเวศบุรีรมย์มายังบึงหนองบอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำน้ำเข้าสู่พื้นที่หน่วงน้ำ แต่ขณะนี้โครงการยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับผู้รับเหมา ซึ่งอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูสถานะของโครงการ หากสามารถดำเนินการได้ จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำที่สามารถนำเข้าสู่บึงหนองบอนได้ ขณะเดียวกันบึงหนองบอนยังมีอุโมงค์ที่สามารถระบายน้ำต่อไปยังพื้นที่บางนาได้อยู่แล้ว ในอนาคตการเลือกใช้โครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำจำเป็นต้องพิจารณาตามบริบทของแต่ละพื้นที่ เพราะแก้มลิงและอุโมงค์ระบายน้ำมีข้อดีแตกต่างกัน

เช่น แก้มลิงขนาดประมาณ 10,000 ลูกบาศก์เมตรในพื้นที่โรงเรียนหรือชุมชน สามารถรับน้ำไว้ในพื้นที่ได้ทันทีเมื่อเกิดฝนตก และสามารถพร่องน้ำออกภายหลังได้ เนื่องจากการนำน้ำเข้าและระบายน้ำออกทำได้ไม่ซับซ้อน แต่หากเป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ การนำน้ำจากพื้นที่ต่าง ๆ เข้าสู่แก้มลิงอาจทำได้ยากและต้องใช้ระบบเชื่อมต่อขนาดใหญ่ ในบางพื้นที่การก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำโดยตรงอาจมีประสิทธิภาพมากกว่า โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีคลองและระบบระบายน้ำที่เหมาะสม ซึ่งสามารถนำน้ำจากคลองเข้าสู่อุโมงค์และระบายออกสู่แม่น้ำหรือทะเลได้โดยตรง ดังนั้น การบริหารจัดการน้ำในอนาคตจำเป็นต้องพิจารณาระบบทั้งหมดร่วมกัน เพื่อให้การลงทุนและการใช้โครงสร้างพื้นฐานสามารถรองรับน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ส่วนสถานการณ์น้ำเหนือที่มีการระบายลงมาในปัจจุบัน ขณะนี้มีปริมาณการระบายน้ำประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งกรุงเทพมหานครยังไม่กังวล เนื่องจากสามารถบริหารจัดการการไหลของน้ำให้อยู่ในแนวทางที่เหมาะสม และกรุงเทพมหานครมีแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สามารถรองรับสถานการณ์ได้

ปัจจุบันระดับน้ำยังต่ำกว่าระดับแนวคันกั้นน้ำมากกว่า 1 เมตร จึงยังมีระยะปลอดภัยในการบริหารจัดการสถานการณ์ โดยจากข้อมูลของกรมชลประทาน ปริมาณน้ำที่ระบายลงมาดังกล่าวมีแนวโน้มว่าจะเป็นก้อนน้ำระลอกสุดท้าย ก่อนที่จะทยอยลดลง
ดังนั้น ส่วนน้ำเหนือจึงยังไม่มีประเด็นที่น่ากังวลสำหรับพื้นที่ที่อยู่ภายในแนวคันกั้นน้ำ อย่างไรก็ตาม ประชาชนและชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ เนื่องจากอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยการบริหารจัดการน้ำในช่วงนี้ต้องพยายามควบคุมทิศทางการระบายน้ำไม่ให้กระจายเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกมากเกินไป แต่ควรบริหารน้ำให้อยู่ในแนวทางการระบายผ่านพื้นที่ตอนกลางและออกสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด เพราะหากปล่อยให้น้ำไหลเอื่อยหรือกระจายเข้าสู่พื้นที่ฝั่งตะวันออก อาจทำให้เกิดปัญหาซ้ำในพื้นที่ลาดกระบังและประเวศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังอยู่ในขณะนี้

ด้าน นายคุณานพ เลิศไพรวัลย์ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงเรื่องของการยื่นขอรับเงินเยียวยาว่า สำหรับระบบในการยื่นออนไลน์ กทม.จะเปิดระบบให้ได้ภายในเย็นนี้ (2 ต.ค.69) โดย กทม.จะเป็นการยื่นขอรับการเยียวยาในเรื่องค่าเสียหายต่าง ๆ เช่น ความเสียหายของอาคาร ค่าซ่อมแซมบ้านความเสียหายอุปกรณ์ยังชีพ ค่าที่อยู่อาศัยชั่วคราวระหว่างน่ำท่วม หรือการได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจสกเหตุน้ำท่วมในครั้งนี้ ซึ่งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ต้องมาเยียวยาผ่าน กทม. โดยการยื่นขอรับเงินเยียวยารอบนี้สาระสำคัญที่ กทม.จะทำให้เกิดขึ้นได้จริงมากที่สุดก็คือ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปสำนักงานเขต ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปที่ สน.แล้ว ประชาชนสามารถทำออนไลน์ได้จบหมด สำหรับบุคคลที่ยังไม่ถนัดออนไลน์ก็สามารถนำเอกสารไปยื่นได้ที่สำนักงานเขต แต่ถ้าสามารถทำผ่านออนไลน์ได้ ก็อยากประชาสัมพันธ์ให้ยื่นผ่านออนไลน์เลยเพราะบางสำนักงานเขตที่ยังน้ำท่วมอยู่อาจจะไม่สามารถให้บริการได้ 100%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...