เอาแล้วไง! บัวขาว พูดตรงๆ ถึง คู่กรณีลูกผู้มีอิทธิพล หลังน้องถูกทำร้ายจนหน้าเสียโฉม
จากกรณี "เฮียแตง" เจ้าของร้านขายส่งแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย "น้องโอ๋" ภายในสถานบันเทิงจนใบหน้าเสียโฉมและเส้นประสาทขาด โดยมีสาเหตุมาจากฝ่ายชายเข้ามาขอชนแก้วแต่ถูกปฏิเสธจนรู้สึกเสียหน้า จึงใช้แก้วฟาดเข้าที่ใบหน้าด้านซ้ายอย่างจัง แม้เวลาผ่านไปนานกว่า 1 เดือน กลับไร้การเยียวยาและความคืบหน้าทางคดี
ล่าสุด วันที่ 23 ตุลาคม 2569 ร้อยเอกสมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว นักชกระดับตำนานของไทย ออกมาแสดงจุดยืนช่วยเหลือหญิงคนรู้จักที่ถูกทำร้ายจนใบหน้าเสียโฉม หลังคู่กรณีไม่ยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาล พร้อมยืนยันจะช่วยติดตามคดีและเรียกร้องความรับผิดชอบให้ถึงที่สุด
บัวขาวเปิดเผยว่า หญิงผู้เสียหายเป็นน้องคนหนึ่งในกลุ่มคนรู้จัก ซึ่งเคยรับประทานอาหารด้วยกัน เมื่อทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงรับปากว่าจะช่วยติดตามความคืบหน้าของคดี รวมถึงทวงถามเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่อีกฝ่ายควรรับผิดชอบ
จากข้อมูลที่น้องเล่าให้ฟัง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อน โดยในช่วงแรกคู่กรณีเคยพูดคุยว่าจะดูแลค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่หลังจากนั้นกลับไม่มีความคืบหน้า เมื่อน้องนำใบเสร็จหรือรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการรักษาไปสอบถามเพื่อขอให้รับผิดชอบ กลับถูกปฏิเสธ พร้อมได้รับคำตอบว่า “ถ้าอยากได้ให้ไปเอาที่ศาล”
สำหรับแนวทางดำเนินคดี บัวขาวมองว่า ผู้เสียหายมีหลักฐานที่สามารถนำมาใช้ประกอบการดำเนินการตามกฎหมายได้ ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด พยานแวดล้อม และบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริง
อย่างไรก็ตาม บัวขาวยอมรับว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้พบหรือพูดคุยกับคู่กรณีโดยตรง และรับฟังข้อมูลจากน้องเพียงฝ่ายเดียว โดยล่าสุดน้องแจ้งว่าได้เข้าไกล่เกลี่ยและเรียกร้องให้อีกฝ่ายรับผิดชอบต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แล้ว แต่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ และตามคำบอกเล่าของน้อง คู่กรณียังคงไม่ยอมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในพื้นที่ที่ตนเองอาศัยอยู่ เนื่องจากเล่าว่าคู่กรณีมีความเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล หรือบุคคลที่มีเงินและอำนาจในพื้นที่อยู่บ้าง ทำให้ไม่กล้าออกมาพูดหรือดำเนินการต่าง ๆ อย่างเต็มที่
บัวขาวระบุว่า เรื่องนี้ควรพิจารณาบนพื้นฐานของความถูกต้องและความยุติธรรม ไม่ควรขึ้นอยู่กับว่าใครมีอิทธิพลหรือมีอำนาจมากกว่ากัน จึงตัดสินใจเข้ามาช่วยเหลือเพื่อให้น้องได้รับการคุ้มครองสิทธิที่พึงมี เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้เสียหายโดยตรง
บัวขาวยังกล่าวด้วยว่า ในช่วงแรกน้องไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรเกินความจำเป็น เพียงอยากเข้าพบผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหน้าหรือศัลยกรรม เพื่อรักษาใบหน้าให้กลับมาดีขึ้น และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ออกไปไหนมาไหนอย่างร่าเริงเหมือนเดิม แต่เมื่อข้อเรียกร้องดังกล่าวถูกปฏิเสธ จึงแนะนำให้น้องเดินหน้าเรียกร้องสิทธิของตนเองอย่างเต็มที่
ท้ายที่สุด บัวขาวฝากถึงคู่กรณีให้ออกมาชี้แจงหรือแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมย้ำว่าปัญหานี้ควรได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง และทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
อ่านข่าวเพิ่มเติม