ลุยรื้อ 15 อาคารรุกหาดหัวหิน นายกฯ ยันเกาะติดสัญญา 120 วัน รอศาลชี้ขาดปมพิสูจน์สิทธิ์
เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 69 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลนครหัวหิน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการทำงานของผู้รับจ้างรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกชายหาดหัวหิน บริเวณถนนนเรศดำริห์ ตั้งแต่สะพานปลาหัวหินไปจนถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม รวม 15 หลัง ซึ่งเป็นการบังคับใช้กฎหมายตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเมื่อปี 2562
นายนพพร เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้า พบว่าบ้านเลขที่ 23 ซึ่งเจ้าของยินยอมให้เทศบาลดำเนินการรื้อถอน ได้เข้าดำเนินการมาประมาณ 1 สัปดาห์ ขณะนี้รื้อถอนจนโล่งเปิดมุมมองเห็นทะเลแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการเก็บขนย้ายเศษวัสดุออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ ในส่วนของลานพื้นที่สาธารณะทางลงหาดข้างร้านชาวเล และลานบริเวณร้านชมคลื่น เจ้าหน้าที่ได้เจาะพื้นปูนเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างเก็บกวาดเศษปูนและทำความสะอาด เพื่อปรับปรุงคืนพื้นที่ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน
สำหรับแผนการรื้อถอนอาคารบุกรุกที่เหลือ เทศบาลฯ ได้วางกรอบแนวทางไว้เป็น 3 ส่วน คือ พื้นที่ที่จัดการได้ทันที เช่น ลานสาธารณะและสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของให้ความยินยอม , อาคารประเภทร้านอาหารที่มีการต่อเติมยื่นลงไปในทะเล ซึ่งสามารถควบคุมดูแลทรัพย์สินและทำการรื้อถอนได้ง่ายกว่า และ กลุ่มบ้านพักอาศัยที่ปิดล็อกกุญแจทิ้งไว้ ซึ่งเทศบาลฯ จะดำเนินการตามขั้นตอนหลังปิดประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้าไว้แล้ว
นายนพพร กล่าวต่อว่า ในส่วนที่ 2 และส่วนที่ 3 นั้น ทางเทศบาลฯ ยังต้องรอผลคดีที่ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 7 และศาลจังหวัดหัวหิน เกี่ยวกับกรณีที่ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวยื่นคำร้องขอพิสูจน์สิทธิ์ ซึ่งคาดว่าจะทราบความชัดเจนในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ หากศาลมีความเห็นหรือคำสั่งอย่างไร จะนำมาประกอบการบริหารจัดการตามสัญญาจ้างที่มีกำหนดกรอบเวลาให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันต่อไป หากติดขัดข้อกฎหมายในส่วนใดจนไม่สามารถดำเนินการได้ตามกำหนด ก็จะต้องชี้แจงเหตุผลและข้อเท็จจริงตามกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมายอย่างโปร่งใส.