โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หัวใจสลาย! ทารกแรกเกิดเสียชีวิตเพราะลูกอะโวคาโดตกใส่หัว แม่โวยสภาท้องถิ่นเมินคำร้องขอให้ตัดต้นไม้

เดลินิวส์

อัพเดต 30 ตุลาคม 2569 เวลา 0.01 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
แม่ลูกอ่อนจากอาร์เจนตินาออกมาโทษสภาท้องถิ่นว่ามีส่วนทำให้ทารกแรกเกิดของเธอเสียชีวิต เหตุไม่ตัดแต่งต้นไม้ที่เป็นอันตราย ตามที่ชาวบ้านเคยร้องเรียน

วานนี้ (28 ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการเสียชีวิตของเด็กทารกในอาร์เจนตินา ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุที่ไม่น่าเชื่อ

เหตุการณ์น่าสลดนี้เกิดขึ้นเวลาประมาณ 08.00 น. ขณะที่ จูเลียนา โกเมซ กำลังส่งลูกชายวัย 5 ขวบเข้าชั้นเรียนอนุบาล ในเมืองกิลเมส ประเทศอาร์เจนตินา โดยมี “ลูคัส” ลูกชายวัยแบเบาะหลับอยู่ในอ้อมแขน ทันใดนั้น ลูกอะโวคาโดผลหนึ่งจากต้นอะโวคาโด 3 ต้นบริเวณทางเข้าโรงเรียนได้ร่วงลงมากระแทกใส่ร่างของลูคัส

เด็กชายซึ่งมีอายุได้เพียง 12 วันได้รับบาดเจ็บ กะโหลกศีรษะแตกหลายแห่ง หลังจากถูกลูกอะโวคาโดน้ำหนักมากกว่า 1 กิโลกรัม ร่วงลงมาจากความสูงราว 33 ฟุต (ประมาณ 10 เมตร) กระแทกเข้าที่ศีรษะอย่างจัง

ล่าสุด ผู้เป็นแม่ปฏิญาณว่าจะเรียกร้องความยุติธรรมให้กับลูกชาย โดยต้องการให้สภาท้องถิ่นรับผิดชอบต่อความสูญเสียครั้งนี้ โกเมซ เผยว่า ตลอดเวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ทั้งผู้ปกครองและชาวบ้านต่างเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่มาตัดแต่งกิ่งไม้ แต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ

"พวกเขาไม่ยอมมาตัดกิ่งไม้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันเหตุ ทั้งที่มีคนขอให้ตัดทิ้งมาตั้งแต่ปี 2568 ก่อนหน้านี้ก็เคยมีลูกอะโวคาโดร่วงลงมาตรงทางเข้าออกโรงเรียนอนุบาลแล้ว" โกเมซ ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่น

"เราเคยคุยเรื่องนี้กับฝ่ายบริหาร และตอนนี้เทศบาลก็ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากส่งนักจิตวิทยามาคุย ซึ่งกลับถามฉันว่าลูกชายเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งๆ ที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว ไม่มีใครโทรหาฉันอีกเลย พวกเขาจะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้"

เอกสารที่ครอบครัวรวบรวมมาได้ระบุว่า โรงเรียนอนุบาลเคยยื่นเรื่องขอให้ย้ายหรือตัดต้นไม้บนถนนโคเนซา ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 โดยน้าชายของทารกเผยว่า มีการยื่นคำร้องดังกล่าวหลังจากมีผู้ปกครองรายหนึ่งถูกลูกอะโวคาโดตกใส่จนหมดสติ ซึ่งในตอนนั้นเกือบจะร่วงใส่เด็กคนอื่นด้วย พร้อมทั้งโจมตีเจ้าหน้าที่เทศบาลว่า ดำเนินการล่าช้า และยัง “แอบ” มาตัดต้นไม้ทิ้ง หลังจากที่ลูคัสเสียชีวิตไปแล้ว

ทั้งนี้ ทางโรงเรียนเคยกังวลเรื่องผลไม้ร่วงใส่คนจนทำให้บาดเจ็บอย่างมากจนตัดสินใจย้ายประตูทางเข้าออกไปอยู่ที่อีกถนนหนึ่ง

นอกจากนี้ โกเมซยังวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของหน่วยบริการฉุกเฉินว่าล่าช้า โดยผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า รถพยาบาลใช้เวลาเดินทางถึง 20 นาทีกว่าจะถึงจุดเกิดเหตุ ทั้งที่อยู่ห่างออกไปเพียง 3 ช่วงถนน ซ้ำยังไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการรักษาทารกแรกเกิด หลังจากผ่านไป 10 นาที พ่อของลูคัสจึงตัดสินใจขับรถพาลูกส่งโรงพยาบาลในเมืองกิลเมสด้วยตัวเอง

ทารกวัย 12 วันต้องเข้ารับการผ่าตัดนานถึง 3 ชั่วโมงและยังต้องอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤตหลังจากนั้น แต่ในอีก 4 วันต่อมา (วันที่ 25 ตุลาคม) ทารกน้อยก็เสียชีวิต

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : thesun.co.uk

เครดิตภาพ : sandid fromPixabay

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...