โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ขนส่งฯเตรียมทบทวนเกณฑ์สอบใบขับขี่ใหม่ ผู้ที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป-ใบขับขี่ตลอดชีพ ประเมินสมรรถภาพร่างกายเพื่อความปลอดภัย

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก มีแนวคิดการทบทวนการออกใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของผู้สูงอายุ หรือมีอายุ 55 ปีขึ้นไป ให้เข้ารับการประเมินสมรรถนะและทบทวนความสามารถในการขับขี่ตามความเหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่ายังสามารถใช้รถใช้ถนนได้อย่างปลอดภัย โดยปัจจุบันมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการทดสอบสมรรถภาพสำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์อยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้กรมขนส่งฯจะต้องพิจารณารายละเอียดให้รอบคอบ และมีความเหมาะสมมากที่สุด

ทั้งนี้แนวคิดดังกล่าวไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มภาระให้ประชาชน แต่ต้องการสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ผู้ใช้ถนนทุกคน เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น สมรรถภาพทางร่างกาย การรับรู้ สภาพจิตใจ และความสามารถในการตัดสินใจอาจเปลี่ยนแปลงหรือลดลงตามวัย จึงควรพิจารณากลไกที่เหมาะสมในการประเมินความพร้อมในการขับขี่ รวมถึงแนวทางสำหรับผู้ที่ถือใบอนุญาตขับขี่รถตลอดชีพว่า จะสามารถทบทวนสมรรถนะได้อย่างไร โดยขณะนี้ ยังเป็นเพียงแนวคิดเบื้องต้น ต้องรอการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน จึงยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเริ่มดำเนินการเมื่อใดหรือจะใช้หลักเกณฑ์ใดเป็นการเฉพาะ

ขนส่ง2

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า การกำหนดเกณฑ์อายุและวิธีประเมินสมรรถนะผู้ขับขี่ต้องหารือให้รอบด้าน โดยมีตัวอย่างจากต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น ที่มีมาตรการเกี่ยวกับการประเมินผู้ขับขี่สูงอายุและแนวทางสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะในบางกรณี ซึ่งประเทศไทยอาจนำประสบการณ์มาศึกษา เพื่อพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ รวมถึงพิจารณาทางเลือกในการเดินทางสำหรับผู้ที่ไม่สามารถขับรถได้อย่างปลอดภัยแล้ว

“สาเหตุที่ต้องมาทบทวนสมรรถนะผู้ขับขี่สูงอายุ หรือผู้ที่มีใบขับขี่ตลอดชีพ เพราะจะเห็นได้ว่า ช่วงนี้ มีผู้สูงอายุ ขับรถเร่งมรดกออกมาบนท้องถนนเยอะมาก รวมถึงมีกรณีคนสูงอายุขับรถยนต์ขึ้นไปบนทางกลับรถของรถมอเตอร์ไซค์ ทำให้ไม่ปลอดภัย เสี่ยงทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ รวมถึงความปลอดภัยทางถนน เป็นเรื่องที่สังคมต้องร่วมกันให้ความสำคัญ เพราะความสูญเสียไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ขับขี่เพียงคนเดียว แต่กระทบถึงผู้ร่วมเดินทางและผู้ใช้ถนนคนอื่นด้วย ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยมีอัตราการเกิดลดลง การรักษาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของประเทศยิ่งมีความสำคัญ เราจึงต้องพยายามลดการสูญเสียชีวิตให้ได้มากที่สุด” นายสิริพงศ์ กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...