โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประชาธิปัตย์แนะรัฐบาลถอดบทเรียนเวที IMF-World Bank ระวังวิกฤตเศรษฐกิจใหม่

THE STANDARD

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ประชาธิปัตย์แนะรัฐบาลถอดบทเรียนเวที IMF-World Bank ระวังวิกฤตเศรษฐกิจใหม่

วันนี้ (15 ตุลาคม) กรณ์ จาติกวณิช และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลถึงทิศทางเศรษฐกิจไทย ภายหลังความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมประจำปีธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โดยเตือนให้ระวังปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ พร้อมเสนอแนวทางยกระดับ 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อนำประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง

กรณ์ จาติกวณิช ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวชื่นชมและขอบคุณรัฐบาล กระทรวงการคลัง รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมประจำปีธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนได้รับคำชมจากผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 10,000 คนทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม กรณ์เน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดนอกเหนือจากความสำเร็จในการจัดงาน คือการถอดบทเรียนทางเศรษฐกิจที่ได้จากการประชุมดังกล่าว โดยได้เปรียบเทียบกับการเป็นเจ้าภาพของไทยเมื่อปี 2534 หรือเมื่อ 35 ปีก่อน

ขณะนั้นเศรษฐกิจไทยเติบโตสูงถึงร้อยละ 8-10 ต่อปี แต่กลับแฝงไปด้วยความเสี่ยงจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและการผูกอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทไว้กับดอลลาร์สหรัฐ จนนำไปสู่วิกฤตต้มยำกุ้งในอีก 6 ปีต่อมา

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน แม้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตเพียงร้อยละ 2 กว่า แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงแอบแฝงที่อาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชน

กรณ์ได้เสนอแนะให้รัฐบาลและหน่วยงานที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ นำข้อเสนอแนะจาก IMF และ World Bank มาปรับใช้ใน 4 มิติ ได้แก่

  • การปรับตัวสู่ยุคเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  • การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยธรรมชาติที่กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
  • การรับมือกับโครงสร้างสังคมสูงวัย ที่บริบทมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับในอดีต
  • การปรับทิศทางการค้าต่างประเทศ โดยลดการพึ่งพาตลาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่มากเกินไป และหันมาสร้างความเข้มแข็งทางการค้ากับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะนำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะทั้งหมดจากการประชุมครั้งนี้ ไปประยุกต์ใช้ในการจัดทำนโยบายเศรษฐกิจของพรรค เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาปากท้องและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ด้าน ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ในฐานะอดีตนักวิจัยอนาคตศาสตร์รายงาน World Bank เปิดเผยถึงทิศทางเศรษฐกิจไทย โดยย้ำว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ หากต้องการหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง (Middle-Income Trap) อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศจะต้องเติบโตอย่างน้อยร้อยละ 5 ต่อปี ตามแนวนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์เคยเสนอไว้

ดร.การดี ได้เสนอแนวทางการยกระดับและเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ผ่าน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ดังนี้

  • อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร: เปลี่ยนผ่านจากการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่เน้นเชิงปริมาณหรือตามน้ำหนัก มาเป็นการส่งออกสารอาหารที่มีมูลค่าสูง (High-Value Nutrients) โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม
  • อุตสาหกรรมการบริการดิจิทัลและ AI: เร่งกำหนดนโยบายและทิศทางระบบเศรษฐกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI Economy) ของประเทศไทยให้ชัดเจน ทั้งในด้านการส่งเสริม Data Center และการวางจุดยืนในห่วงโซ่อุปทานยุค AI เพื่อฉกฉวยโอกาสทางเศรษฐกิจก่อนที่หน้าต่างแห่งโอกาสจะปิดลง
  • อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงและพลังงานสีเขียว: เร่งเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด และผลักดันโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Grid) เพื่อรองรับแนวโน้มการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมระดับโลก
  • อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Longevity & Wellness): ปรับเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณนักท่องเที่ยว มาเป็นการเน้นสร้างรายได้จริงและกระจายรายได้ลงสู่คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
  • อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Economy): ปรับปรุงรูปแบบการสนับสนุนจากภาครัฐให้สอดคล้องกับกลไกตลาด เพื่อส่งเสริมและผลักดันศักยภาพของบุคลากรไทย (Thai Talent) ให้สามารถเติบโตและแข่งขันในเวทีระดับโลกได้อย่างแท้จริง
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...