OECD ขยับคาดการณ์เงินเฟ้อกลุ่ม G20 ปี 2570 ขึ้นเกือบยกแผง
OECD ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2570 ในเกือบทุกประเทศ G20 หลังราคาพลังงาน-แรงกดดันด้านอุปสงค์สูงกว่าคาด พร้อมมอง ECB-BOJ และหลายประเทศยังต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อ
วันที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 15.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เตือนว่าเงินเฟ้อทั่วโลกในปี 2570 มีแนวโน้มสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานและอุปสงค์ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งตั้งแต่สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น ไปจนถึงออสเตรเลีย ต้องเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติม
รายงานฉบับล่าสุดของ OECD ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพุธ ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อจากประมาณการเมื่อเดือน มิ.ย. สำหรับประเทศสมาชิกกลุ่ม G20 เกือบทั้งหมด ยกเว้นจีนและซาอุดีอาระเบีย สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคามีแนวโน้มยืดเยื้อกว่าที่ประเมินไว้
OECD ระบุว่าท่ามกลางแรงกระแทกจากราคาพลังงานระลอกใหม่และแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่สูงกว่าคาด ในช่วงที่เงินเฟ้อของหลายประเทศยังสูงกว่าเป้าหมาย ธนาคารกลางจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจว่าแรงกดดันเงินเฟ้อพื้นฐานจะถูกควบคุมลงอย่างยั่งยืน
การประเมินดังกล่าวมีขึ้นหลังธนาคารกลางรายใหญ่พร้อมใจกันคุมเข้มนโยบายการเงินในเดือน ก.ย. โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต่างปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในระยะเวลาเพียงกว่า 1 สัปดาห์
OECD คาดว่า การขึ้นดอกเบี้ยยังไม่สิ้นสุด แม้ระดับความรุนแรงของการคุมเข้มนโยบายไม่น่าจะเทียบเท่ากับช่วงหลังรัสเซียบุกยูเครนในปี 2565 โดยคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งภายในปีนี้ ขณะที่ยูโรโซน ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระดับไม่มาก ส่วนญี่ปุ่นมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเช่นกัน
ในทางตรงกันข้าม OECD ประเมินว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางแคนาดา (BOC) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับปัจจุบันในระยะนี้
มุมมองดังกล่าวแตกต่างจากการคาดการณ์ของตลาดอยู่บางส่วน โดยตลาดเงินยังให้น้ำหนักใกล้เคียงกันระหว่างการที่เฟด ECB และ BOE จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 หรือ 2 ครั้งภายในสิ้นปี ขณะที่นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากกว่าว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยอีกเพียงครั้งเดียว และยังให้น้ำหนักว่า BOC อาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ภายในช่วงเดียวกัน
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก OECD ระบุว่า ภาพรวมการเติบโตแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากประมาณการเดือน มิ.ย. แต่มีการปรับลดแนวโน้มเศรษฐกิจของ แคนาดา ซึ่งกำลังเผชิญความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐฯ และ ฝรั่งเศส ซึ่งเผชิญความไม่แน่นอนทางการเมือง
OECD เตือนว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกยังขึ้นอยู่ในระดับสูงกับการหาทางออกอย่างยั่งยืนให้กับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้า ทั้งมาตรการภาษีและข้อจำกัดด้านการส่งออก กำลังเพิ่มความไม่แน่นอนและสร้างความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน
นอกจากนี้ OECD ยังย้ำถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต่าง ๆ ต้อง ฟื้นฟูฐานะการคลังและควบคุมการใช้จ่าย หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มสูงขึ้นยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการรักษาวินัยทางการคลัง
รายงานยังกล่าวถึงความเสี่ยงจาก ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยระบุว่า แม้เทคโนโลยีดังกล่าวมีศักยภาพช่วยเพิ่มการเติบโตและผลิตภาพ แต่ยังมีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI อาจต่ำกว่าคาดหรือใช้เวลานานกว่าจะเกิดขึ้นจริง รวมถึงความกังวลด้านความปลอดภัยที่อาจชะลอการพัฒนาและการนำเทคโนโลยีไปใช้งาน
OECD เตือนด้วยว่า หากผลประกอบการของธุรกิจ AI เติบโตต่ำกว่าที่ตลาดคาด อาจทำให้การลงทุนในอุตสาหกรรมชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ และส่งผลต่อเนื่องไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น วิศวกรรมและก่อสร้าง ตลอดจนสร้างแรงกดดันต่อมูลค่าสินทรัพย์ในตลาดการเงิน
อ้างอิง : bloomberg.com