โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝนหยุดแล้ว แต่ทำไมน้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2569 ยังไม่ลดลง ? ทำไมการระบายน้ำไม่ทันใจคน

SpringNews

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทำไมกรุงเทพฯ แถบเหนือและตะวันออก บางจุดน้ำยังคงไม่ลด? ทั้งที่ฝนหยุดตกไปแล้ว นี่คือคำถามที่อาจขึ้นในใจใครหลายคน ในช่วงเวลาท่ามกลางวิกฤตที่หลายครอบครัวต้องใช้ชีวิตอยู่กับระดับน้ำที่ท่วมขัง ทั้งๆ ที่ท้องฟ้าเริ่มเปิดและปริมาณฝนเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด การจะเข้าใจถึงรากเหง้าของปัญหานี้ เราจำเป็นต้องถอดรหัสโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำของกทม.นี้ รวมถึงทำความเข้าใจถึงปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการจัดการน้ำ

ความต่างระหว่างน้ำท่วมปี 2569 กับปี 2554

หลายคนอาจอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบภาพน้ำท่วมในวันนี้กับมหาอุทกภัยเมื่อหลายปีก่อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธรรมชาติของวิกฤตทั้งสองเหตุการณ์นั้นมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ในปี 2554 ประเทศไทยต้องเผชิญกับ 'มวลน้ำเหนือ' ปริมาณมหาศาลที่หลากทุ่งล้นทะลักลงมายังพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางและเข้าโจมตีกทม. จากทุกทิศทาง ผสมผสานกับน้ำฝนและภาวะน้ำทะเลหนุน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังระดับสูงเป็นวงกว้างและกินเวลายาวนาน

แต่สำหรับ เหตุการณ์น้ำท่วม 2569 นี้ เกิดขึ้นจาก"ฝนตกหนักเฉพาะจุด" ซึ่งมีความรุนแรงและกระจุกตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในฝั่งตะวันออก ปริมาณฝนสะสมในช่วงปลายเดือนกันยายนพุ่งสูงถึงเกือบ 300 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่แทบจะเทียบเท่ากับปริมาณฝนรวมที่คาดการณ์ไว้ตลอดทั้งเดือน ประกอบกับลักษณะกายภาพของพื้นที่บางจุดที่เป็น "แอ่งกระทะ" และ "พื้นที่หลังเต่า" ทำให้น้ำฝนระบายลงบ่อสูบหรือลำคลองได้ยากลำบาก

แม้จะมีการพร่องน้ำในคลองต่างๆ ให้อยู่ในระดับต่ำสุดเพื่อเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้าแล้วก็ตาม แต่เมื่อเจอกับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในระยะเวลาอันสั้น ระดับน้ำก็ทะลุจุดวิกฤตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีภาวะน้ำทะเลหนุนที่ทำให้การเปิดบานระบายน้ำต้องทำอย่างระมัดระวังอีกด้วย

ฝนหยุดแล้ว แต่ทำไมน้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2569 ยังไม่ลดลง ? ทำไมการระบายน้ำไม่ทันใจคน Credit ภาพ REUTERS

แผนการระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร

ด้าน กทม. มีระบบโครงข่ายการระบายน้ำที่ทำงานประสานกันหลายระดับ โดยหลักการพื้นฐานคือ น้ำฝนบนพื้นผิวถนนจะไหลลงสู่ท่อระบายน้ำ เข้าสู่คลองย่อย และถูกส่งต่อไปยังคลองหลักสายต่างๆ ก่อนที่ระบบสถานีสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำจะทำหน้าที่รีดมวลน้ำเหล่านั้นลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

สำหรับพื้นที่ฝั่งเหนือและตะวันออก กทม. อาศัยคลองสายหลักในการรับน้ำ ได้แก่ คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์ แผนการระบายน้ำในขณะนี้คือการเร่งอัดระบายน้ำจากคลองสายหลักเหล่านี้เพื่อผลักดันมวลน้ำจากฝั่งตะวันออกให้ไหลย้อนไปทางทิศตะวันตก ยกตัวอย่างเช่น มวลน้ำจากคลองลาดพร้าวและคลองแสนแสบจะถูกบีบให้ไหลไปรวมกันที่บึงพระราม 9 ก่อนเข้าสู่อุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 เพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีสูบน้ำพระโขนง ซึ่งมีขีดความสามารถในการเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ประมาณ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

นอกจากนี้ ในส่วนของมวลน้ำทางตอนเหนือยังมีการผันน้ำผ่านคลองระพีพัฒน์ออกไปทางเขื่อนพระราม 6 เพื่อช่วยตัดยอดน้ำ ไม่ให้ไหลเข้ามาสมทบในจุดที่เมืองหลวงกำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมสูง

ฝนหยุดแล้ว แต่ทำไมน้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2569 ยังไม่ลดลง ? ทำไมการระบายน้ำไม่ทันใจคน Credit ภาพ REUTERS

อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ระดับน้ำลดลงช้า

ประเด็นสำคัญ คือ ขณะนี้ "ทุกพื้นที่กำลังผันน้ำลงคลองพร้อมๆ กัน" คลองหลักอย่างคลองเปรมประชากร ลาดพร้าว แสนแสบ และประเวศบุรีรมย์ ต่างมีระดับน้ำสูงทะลุเกณฑ์สีแดง

เมื่อคลองเหล่านี้เต็มความจุ การจะสูบน้ำจากซอยย่อยหรือคลองสาขาเพื่อระบายลงคลองหลักจึงทำได้ยากลำบาก หรือแทบจะทำไม่ได้เลยจนกว่าระดับน้ำในคลองหลักจะพร่องลง

พื้นที่อย่างเขตลาดกระบัง ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปทางตะวันออกและต้องอาศัยคลองประเวศบุรีรมย์ในการลำเลียงน้ำระยะทางกว่า 10 กิโลเมตรเพื่อไปให้ถึงสถานีสูบน้ำพระโขนง จึงกลายเป็นพื้นที่ที่ต้องใช้เวลาในการระบายน้ำนานที่สุด อาจกินเวลาเป็นสัปดาห์กว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่บริเวณคลองจั่นและรามคำแหงก็ต้องรอให้ระดับน้ำช่วงต้นของคลองแสนแสบลดลงเสียก่อน

อีกทั้งการทำงานของเครื่องสูบน้ำก็มีข้อจำกัดทางเทคนิค เช่น บางสถานีสูบน้ำต้องสลับหมุนเวียนเปิดใช้งานเครื่องสูบเพื่อรอน้ำไหลเข้ามาเติมในบ่อ

ฝนหยุดแล้ว แต่ทำไมน้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2569 ยังไม่ลดลง ? ทำไมการระบายน้ำไม่ทันใจคน Credit ภาพ AFP

หากระดับน้ำต่ำเกินไปเครื่องสูบก็จะไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ผสมผสานกับปัญหาขยะมูลฝอยจำนวนมหาศาลที่ถูกพัดพามาขวางทางน้ำไหลหน้าตะแกรงสถานีสูบน้ำ ซึ่งยังคงเป็นอุปสรรคคลาสสิกที่ทำให้การระบายน้ำสะดุดลง อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการน้ำแบบค่อยๆ เคลียร์ไปทีละบล็อกจะช่วยให้สถานการณ์โดยรวมกลับสู่ภาวะปกติได้ในที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...