โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 3 Helps ยุทธศาสตร์เอาตัวรอด สร้างภูมิคุ้มกันคนไทยรับมือภัยพิบัติ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ย้ำว่า ภัยน้ำท่วมจากสภาพอากาศแปรปรวนกำลังเป็น “ความจริงใหม่” ที่สังคมไทยต้องเรียนรู้และปรับตัว แนะหลัก 3 Helps ได้แก่ Self Help ช่วยเหลือตนเองและครอบครัว, Community Help ช่วยเหลือกันในชุมชน และ Nation Help การจัดการภัยพิบัติในระดับประเทศ

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ระบุว่า “3 Helps” ยุทธศาสตร์เอาตัวรอดจากน้ำท่วม สร้างภูมิคุ้มกันสังคมไทยรับมือภัยพิบัติ

ศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วม ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่มีความแปรปรวนและแนวโน้มการเกิดฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ มวลน้ำหลาก และน้ำล้นคันกั้นน้ำที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น

หน่วยงานด้านภูมิอากาศและภัยพิบัติระบุว่า ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง “ภัยธรรมชาติ” ที่เกิดขึ้นนาน ๆ ครั้ง หรือเป็นเรื่องของ “โชคชะตา” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “ความจริงใหม่” ที่ประชาชนและโครงสร้างสังคมไทยต้องเรียนรู้ ปรับตัว และเตรียมพร้อมรับมือ โดยใช้หลักวิทยาศาสตร์และการประเมินความเสี่ยงเป็นพื้นฐานสำคัญ

หัวใจสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันต่อภัยพิบัติคือแนวคิด “3 Helps” ซึ่งประกอบด้วย Self Help, Community Help และ Nation Help ที่ต้องทำงานเชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน ไปจนถึงระดับประเทศ

Self Help คือการช่วยเหลือตนเองและครอบครัว โดยประชาชนต้องมีความรู้และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อลดการพึ่งพาความช่วยเหลือจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว ขณะที่ Community Help คือการช่วยเหลือเกื้อกูลกันภายในชุมชน การสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังและช่วยเหลือกันในพื้นที่ เพื่อเป็นเกราะป้องกันภัยที่อยู่ใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด

ส่วน Nation Help คือการช่วยเหลือและการบริหารจัดการในระดับประเทศ โดยภาครัฐจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบเตือนภัย และระบบบริหารจัดการภัยพิบัติให้มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการรับมือภัยพิบัติในทุกระดับ

ทั้งนี้ การพึ่งพาระบบเตือนภัยหรือรอการเยียวยาจากภาครัฐเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในสถานการณ์ที่ภัยพิบัติเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การเตรียมพร้อมของประชาชน ชุมชน และภาครัฐจึงต้องดำเนินไปพร้อมกัน เพราะแม้ภัยธรรมชาติจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ “ความสูญเสีย” สามารถป้องกันและบรรเทาได้ หากทุกฝ่ายมีความพร้อมและรู้วิธีรับมืออย่างเหมาะสม

แนวคิด “3 Helps” จึงไม่ใช่เพียงคำที่ใช้รณรงค์ แต่เป็นกรอบยุทธศาสตร์ในการสร้างความอยู่รอดและภูมิคุ้มกันให้กับสังคมไทย หากทั้ง 3 ระดับสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้สังคมไทยไม่เพียงสามารถรอดพ้นจากสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละครั้ง แต่ยังมีศักยภาพในการปรับตัวและรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...