โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘โรม’ เดือด! เปิดหนังสือฉบับเต็ม ซัดการเมืองสีน้ำเงินกินรวบ-ปล้นประเทศ

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 20.42 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“รังสิมันต์ โรม” โพสต์เอกสารแนวทางดำเนินงาน กมธ. หลังประธานสภาฯ เห็นชอบ ซัดฝ่ายการเมืองสีน้ำเงินพยายามรวบอำนาจตรวจสอบของฝ่ายค้าน เปรียบแรง “เผาบ้านไล่หนู” กล่าวหานำข้าราชการมาเป็นหนังหน้าไฟทำความเห็นสวนทางกฎหมาย ลั่นการทำหน้าที่ประธาน กมธ.ที่ผ่านมาเป็นไปตามข้อบังคับ พร้อมตั้งคำถามถึงผู้มีอำนาจเบื้องหลัง

3 พฤศจิกายน 2569 - นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมเผยแพร่ภาพเอกสารเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญในสภาผู้แทนราษฎร โดยวิพากษ์วิจารณ์ว่าการกำหนดแนวทางดังกล่าวเป็นความพยายามลดทอนอำนาจตรวจสอบของฝ่ายค้านผ่านกลไกกรรมาธิการ

นายรังสิมันต์ระบุว่า “เปิดหนังสือฉบับเต็ม กินรวบทำลายอำนาจตรวจสอบกรรมาธิการ” พร้อมกล่าวว่า คงต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่า ในยุคที่ฝ่ายการเมืองสีน้ำเงินมีอำนาจครอบคลุมหลายส่วน ขณะนี้กำลังมีความพยายามรวบอำนาจตรวจสอบของฝ่ายค้านผ่านกลไกกรรมาธิการด้วย

สำหรับเอกสารที่นายรังสิมันต์นำมาเผยแพร่ ประกอบด้วยบันทึกข้อความลงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เรื่อง แจ้งแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งระบุว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบแนวทางดังกล่าวแล้ว และให้แจ้งเวียนแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทราบและถือปฏิบัติ

อีกฉบับเป็นบันทึกข้อความลงวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เรื่อง แนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร เสนอประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยมีประเด็นเกี่ยวกับการตีความขอบเขตหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ การนัดประชุม การบรรจุระเบียบวาระการประชุม ซึ่งไม่รวมการเชิญหรือเรียกบุคคล และการเรียกบุคคลหรือเอกสารของคณะกรรมาธิการ

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาอำนาจของประธานกรรมาธิการในการบรรจุระเบียบวาระและเชิญบุคคลมาให้ข้อมูลไม่เคยมีปัญหา เนื่องจากดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมและรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด แต่ในปัจจุบันกลับเกิดความพยายามเปลี่ยนแปลงแนวทางดังกล่าว

นายรังสิมันต์ใช้ถ้อยคำเปรียบเทียบว่า กรรมาธิการอาจไปกระทบผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม จนทำให้ฝ่ายรัฐบาลต้อง “เล่นใหญ่ เผาบ้านไล่หนู” ด้วยการวางแนวทางที่ตนมองว่าเป็นการทำลายกลไกตรวจสอบของกรรมาธิการทั้งระบบ เพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านสามารถตรวจสอบรัฐบาลผ่านช่องทางดังกล่าวได้

นายรังสิมันต์กล่าวด้วยว่า แม้ฝ่ายรัฐบาลจะต้องการดำเนินการเรื่องนี้ แต่กลับไม่กล้าเผชิญข้อครหาด้วยตนเอง จึงปล่อยให้ข้าราชการเป็นผู้จัดทำความเห็นและรับแรงวิพากษ์วิจารณ์แทน

พร้อมใช้ถ้อยคำรุนแรงว่า เป็นการให้ข้าราชการทำหน้าที่เป็น “หนังหน้าไฟ” และ “พายเรือให้โจรนั่ง” โดยกล่าวหาว่ามีการจัดทำความเห็นที่สวนทางกับข้อบังคับและกฎหมาย ก่อนที่ฝ่ายการเมืองจะนำไปใช้เป็นเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงานของกรรมาธิการ

นายรังสิมันต์ยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของตนในฐานะประธานกรรมาธิการ รวมถึงประธานกรรมาธิการคณะอื่น ๆ เป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับที่ใช้กันมาโดยตลอด และไม่เคยมีปัญหาในลักษณะที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงแนวทางครั้งนี้

“ประธานสภามีอำนาจในการบรรจุวาระอย่างไร เชิญบุคคลภายนอกอย่างไร ประธานกรรมาธิการก็มีอำนาจแบบนั้น นี่คือข้อบังคับการประชุม” นายรังสิมันต์ระบุ

นายรังสิมันต์ยังวิจารณ์ว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของกรรมาธิการ แต่เป็นความพยายามรวบอำนาจเพื่อประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม พร้อมตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงกับประเด็นที่กรรมาธิการกำลังตรวจสอบ

“อย่าอ้างข้อกฎหมายใด ๆ เลย เพราะความจริงแล้วพวกคุณแค่ต้องการกินรวบ ทุกอย่างที่ทำไปก็เพียงเพื่อผู้มีพระคุณ ไร้ซึ่งความปรารถนาดีใด ๆ ต่อประเทศชาติและประชาชน” นายรังสิมันต์ระบุ

นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ยังตั้งคำถามเชิงกล่าวหาเกี่ยวกับผู้ที่อาจอยู่เบื้องหลังประเด็นการทุจริตสอบท้องถิ่น กรณีสินบน 40 ล้านบาท เว็บพนัน และโครงการ TH-Aipassport ก่อนกล่าวด้วยถ้อยคำว่า “จะปล้นประเทศกันขนาดนี้ ไม่ทุเรศในหัวใจตัวเองบ้างเหรอ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...