โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลลุยยกระดับเกษตรไทยสู่ศก.คาร์บอนต่ำ ขับเคลื่อน Net Zero 2050 เร่งพัฒนาแหล่งน้ำ–เกษตรอัจฉริยะ

Manager Online

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • MGR Online

รองโฆษกรัฐบาล เผย เดินหน้ายกระดับเกษตรไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำขับเคลื่อนNetZero2050นายกฯสั่งเร่งพัฒนาแหล่งน้ำ–เกษตรอัจฉริยะลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตและรายได้เกษตรกรควบคู่ดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

วันนี้(3พฤศจิกายน2569)นางสาวลลิดาเพริศวิวัฒนารองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทินชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ของเกษตรกรพร้อมผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์(NetZeroEmissions)ภายในปีค.ศ.2050โดยมุ่งให้การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำช่วยลดต้นทุนการผลิตเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวลลิดากล่าวว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่(ครม.สัญจร)ครั้งที่2/2569ณศูนย์ประชุมนานาชาติมณฑาทิพย์ฮอลล์อำเภอเมืองอุดรธานีจังหวัดอุดรธานีนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งขับเคลื่อนการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน1ประกอบด้วยอุดรธานีบึงกาฬเลยหนองคายและหนองบัวลำภูโดยมีข้อเสนอการพัฒนาพื้นที่รวมกว่า170โครงการวงเงินกว่า78,461ล้านบาทครอบคลุม4ด้านสำคัญได้แก่เกษตรและอาหารการค้าชายแดนการท่องเที่ยวและการปราบปรามยาเสพติด

นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตรซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของประชาชนในพื้นที่โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนเกษตรกรอย่างรอบด้านทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรการนำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะมาใช้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรเพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตเพิ่มคุณภาพผลผลิตและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในระยะยาว

นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยนายสุชาติชมกลิ่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมขานรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีโดยจะบูรณาการการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ากับการพัฒนาภาคเกษตรภายใต้ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ(Long-TermLowGreenhouseGasEmissionDevelopmentStrategy:LT-LEDS)ฉบับปรับปรุงครั้งที่2เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

แนวทางสำคัญประกอบด้วยการส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำและเกษตรอัจฉริยะเพื่อให้เกษตรกรใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสมการพัฒนาระบบจัดการปศุสัตว์การใช้ปุ๋ยและธาตุอาหารพืชอย่างมีประสิทธิภาพตลอดจนการปรับรูปแบบการผลิตและการบริโภคเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยคำนึงถึงต้นทุนการผลิตความสามารถในการแข่งขันและรายได้ของเกษตรกรควบคู่กันไป

ทั้งนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยและประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำซึ่งจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนด้านองค์ความรู้เทคโนโลยีและโอกาสทางเศรษฐกิจเพื่อให้สามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสมโดยไม่เพิ่มภาระต้นทุนจนกระทบต่อการประกอบอาชีพ

“รัฐบาลมองว่าการขับเคลื่อนNetZeroไม่ใช่เพียงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแต่ต้องทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงโดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องสามารถลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตและมีรายได้ที่ดีขึ้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้จึงต้องเดินควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ภาคเกษตรไทยสามารถแข่งขันได้ในอนาคตและให้การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเป็นโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”นางสาวลลิดากล่าว

นางสาวลลิดากล่าวทิ้งท้ายว่ารัฐบาลจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันการพัฒนาภาคเกษตรและการลดก๊าซเรือนกระจกให้เกิดผลในทางปฏิบัติสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเพื่อให้ประเทศไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...