ดาวโจนส์ บวกสวนทาง Nasdaq หุ้นเทคถูกขายก่อนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ขณะน้ำมันร่วงกว่า 7% รับความหวังเจรจาสันติภาพอิหร่าน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดเคลื่อนไหวผสมผสานในวันจันทร์ (2 พ.ย. 2569) โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวลง ท่ามกลางแรงขายหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI หลังนักลงทุนประเมินผลประกอบการของ Apple และเตรียมรับมือการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ขณะที่ตลาดพลังงานคลายความกังวล หลังสหรัฐฯ และอิหร่านส่งสัญญาณเปิดทางเจรจาทางการทูต ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงแรง ด้านนักลงทุนยังจับตาข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ และการประชุมธนาคารกลางหลายแห่งในสัปดาห์นี้
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดาวโจนส์บวกสวนทาง Nasdaq หุ้นเทคถูกเทขาย
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดเคลื่อนไหวผสมผสานในวันจันทร์ (2 พ.ย. 2569) โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวลงต่อเนื่องจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นักลงทุนยังคงปรับพอร์ตออกจากหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
หุ้น Marvell Technology ร่วงลงประมาณ 12% และ Lumentum ลดลง 18% หลัง Marvell ประกาศเข้าซื้อกิจการ Lumentum ด้วยมูลค่า 1.15 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่หุ้น Oracle ลดลง 8% หลังบริษัทเปิดเผยแผนขายหุ้นสามัญมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ และออกพันธบัตรอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อระดมทุนสำหรับการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI
ด้านหุ้น Apple ปรับตัวลงประมาณ 2% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังบริษัทเปิดเผยแนวโน้มอัตรากำไรที่น่าผิดหวัง และยอดขาย iPad ในไตรมาส 4 ของปีงบการเงินต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์
ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายการคลัง การกำกับดูแลอุตสาหกรรม AI และภาคธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงรอติดตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะข้อมูลตำแหน่งงานว่างและอัตราการหมุนเวียนแรงงาน (JOLTS) ประจำเดือนกันยายน
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 51,983.98 จุด เพิ่มขึ้น 213.67 จุด (+0.41%)
- ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,541.40 จุด ลดลง 38.67 จุด (-0.51%)
- ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 25,164.363 จุด ลดลง 272.635 จุด (-1.07%)
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก รับแรงซื้อทั่วภูมิภาค
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันจันทร์ โดยได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น หลังราคาน้ำมันปรับตัวลงแรงจากความหวังว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถหาทางออกทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้งได้ ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังติดตามข้อมูลภาคการผลิตของยูโรโซนในเดือนตุลาคม ซึ่งยังสะท้อนการขยายตัวของกิจกรรมภาคการผลิต แม้การเติบโตของคำสั่งซื้อใหม่เริ่มชะลอลง และต้นทุนพลังงานกับปัญหาห่วงโซ่อุปทานยังคงกดดันอัตรากำไรของภาคธุรกิจ
- ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 649.44 จุด เพิ่มขึ้น 2.69 จุด (+0.42%)
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 25,981.09 จุด เพิ่มขึ้น 162.88 จุด (+0.63%)
- ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 8,047.69 จุด เพิ่มขึ้น 78.27 จุด (+0.98%)
ตลาดหุ้นอังกฤษปิดบวก รับบรรยากาศลงทุนดีขึ้น
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันจันทร์ โดยปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นยุโรป ท่ามกลางความหวังว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะคลี่คลายลง หลังสหรัฐฯ และอิหร่านส่งสัญญาณเปิดทางเจรจาเพื่อหาทางออกทางการทูต
ขณะเดียวกัน ข้อมูลดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) ของอังกฤษสะท้อนว่าภาคการผลิตเริ่มต้นไตรมาส 4/2569 ด้วยการขยายตัวของผลผลิตแข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 2 ปี อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วยังคงเป็นปัจจัยที่ธนาคารกลางอังกฤษต้องติดตาม ก่อนการตัดสินใจนโยบายอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,761.33 จุด เพิ่มขึ้น 31.55 จุด (+0.29%)
ราคาน้ำมันร่วงกว่า 7% รับความหวังสหรัฐฯ–อิหร่านเปิดทางเจรจาสันติภาพ
ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลงอย่างหนักในวันจันทร์ โดยน้ำมันดิบทั้ง WTI และ Brent ร่วงลงมากกว่า 7% หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านส่งสัญญาณพร้อมเจรจาทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้งที่ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานมานาน 8 เดือน
ทรัมป์กล่าวว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลง และมีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงดังกล่าว ขณะที่มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ทรัมป์ต้องการแก้ไขความขัดแย้งด้วยแนวทางทางการทูตมากกว่าการใช้กำลังทางทหาร
ด้านประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ระบุว่าอิหร่านต้องการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจา โดยมีการหารือข้อเสนอที่อิหร่านเคยนำเสนอต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า ความหวังด้านการเจรจายังไม่เพียงพอที่จะทำให้ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันหมดไป เนื่องจากยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับสงคราม ขณะที่การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและการโจมตีของกลุ่มฮูตียังคงเป็นความเสี่ยงต่อตลาดพลังงาน
- ราคาน้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ปิดที่ 96.46 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 7.4%
- ราคาน้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนมกราคม 2027) ปิดที่ 104.77 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 7.6%
ราคาทองคำฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในรอบ 1 ปี รับแรงหนุนน้ำมันร่วง
ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ โดยฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปีที่ทำไว้ในช่วงก่อนหน้า หลังราคาน้ำมันปรับตัวลงช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนยังเข้าซื้อทองคำเพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน
นักวิเคราะห์ระบุว่า การปรับตัวลงของราคาน้ำมันช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ ขณะที่เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงยังช่วยเพิ่มแรงหนุนให้กับตลาดทองคำ
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) โดยตลาดยังคาดการณ์ว่า Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม แม้ความเป็นไปได้ดังกล่าวจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน
นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายการคลังและสถานะทางการเงินของรัฐบาลสหรัฐฯ ในระยะยาว
- ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปิดที่ 3,943.62 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 1.8%
- ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ปิดที่ 3,969.60 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 1.8%
ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า หลังราคาน้ำมันร่วง นักลงทุนจับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงในวันจันทร์ หลังราคาน้ำมันปรับตัวลงแรงจากความหวังว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้งได้ ขณะที่นักลงทุนประเมินทิศทางตลาดก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ และรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (Dollar Index) ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก ลดลง 0.14% อยู่ที่ 101.73 จุด โดยการปรับตัวลงของราคาน้ำมันช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดโลก
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตารายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ประจำเดือนตุลาคมที่จะประกาศในวันศุกร์ รวมถึงการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายแห่งในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินในระยะต่อไป
- ยูโร/ดอลลาร์ ปิดที่ 1.1195 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.33%
- ปอนด์/ดอลลาร์ ปิดที่ 1.3413 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.16%