โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อีโบลาคร่าชีวิตผู้คนในดีอาร์คองโกทะลุ 5,000 ราย หนักสุดในประวัติศาสตร์ประเทศ

เดลินิวส์

อัพเดต 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 2.38 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ดีอาร์คองโกเผชิญกับการแพร่ระบาดของอีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูเกียว ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนในประเทศไปแล้วมากกว่า 5,000 ราย รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกินชาซา ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากการแพร่ระบาดของโรคอีโบลาในประเทศนับตั้งแต่ต้นปีนี้ เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 5,000 ราย ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการของรัฐบาล ซึ่งสะท้อนความยากลำบากของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมการระบาดครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

การระบาดครั้งนี้เกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูเกียว ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบได้ยากมาก และยังไม่มีวัคซีนหรือวิธีรักษาที่ได้รับการรับรอง โดยนับตั้งแต่มีการประกาศการระบาดเมื่อเดือน พ.ค. ปีนี้ มีผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 10,000 คน

ทั้งนี้ การตรวจพบผู้ติดเชื้อล่าช้า ความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ และระบบบริการสาธารณสุขที่ขาดแคลน ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เชื้อแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่าการระบาดครั้งก่อน ๆ โดยปัจจุบันมีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว 8 จังหวัด จากทั้งหมด 26 จังหวัด และผู้เสียชีวิตจำนวนมากเสียชีวิตนอกศูนย์รักษา

การแพร่ระบาดครั้งนี้ถือเป็นการแพร่ระบาดของโรคอีโบลาครั้งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก รองจากการแพร่ระบาดระหว่างปี 2557-2559 ในกินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน ซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 28,600 คน และเสียชีวิตมากกว่า 11,000 ราย

ขณะเดียวกัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไนจีเรียกลายเป็นประเทศที่ 4 ในทวีปแอฟริกาที่รายงานการพบผู้ติดเชื้ออีโบลา ส่งผลให้การแพร่ระบาดขยายวงจากแอฟริกากลางไปยังแอฟริกาตะวันตก โดยก่อนหน้านี้เคนยาและยูกันดาก็รายงานพบผู้ป่วยเช่นกัน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...