จีนใช้ AI พัฒนาพันธุ์กล้วย-เฝ้าระวังโรคอ้อย เล็งต่อยอดความร่วมมือกับชาติอาเซียน รวมไทย
ไห่โข่ว, 1 พ.ย. (ซินหัว) — เมื่อไม่นานนี้ หลี่ว์เผยเทา นักวิจัยจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์การเกษตรเขตร้อนจีน และสมาชิกทีมวิจัย เริ่มนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมกล้วยจำนวนมหาศาล เพื่อค้นหาเครื่องหมายทางพันธุกรรมที่มีอิทธิพลต่อรสชาติ กลิ่นรส และความต้านทานโรคของกล้วยในเมืองซานย่า มณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) ทางตอนใต้ของจีน
หลี่ว์อธิบายว่าในอดีตการปรับปรุงพันธุ์กล้วยต้องอาศัยการทดลองชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์ซ้ำหลายครั้ง ซึ่งใช้เวลานานหลายปีและให้ผลลัพธ์ไม่แน่นอน ขณะที่ยีนบางส่วนซึ่งเคยถูกมองข้ามกลับมีบทบาทสำคัญต่อความต้านทานโรคและกลิ่นรสของกล้วย ปัจจุบันทีมวิจัยจึงพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ประมวลผลข้อมูลการแสดงออกของยีน เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงพันธุ์กล้วยด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ
ปัจจุบันเทคโนโลยีดังกล่าวอยู่ระหว่างการทดลองใช้กับกล้วย และหากผ่านการทดสอบประสิทธิภาพแล้วจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ผลไม้เขตร้อนชนิดอื่นๆ อาทิ มะม่วง สับปะรด แก้วมังกร และอะโวคาโด
ขณะเดียวกัน ฐานปรับปรุงพันธุ์อ้อยแห่งหนึ่งในเมืองซานย่าได้ใช้งานปัญญาประดิษฐ์ด้วยเช่นกัน โดยมีโดรนขนาดเล็กออกบินสำรวจเหนือไร่อ้อยในระดับต่ำอย่างช้าๆ พร้อมใช้เซนเซอร์เก็บข้อมูลพืชผลแบบเรียลไทม์
วังเสี่ยวติง นักวิจัยจากสถาบันฯ อธิบายว่าโรคแส้ดำในอ้อยมักแพร่ระบาดโดยไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก และเมื่อเริ่มปรากฏอาการก็มักควบคุมได้ยากแล้ว แต่เอไอสามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจากการสำรวจไร่อ้อยด้วยโดรน เพื่อแจ้งเตือนความเสี่ยงของโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ขณะที่เกษตรกรทั่วไปสามารถถ่ายภาพใบอ้อยด้วยโทรศัพท์มือถือหรือกล้องถ่ายรูป แล้วอัปโหลดเข้าสู่ระบบเพื่อรับคำแนะนำในการจัดการไร่อ้อยที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
นอกจากกล้วยและอ้อยแล้ว จีนยังนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้กับพืชเขตร้อนชนิดอื่นๆ เช่น เครื่องมืออัจฉริยะสำหรับผู้ปลูกมันสำปะหลังที่สามารถตรวจหาโรคและแมลงศัตรูพืชจากภาพถ่าย แนะนำสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพดิน และจัดทำแผนการเพาะปลูก ขณะที่สวนปาล์มน้ำมันใช้เทคโนโลยีการสำรวจระยะไกลร่วมกับเอไอเพื่อติดตามการเจริญเติบโตและตรวจจับศัตรูพืช ส่วนสวนยางพาราใช้เอไอวิเคราะห์ภาพถ่ายจากโดรนเพื่อประเมินการเจริญเติบโตของต้นยางพาราทั่วทั้งพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว
ห่าวเฉาอวิ้น ผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพเขตร้อน สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์การเกษตรเขตร้อนจีน กล่าวว่าการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงมุ่งแก้ไขข้อจำกัดการเพาะปลูกพืชเขตร้อนของจีนเท่านั้น แต่ยังมุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยจีนหวังแบ่งปันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพการทำเกษตรเขตร้อนทั่วโลก