โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศศินชวนดู “โชว์ใหญ่ธรรมชาติ” 23-27 ก.ย. ตอบชัดปมน้ำท่วมใหญ่ ซ้ำรอยปี 54

Thaiger

อัพเดต 24 กันยายน 2569 เวลา 16.22 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวประเทศไทย

ท่ามกลางกระแสตื่นข่าวลือน้ำท่วมใหญ่ ศศิน เฉลิมลาภ นักธรณีวิทยาและนักอนุรักษ์ชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กชวนคนไทยมองปรากฏการณ์ธรรมชาติช่วงวันที่ 23 ถึง 27 กันยายน 2569 อย่างเข้าใจ โดยเรียกสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นว่าอาจเป็น “โชว์ใหญ่” ที่หาดูไม่ง่าย พร้อมอธิบายว่าทำไมคำถามที่ควรถามไม่ใช่ “ฝนจะตกไหม” หรือ “บ้านฉันจะโดนไหม” และตอบตรงๆ ว่ายังไม่มีเหตุผลให้กระโดดไปถึงคำถามว่าจะท่วมเหมือนปี 2554 หรือเปล่า

ศศินอธิบายภาพใหญ่ว่า ขณะนี้ทางตะวันตกของไทยมีดีเปรสชันกำลังแรง หมุนอยู่ในอ่าวเบงกอลและกำลังเคลื่อนขึ้นฝั่งอินเดีย ส่วนทางตะวันออก หย่อมความกดอากาศต่ำที่เคลื่อนมาจากเวียดนามตอนล่างก็เข้ามาถึงกัมพูชาแล้ว ระหว่างสองระบบนี้มีร่องมรสุมและสนามลมมรสุมขนาดใหญ่ของภูมิภาคพาดเชื่อมอยู่ตรงกลาง

หากเปิดดูเส้นความกดอากาศในแอปพยากรณ์อย่าง Windy จะเห็นว่าสนามความกดต่ำไม่ได้เป็นวงอยู่เฉพาะรอบพายุที่อินเดีย แต่แผ่กว้างผ่านอินโดจีน ไทย อ่าวไทย ไปถึงทะเลจีนใต้

เขาเปรียบระบบทั้งหมดเหมือนจักรยาน แต่กำชับว่าอย่าเข้าใจผิดว่าพายุที่อินเดียเป็นเฟืองที่มีโซ่มาปั่นวงล้อประเทศไทยโดยตรง ภาพที่ถูกต้องกว่าคือเฟืองหลายตัวในชุดขับเดียวกัน แต่ละตัวมีแรงของตัวเอง โดยมีร่องมรสุมและกระแสลมเชื่อมการไหลเวียนและการลำเลียงความชื้นของทั้งภูมิภาคเข้าด้วยกัน

ประเด็นที่เขาชี้ว่าต้องจับตาจริงๆ คือความชื้นจำนวนมหาศาลที่กำลังถูกลำเลียงเข้ามา จะไปถูกยกตัวและเทฝนลงตรงไหน อาจไม่มีอะไรเลย เป็นแค่ฝนหนักเป็นพักๆ แล้วผ่านไป แต่หากแนวฝนหนักบังเอิญวางตัวซ้ำเหนือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง โดยเฉพาะภูเขา ต้นน้ำ ลำห้วย เมือง หรือพื้นที่ที่มีน้ำสะสมอยู่ก่อน เรื่องอาจต่อกันเป็นทอด จากฝนหนักที่จุดหนึ่ง กลายเป็นน้ำป่าอีกจุด ไหลลงลำห้วย รวมกับแม่น้ำ แล้วไปสร้างปัญหาที่พื้นที่ปลายทางซึ่งอยู่ไกลออกไปได้

ส่วนคำถามยอดฮิต “แล้วบ้านผมจะโดนไหม” ที่มีคนถามเข้ามาไม่หยุด ศศินตอบติดตลกว่าอย่าถามแบบนี้เลย เพราะในสเกลระบบอากาศใหญ่ขนาดนี้ บอกได้เพียงว่าพื้นที่ไหนความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ไม่มีใครบอกแม่นๆ ล่วงหน้าได้ว่าก้อนฝนหนักที่สุดจะตกหมู่บ้านไหน ตำบลไหน เวลาเท่าไร เขาเปรียบเหมือนการโปรยทานงานศพ ที่รู้ว่าเหรียญจะตกในวงประมาณหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าแต่ละเหรียญจะตกตรงไหน และคราวนี้ยุ่งกว่าเหรียญ เพราะเป็นน้ำ ซึ่งตกห่างบ้านเราหลายสิบกิโลเมตร ก็ยังไหลตามภูมิประเทศมาเจอเราทีหลังได้

สิ่งที่เขาแนะนำจึงไม่ใช่ความกลัว แต่คือการรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหนในระบบ เปิดแอปดูภาพใหญ่ เปิดเรดาร์ฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาดูก้อนฝนจริง ดูระดับน้ำในลำห้วย คลอง แม่น้ำใกล้บ้าน และติดตามประกาศเตือนของทางราชการ เพราะความรู้เหล่านี้ไม่ได้ทำให้ฝนหยุดตก แต่อาจทำให้มีเวลาเพิ่มขึ้น ซึ่งบางครั้งแค่ชั่วโมงเดียวก็ผ่อนหนักเป็นเบา และในเหตุการณ์รุนแรงจริง เวลาที่เพิ่มขึ้นอาจมีค่าถึงขั้นรอดตาย

สำหรับคำถามว่าจะซ้ำรอยมหาอุทกภัยปี 2554 หรือไม่ ศศินยืนยันว่ายังไม่มีเหตุผลให้กระโดดไปถึงตรงนั้น เพราะฝนหนักหลายวันจากระบบอากาศชุดนี้กับเหตุการณ์ปี 54 เป็นคนละระดับของคำถาม ปีนั้นต้องมองทั้งฝนสะสมระดับลุ่มน้ำ น้ำเหนือ ปริมาณน้ำในเขื่อน พื้นที่รับน้ำ ระดับแม่น้ำเจ้าพระยา และความสามารถในการระบายน้ำประกอบกัน ไม่ใช่เห็นพายุลูกเดียวหรือร่องมรสุมช่วงเดียวแล้วสรุปว่าจะเกิดซ้ำ

มุมมองนี้สอดคล้องกับท่าทีของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากช่วง 23 ถึง 27 กันยายน ต่อเนื่องถึงฉบับที่ 5 เมื่อเย็นวันที่ 23 กันยายน ระบุว่าภาคเหนือ อีสานตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากบางแห่ง เริ่มจากอีสานตอนล่างและภาคตะวันออกก่อน เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเคลื่อนเข้าปกคลุมกัมพูชาแล้วและจะเคลื่อนเข้าไทยตามแนวร่องมรสุม ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้แรงขึ้น เตือนระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก คลื่นลมแรง และให้เรือเล็กอ่าวไทยตอนบนกับอันดามันตอนบนงดออกจากฝั่งถึงวันที่ 27 กันยายน ก่อนหน้านี้กรมอุตุฯ ยังออกมาชี้แจงข่าวลือ “มหาอุทกภัยใน 120 ชั่วโมง” ที่แพร่ในโซเชียลว่าไม่สอดคล้องกับข้อมูลพยากรณ์ โดยขอให้ประชาชนเฝ้าระวังแต่ไม่ตื่นตระหนก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...