โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พาณิชย์ แจงภาษีสหรัฐฯ 12.5% ยังไม่ใช่อัตราสุดท้าย เร่งปิด ART ก่อนสรุปผลไต่สวน 301

PostToday

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา และกรณีการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 ว่า ปัจจุบันสหรัฐฯ มีการไต่สวนไทยใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ กรณีการไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor) และกรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) โดยผลการไต่สวนในแต่ละกรณีมีสถานะและผลต่ออัตราภาษีแตกต่างกัน

สำหรับกรณีแรงงานบังคับ สหรัฐฯ ได้ประกาศผลการไต่สวนแล้ว โดยกำหนดอัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 สำหรับสินค้าจากไทยที่ร้อยละ 12.5

ขณะที่ประเทศที่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ของสหรัฐฯ และมีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ หรือได้ให้คำมั่นผ่านความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade: ART) จะใช้อัตราร้อยละ 10

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังได้กำหนดรายการสินค้าบางส่วนที่ได้รับยกเว้นจากภาษีเพิ่มเติมดังกล่าวด้วย

นายกรนิจกล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ART เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับการกำหนดอัตราภาษีของสหรัฐฯ โดยประเทศไทยจึงเร่งผลักดันการจัดทำความตกลง ART กับสหรัฐฯ เพื่อให้สามารถกำหนดกรอบความสัมพันธ์ทางการค้าและอัตราภาษีที่สอดคล้องกับสถานะของไทยและสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคได้

“เป้าหมายของไทย คือ การสรุปการเจรจา ART เพื่อรักษาอัตราภาษีรวมให้อยู่ในกรอบ 19% หรือไม่สูงกว่าประเทศคู่แข่ง” นายกรนิจกล่าว

ทั้งนี้ อัตรา 19% เป็นกรอบอัตราที่ไทยเคยได้รับภายใต้การเจรจาในช่วงที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ไทยเคยเผชิญอัตราภาษีต่างตอบแทนภายใต้ IEEPA ที่ร้อยละ 36 ก่อนลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 19 ภายหลังการจัดทำกรอบความตกลงกับสหรัฐฯ

ขณะที่ต่อมาสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนฐานกฎหมายและเปิดการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 ในประเด็นแรงงานบังคับและกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง

สำหรับกรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง ขณะนี้สหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาผลการไต่สวน โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกไต่สวนในประเด็นดังกล่าวตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 และกระทรวงพาณิชย์ได้ส่งข้อมูลและคำชี้แจงต่อฝ่ายสหรัฐฯ แล้ว

นายกรนิจกล่าวว่า ดังนั้น การนำอัตราภาษีของประเทศต่าง ๆ มาเปรียบเทียบกันในขณะนี้จำเป็นต้องพิจารณาให้ครบถ้วนว่าเป็นอัตราที่เกิดจากมาตรการหรือการไต่สวนในกรณีใด เนื่องจากแต่ละประเทศมีสถานะในการเจรจาและข้อผูกพันกับสหรัฐฯ แตกต่างกัน อีกทั้งอัตราที่ประกาศอยู่ในปัจจุบันยังไม่สะท้อนผลจากการไต่สวนกรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง

“การกล่าวว่า หากไทยได้รับอัตราภาษีเกิน 12.5% จะทำให้ไทยเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านอย่างมากจนแข่งขันไม่ได้ จึงไม่ใช่ข้อเท็จจริง เพราะต้องพิจารณากระบวนการไต่สวนมาตรา 301 ให้ครบทั้งสองกรณี รวมถึงสถานะของแต่ละประเทศด้วย” นายกรนิจกล่าว

สำหรับความคืบหน้าการเจรจา ART นายกรนิจกล่าวว่า ขณะนี้ สาระสำคัญและหลักการของการเจรจาได้ข้อสรุปร่วมกันแล้ว เหลือการตรวจสอบรายละเอียดและถ้อยคำของความตกลงในระดับเทคนิค เพื่อให้มีความสอดคล้อง ชัดเจน และรอบคอบ โดยฝ่ายไทยเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศผลการไต่สวนมาตรา 301 กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้หารือกับนาย Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ทีมเทคนิคเร่งสรุปรายละเอียดของ ART หลังสามารถมีข้อสรุปในสาระสำคัญร่วมกันได้ และฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่าจะพิจารณาอัตราภาษีของไทยอย่างเป็นธรรมและสามารถแข่งขันได้

นายกรนิจกล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการในขณะนี้ คือ การสรุปถ้อยคำและรายละเอียดของ ART ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อรักษากรอบอัตราภาษีที่ไทยได้หารือไว้ และลดความเสี่ยงจากผลกระทบของมาตรการทางการค้าต่อผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะในช่วงที่สหรัฐฯ กำลังเดินหน้ากระบวนการไต่สวนมาตรา 301 กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ขอให้ผู้ประกอบการและประชาชนติดตามข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการภาษีสหรัฐฯ จากหน่วยงานภาครัฐและแหล่งข้อมูลทางการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอัตราภาษีที่ประกาศในแต่ละช่วงอาจมาจากมาตรการและฐานกฎหมายที่แตกต่างกัน และผลการไต่สวนบางกรณียังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...