“เยน” อ่อนค่าต่อเนื่องตลอด 2 สัปดาห์ จ่อแตะ 160 ต่อดอลลาร์ จับตาญี่ปุ่นแทรกแซงอีกครั้ง
"เยน" อ่อนค่าต่อเนื่องตลอด 2 สัปดาห์ เข้าใกล้ระดับสำคัญ 160 ต่อดอลลาร์ หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่ง-ตลาดเพิ่มเดิมพันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
วันที่ 24 กันยายน 2569 เวลา 10.21 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ความเสี่ยงที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตรากลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลังเงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่องตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และกำลังเข้าใกล้ระดับสำคัญที่ 160 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งตลาดมองว่าอาจเป็นจุดทดสอบความอดทนของรัฐบาลญี่ปุ่นต่อการอ่อนค่าของสกุลเงิน
ในการซื้อขายช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่กรุงโตเกียว เงินเยนแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยราว 0.3% มาอยู่บริเวณ 157.85 เยนต่อดอลลาร์ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยการอ่อนค่าตลอด 4 วันทำการก่อนหน้า
นักกลยุทธ์มองว่า ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์กำลังกลับมาเป็นแนวสำคัญ หลังเงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่องนับตั้งแต่การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เมื่อวันที่ 18 ก.ย. แม้ BOJ จะเร่งวงจรการคุมเข้มนโยบายการเงิน แต่ท่าทีภายในคณะกรรมการยังมีความเห็นแตกต่าง ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น
Carol Kong นักกลยุทธ์ค่าเงินจาก Commonwealth Bank of Australia ระบุว่า ค่าเงินดอลลาร์ต่อเยนอาจทะลุระดับ 160 ได้ในเร็ว ๆ นี้ หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังปรับตัวสูงขึ้น และตลาดยังคงทดสอบความตั้งใจของญี่ปุ่นในการพยุงค่าเงินเยน
เธอมองว่า หากเงินเยนอ่อนค่าทะลุระดับดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหลังมีรายงานว่าทางการญี่ปุ่นเพิ่งดำเนินการ Rate Check หรือสอบถามอัตราแลกเปลี่ยนจากธนาคาร ซึ่งตลาดมักตีความว่าเป็นสัญญาณเตรียมพร้อมก่อนเข้าแทรกแซง
แรงกดดันต่อเงินเยนส่วนหนึ่งมาจากการแข็งค่าของดอลลาร์ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่งและความกังวลด้านเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟดอาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในเชิงรุกมากขึ้น
แม้ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ถ้อยแถลงของผู้ว่าการ BOJ คาซูโอะ อุเอดะ หลังการประชุมกลับไม่ได้เข้มงวดเท่าที่ตลาดคาดหวัง ส่งผลให้นักลงทุนยังไม่มั่นใจว่า BOJ จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องและรวดเร็วเพียงใด
Matthew Ryan หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตลาดของ Ebury Partners ระบุว่า เงินเยนยังมีความเสี่ยงอ่อนค่าต่อในระยะสั้น หากตลาดไม่เชื่อว่า BOJ จะคุมเข้มนโยบายเพิ่มเติม พร้อมมองว่าการแทรกแซงตลาดเงินเพียงอย่างเดียวเป็นเครื่องมือที่มีข้อจำกัด และหากไม่มีนโยบายการเงินที่เข้มงวดเพียงพอ ทางการญี่ปุ่นอาจควบคุมแรงขายเงินเยนได้ยาก
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า เพียงแค่ความเสี่ยงที่ทางการจะเข้าแทรกแซงก็อาจช่วยจำกัดการอ่อนค่าของเงินเยนได้ โดย Ray Attrill หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ FX ของ National Australia Bank ระบุว่า เงินเยนมีโอกาสกลับไปทดสอบระดับ 160 ต่อดอลลาร์ แต่แรงกังวลเรื่องการแทรกแซงอาจช่วยป้องกันไม่ให้ค่าเงินทะลุระดับดังกล่าวได้ง่าย
ประสิทธิภาพของการแทรกแซงครั้งต่อไปยังอาจขึ้นอยู่กับว่า สหรัฐฯ จะร่วมมือกับญี่ปุ่นหรือไม่ เนื่องจากในอดีต การที่ญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงเพียงฝ่ายเดียวมักไม่สามารถพลิกทิศทางค่าเงินได้อย่างยั่งยืน หากปัจจัยพื้นฐานด้านนโยบายการเงินยังไม่เอื้อ
ก่อนหน้านี้ในช่วงฤดูร้อน สหรัฐฯ ได้ร่วมกับญี่ปุ่นเข้าซื้อเงินเยน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนที่เดิมพันว่าเยนจะอ่อนค่าต่อ ขณะที่ Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณสนับสนุนเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นหลายครั้ง
หากค่าเงินกลับไปแตะระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ ตลาดจึงอาจจับตาว่าสหรัฐฯ จะพร้อมสนับสนุนญี่ปุ่นอีกครั้งหรือไม่ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ความช่วยเหลือจากวอชิงตันอาจมีเงื่อนไขให้ญี่ปุ่นแสดงความพร้อมที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วหรือมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ในปัจจุบัน
อีกปัจจัยที่อาจสร้างแรงกดดันต่อเงินเยนคือการเปลี่ยนแปลงสถานะการลงทุนของนักเก็งกำไร โดยนักกลยุทธ์ของ UBS ระบุว่า สถานะขายเงินเยน หรือ Short Yen ก่อนหน้านี้ถูกปิดไปเกือบทั้งหมดแล้ว ทำให้นักลงทุนมีพื้นที่กลับมาเปิดสถานะเดิมพันว่าเงินเยนจะอ่อนค่าอีกครั้ง ท่ามกลางส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่ยังอยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ดี ข้อมูลล่าสุดของ Commodity Futures Trading Commission (CFTC) ระบุว่า ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 15 ก.ย. กองทุนเฮดจ์ฟันด์พลิกกลับมาถือสถานะสุทธิคาดการณ์ว่าเงินเยนจะแข็งค่าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2568 โดยมีมูลค่าการเดิมพันดังกล่าวประมาณ 2.51 แสนล้านเยน หรือ 1.6 พันล้านดอลลาร์
อ้างอิง : bloomberg.com