ชนชั้นปกครองของสหรัฐอเมริกา ฆ่าคนไปเท่าไหร่แล้ว? (10)
สถาพร ศรีสัจจัง
การผิดสัญญาตามข้อตกลงสนธิสัญญา “ฟอร์ด ลารามี” (Fort Laramie) ครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ.1868 ของรัฐบาลอเมริกันต่อชาวอินเดียนแดง (โดยเฉพาะต่อชนเผ่าซิอูกซ์หรือ ‘ซู’ ของ เครซี ฮอร์ส และ ซิตติง บูลล์) ได้ก่อให้เกิด “สงครามมหาวินาศ”ที่มีคนต้องล้มตายอีกเป็นจำนวนไม่น้อย
และในสงครามครั้งนี้ ตัวแสดงสำคัญฝ่ายอินเดียนแดงยังคงเป็นคนเดิม คือเจ้าหนุ่ม “ม้าคลั่ง”หรือ “เครซี ฮอร์ส” (Crazy Horse) ที่ตอนนี้ได้รับตำแหน่งเป็น “หัวหน้านักรบ”ของเผ่าซูอย่างเป็นทางการแล้วนั่นเอง
แต่มีตัวละครสำคัญอีกตัวหนึ่งเพิ่มเข้ามาร่วมแสดง จนมีชื่อประทับอยู่ใน ‘ประวัติศาสตร์บาดแผล’ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นอีก 1 คน
เขาคนนั้นคือหมอผีประจำเผ่าของอินเดียนแดงเผ่าซู ซึ่งเป็นเผ่าเดียวกับเครซี ฮอร์ส นั่นแหละ เขาเป็นอีกหนึ่งคนสำคัญที่มีชื่อในประวัติศาสตร์ของชาวอินเดียนแดง ในฐานะ “ผู้นำทางจิตวิญญาณ”และ “วีรบุรุษคนกล้า”ในการ “ลุกขึ้นสู้”อย่างสุดจิตสุดใจกับรัฐบาลอเมริกันผู้รุกราน ผู้นี้มีฉายานามว่า “พ่อวัวนั่ง”หรือ “Sitting Bull” ในภาษาอังกฤษ
ซิตติง บูลล์ หรือชื่อในภาษาลาโกตาว่า “ทาทังกา อิโยทังกา” (Tatanka Iyotake / ดาตันด้า โยตันก้า)เป็นหมอผีประจำเผ่าและเป็นหัวหน้าเผ่า “ฮุงค์ปาปา ลาโกตา”ซึ่งมีชื่อเสียงในการรวบรวมอินเดียนแดงเผ่าซูเพื่อการลุกขึ้นสู้กับกองกำลังของรัฐบาลอเมริกันผู้รุกรานดินแดน
หลังรัฐบาลอเมริกันผิดสัญญา “ฟอร์ด ลารามี”ครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ.1868 อินเดียนแดงจึงรวมเผ่ากันเพื่อต่อสู้อีกครั้ง ในครั้งนี้ ซิตติง บูลล์ ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำสูงสุดในการบัญชากองกำลังพันธมิตร (ชนเผ่าลาโกตาและซูทั้งหลาย) ในปี ค.ศ.1869
การรวมตัวกันครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ชนเผ่าอินเดียนแดงได้รวมกันอย่างเหนียวแน่นที่สุดเพื่อการปกป้องดินแดนศักดิ์สิทธิ์จากการรุกรานของศัตรูผู้มาแย่งมาตุคาม!
การผิดสัญญาของรัฐบาลอเมริกันต่อชาวอินเดียนแดงลาโกตา/ซูในครั้งนี้ ถือว่าเสมือนเป็นการเหยียบลงไปบนหัวใจของชาวชนเผ่า เนื่องจาก “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์”นั่นคือ “เทือกเขาแบล็กฮิลส์” (Black Hills) ถูกคนอเมริกันบุกรุกเข้าย่ำยีภายใต้การวางเฉยของรัฐบาลอเมริกัน
เมื่อข่าวการพบทองคำที่ “แบล็กฮิลส์”กระจายออกไป (โดยทหารอเมริกันกลุ่มของนายพันโท ‘คัสเตอร์ผมยาว’ ศัตรูตัวฉกาจของชาวอินเดียนแดง) หนังสือพิมพ์ในยุคนั้นก็กระจายข่าวอย่างกว้างขวาง
“นักขุดทอง”ชาวอเมริกันจึงแห่เป็นขบวนกันเข้ามาตั้งหลักแหล่งเป็นชุมชนขึ้นในแถบเทือกเขาแบล็กฮิลส์ จนเกิดเป็นเมืองเล็กๆ ขึ้นมา
นอกจากจะวางเฉยแล้ว รัฐบาลอเมริกันยังได้ดำเนินการส่งกองกำลังทหารระดับ “กองพล”เข้ามาตั้งป้อมค่ายและลาดตระเวนเพื่อ “คุ้มครอง”คนเหล่านี้อย่างไม่สนใจข้อตกลงในสนธิสัญญา
การต่อสู้และสงครามครั้งใหม่ระหว่างเจ้าของแผ่นดินเดิมคืออินเดียนแดง กับผู้รุกรานคือรัฐบาลอเมริกันครั้งใหญ่และครั้งสำคัญจึงต้องเกิดขึ้น!
ในปี ค.ศ.1869 เพียงปีเดียวหลังการลงนามยอมแพ้ของรัฐบาลอเมริกาในสนธิสัญญา “ฟอร์ด ลารามี”ครั้งที่ 2 ต่อกลุ่มพันธมิตรอินเดียนแดง ซิตติง บูลล์ ก็ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำกลุ่มพันธมิตรในการต่อสู้ครั้งนี้!
ตามประวัติของซิตติง บูลล์ นั้น ไพรัช แสนสวัสดิ์ นักแปลคนสำคัญ ผู้แปลหนังสือเรื่อง “ฝังหัวใจข้าไว้ที่วูนเด็ดนี” (Bury My Heart at Wounded Knee) ได้เขียนถึงซิตติง บูลล์ ไว้ในเฟซบุ๊กของเขาตอนหนึ่งว่า:
“…เป็นชาวอเมริกันพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งแห่งศตวรรษที่ 19 เป็นศัตรูระดับนำของชาวอเมริกันผิวขาวมาตั้งแต่ยังเด็ก เขาเชื่อว่า การติดต่อเกี่ยวข้องกับคนที่ไม่ใช่พื้นเมืองอินเดียนอย่างแน่นแฟ้น จะทำลายความแข็งแกร่งและอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์ซู และจะนำไปสู่ความเสื่อมถอยในที่สุด
แต่กลยุทธ์ของซิตติง บุล โดยทั่วไปเป็นการป้องกันมากกว่าใช้ความก้าวร้าว โดยเฉพาะเมื่อเขาโตขึ้นและเป็นผู้นำกลุ่ม…”
แต่ดูเหมือนการรุกรานที่หนักหน่วงต่อ “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์”แบล็กฮิลส์ ของนักขุดทองชาวอเมริกัน ภายใต้การคุ้มครองและกดดันต่อชนเผ่าอินเดียนแดงอย่างหนักของรัฐบาลอเมริกัน ผ่านกองกำลังทหารแห่งกรมทหารม้าที่ 7 (ต้นฉบับระบุทหารม้าที่ 5)ภายใต้การนำของ “คัสเตอร์ผมยาว”หรือ พันโท จอร์จ อาร์มสตรอง คัสเตอร์ (George Armstrong Custer) จะทำให้ท่านหมอผี ผู้นำกลุ่มพันธมิตรอินเดียนแดงคือ “ซิตติง บูลล์”ไม่มีทางเลือกอื่นใด…
นอกจากสงคราม!
หลังการประชุมหารือกันในกลุ่มชนเผ่า แผนยุทธการสำคัญๆ ในการสู้รบก็เกิดขึ้น!
เจ้า “ม้าคลั่ง” - เครซี ฮอร์ส ผู้เพิ่งได้รับชัยชนะเหนือกองกำลังทหารสมัยใหม่ของรัฐบาลอเมริกันมาหมาดๆ เป็นหัวขบวนร่วมรบกับซิตติง บูลล์ ในครั้งนี้อย่างแนบแน่นและเป็นหนึ่งเดียว
และแล้ว…
สงครามที่กองกำลังของผู้รุกรานอย่างรัฐบาลอเมริกาจะต้องบันทึกจดจำไว้อย่างเจ็บปวดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การสู้รบเพื่อรุกรานผู้อื่นของสหรัฐอเมริกาก็เกิดขึ้น
นั่นคือการยุทธระหว่างกองกำลังนักรบอินเดียนแดงที่นำโดย “ซิตติง บูลล์”และ “เครซี ฮอร์ส”กับฝ่ายรัฐบาลอเมริกันที่นำโดย “ลองแฮร์ คัสเตอร์” พันโท จอร์จ อาร์มสตรอง คัสเตอร์ที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางและเรียกกันในภายหลังว่า “ยุทธการลิตเติลบิกฮอร์น” (Battle of the Little Bighorn) ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 25-26 มิถุนายน ค.ศ.1876 (พ.ศ.2419) หรือเมื่อ 150 ปีก่อนโน้น!!!