โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชนชั้นปกครองของสหรัฐอเมริกา ฆ่าคนไปเท่าไหร่แล้ว? (10)

สยามรัฐ

อัพเดต 55 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สถาพร ศรีสัจจัง

การผิดสัญญาตามข้อตกลงสนธิสัญญา “ฟอร์ด ลารามี” (Fort Laramie) ครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ.1868 ของรัฐบาลอเมริกันต่อชาวอินเดียนแดง (โดยเฉพาะต่อชนเผ่าซิอูกซ์หรือ ‘ซู’ ของ เครซี ฮอร์ส และ ซิตติง บูลล์) ได้ก่อให้เกิด “สงครามมหาวินาศ”ที่มีคนต้องล้มตายอีกเป็นจำนวนไม่น้อย

และในสงครามครั้งนี้ ตัวแสดงสำคัญฝ่ายอินเดียนแดงยังคงเป็นคนเดิม คือเจ้าหนุ่ม “ม้าคลั่ง”หรือ “เครซี ฮอร์ส” (Crazy Horse) ที่ตอนนี้ได้รับตำแหน่งเป็น “หัวหน้านักรบ”ของเผ่าซูอย่างเป็นทางการแล้วนั่นเอง

แต่มีตัวละครสำคัญอีกตัวหนึ่งเพิ่มเข้ามาร่วมแสดง จนมีชื่อประทับอยู่ใน ‘ประวัติศาสตร์บาดแผล’ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นอีก 1 คน

เขาคนนั้นคือหมอผีประจำเผ่าของอินเดียนแดงเผ่าซู ซึ่งเป็นเผ่าเดียวกับเครซี ฮอร์ส นั่นแหละ เขาเป็นอีกหนึ่งคนสำคัญที่มีชื่อในประวัติศาสตร์ของชาวอินเดียนแดง ในฐานะ “ผู้นำทางจิตวิญญาณ”และ “วีรบุรุษคนกล้า”ในการ “ลุกขึ้นสู้”อย่างสุดจิตสุดใจกับรัฐบาลอเมริกันผู้รุกราน ผู้นี้มีฉายานามว่า “พ่อวัวนั่ง”หรือ “Sitting Bull” ในภาษาอังกฤษ

ซิตติง บูลล์ หรือชื่อในภาษาลาโกตาว่า “ทาทังกา อิโยทังกา” (Tatanka Iyotake / ดาตันด้า โยตันก้า)เป็นหมอผีประจำเผ่าและเป็นหัวหน้าเผ่า “ฮุงค์ปาปา ลาโกตา”ซึ่งมีชื่อเสียงในการรวบรวมอินเดียนแดงเผ่าซูเพื่อการลุกขึ้นสู้กับกองกำลังของรัฐบาลอเมริกันผู้รุกรานดินแดน

หลังรัฐบาลอเมริกันผิดสัญญา “ฟอร์ด ลารามี”ครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ.1868 อินเดียนแดงจึงรวมเผ่ากันเพื่อต่อสู้อีกครั้ง ในครั้งนี้ ซิตติง บูลล์ ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำสูงสุดในการบัญชากองกำลังพันธมิตร (ชนเผ่าลาโกตาและซูทั้งหลาย) ในปี ค.ศ.1869

การรวมตัวกันครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ชนเผ่าอินเดียนแดงได้รวมกันอย่างเหนียวแน่นที่สุดเพื่อการปกป้องดินแดนศักดิ์สิทธิ์จากการรุกรานของศัตรูผู้มาแย่งมาตุคาม!

การผิดสัญญาของรัฐบาลอเมริกันต่อชาวอินเดียนแดงลาโกตา/ซูในครั้งนี้ ถือว่าเสมือนเป็นการเหยียบลงไปบนหัวใจของชาวชนเผ่า เนื่องจาก “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์”นั่นคือ “เทือกเขาแบล็กฮิลส์” (Black Hills) ถูกคนอเมริกันบุกรุกเข้าย่ำยีภายใต้การวางเฉยของรัฐบาลอเมริกัน

เมื่อข่าวการพบทองคำที่ “แบล็กฮิลส์”กระจายออกไป (โดยทหารอเมริกันกลุ่มของนายพันโท ‘คัสเตอร์ผมยาว’ ศัตรูตัวฉกาจของชาวอินเดียนแดง) หนังสือพิมพ์ในยุคนั้นก็กระจายข่าวอย่างกว้างขวาง

“นักขุดทอง”ชาวอเมริกันจึงแห่เป็นขบวนกันเข้ามาตั้งหลักแหล่งเป็นชุมชนขึ้นในแถบเทือกเขาแบล็กฮิลส์ จนเกิดเป็นเมืองเล็กๆ ขึ้นมา

นอกจากจะวางเฉยแล้ว รัฐบาลอเมริกันยังได้ดำเนินการส่งกองกำลังทหารระดับ “กองพล”เข้ามาตั้งป้อมค่ายและลาดตระเวนเพื่อ “คุ้มครอง”คนเหล่านี้อย่างไม่สนใจข้อตกลงในสนธิสัญญา

การต่อสู้และสงครามครั้งใหม่ระหว่างเจ้าของแผ่นดินเดิมคืออินเดียนแดง กับผู้รุกรานคือรัฐบาลอเมริกันครั้งใหญ่และครั้งสำคัญจึงต้องเกิดขึ้น!

ในปี ค.ศ.1869 เพียงปีเดียวหลังการลงนามยอมแพ้ของรัฐบาลอเมริกาในสนธิสัญญา “ฟอร์ด ลารามี”ครั้งที่ 2 ต่อกลุ่มพันธมิตรอินเดียนแดง ซิตติง บูลล์ ก็ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำกลุ่มพันธมิตรในการต่อสู้ครั้งนี้!

ตามประวัติของซิตติง บูลล์ นั้น ไพรัช แสนสวัสดิ์ นักแปลคนสำคัญ ผู้แปลหนังสือเรื่อง “ฝังหัวใจข้าไว้ที่วูนเด็ดนี” (Bury My Heart at Wounded Knee) ได้เขียนถึงซิตติง บูลล์ ไว้ในเฟซบุ๊กของเขาตอนหนึ่งว่า:

“…เป็นชาวอเมริกันพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งแห่งศตวรรษที่ 19 เป็นศัตรูระดับนำของชาวอเมริกันผิวขาวมาตั้งแต่ยังเด็ก เขาเชื่อว่า การติดต่อเกี่ยวข้องกับคนที่ไม่ใช่พื้นเมืองอินเดียนอย่างแน่นแฟ้น จะทำลายความแข็งแกร่งและอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์ซู และจะนำไปสู่ความเสื่อมถอยในที่สุด

แต่กลยุทธ์ของซิตติง บุล โดยทั่วไปเป็นการป้องกันมากกว่าใช้ความก้าวร้าว โดยเฉพาะเมื่อเขาโตขึ้นและเป็นผู้นำกลุ่ม…”

แต่ดูเหมือนการรุกรานที่หนักหน่วงต่อ “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์”แบล็กฮิลส์ ของนักขุดทองชาวอเมริกัน ภายใต้การคุ้มครองและกดดันต่อชนเผ่าอินเดียนแดงอย่างหนักของรัฐบาลอเมริกัน ผ่านกองกำลังทหารแห่งกรมทหารม้าที่ 7 (ต้นฉบับระบุทหารม้าที่ 5)ภายใต้การนำของ “คัสเตอร์ผมยาว”หรือ พันโท จอร์จ อาร์มสตรอง คัสเตอร์ (George Armstrong Custer) จะทำให้ท่านหมอผี ผู้นำกลุ่มพันธมิตรอินเดียนแดงคือ “ซิตติง บูลล์”ไม่มีทางเลือกอื่นใด…

นอกจากสงคราม!

หลังการประชุมหารือกันในกลุ่มชนเผ่า แผนยุทธการสำคัญๆ ในการสู้รบก็เกิดขึ้น!

เจ้า “ม้าคลั่ง” - เครซี ฮอร์ส ผู้เพิ่งได้รับชัยชนะเหนือกองกำลังทหารสมัยใหม่ของรัฐบาลอเมริกันมาหมาดๆ เป็นหัวขบวนร่วมรบกับซิตติง บูลล์ ในครั้งนี้อย่างแนบแน่นและเป็นหนึ่งเดียว

และแล้ว…

สงครามที่กองกำลังของผู้รุกรานอย่างรัฐบาลอเมริกาจะต้องบันทึกจดจำไว้อย่างเจ็บปวดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การสู้รบเพื่อรุกรานผู้อื่นของสหรัฐอเมริกาก็เกิดขึ้น

นั่นคือการยุทธระหว่างกองกำลังนักรบอินเดียนแดงที่นำโดย “ซิตติง บูลล์”และ “เครซี ฮอร์ส”กับฝ่ายรัฐบาลอเมริกันที่นำโดย “ลองแฮร์ คัสเตอร์” พันโท จอร์จ อาร์มสตรอง คัสเตอร์ที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางและเรียกกันในภายหลังว่า “ยุทธการลิตเติลบิกฮอร์น” (Battle of the Little Bighorn) ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 25-26 มิถุนายน ค.ศ.1876 (พ.ศ.2419) หรือเมื่อ 150 ปีก่อนโน้น!!!

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...