Meta ซื้อกิจการสตาร์ตอัปด้านหุ่นยนต์ ARI รุกหนักปูทางสู่การพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์
วันที่ 2 พฤษภาคม บริษัท Meta ประกาศเข้าซื้อกิจการบริษัท Assured Robot Intelligence หรือ ARI บริษัทสตาร์ทอัพด้านหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ AI โดยไม่เปิดเผยมูลค่าการเข้าซื้อกิจการ เพื่อเร่งพัฒนาและเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงการหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ โดยดึงผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าร่วมทีม Superintelligence Labs ARI เป็นบริษัทที่มุ่งเน้นการสร้าง Foundation Models หรือโมเดลพื้นฐานสำหรับหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถทำงานที่ต้องใช้แรงงานทางกายภาพไปจนถึงการทำงานบ้านต่างๆ ได้ โดยคาดว่าบริษัท Meta ต้องเข้ามาร่วมแข่งขันในตลาดหุ่นยนต์แรงงานที่มีมูลค่าสูง หุ่นยนต์เหล่านี้ถูกออกแบบมาให้สามารถทำความเข้าใจ พยากรณ์ และปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของมนุษย์ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนได้ ซึ่งต้องใช้ปัญญาประดิษฐ์ AI ในการช่วยประมวลผล
ทีมงานของ ARI รวมถึงผู้ร่วมก่อตั้งระดับหัวกะทิอย่าง เซียนหลง หวัง (Xiaolong Wang) อดีตนักวิจัยจากบริษัท Nvidia และรองศาสตราจารย์จาก UC San Diego, เลอร์เรล ปินโต (Lerrel Pinto) ผู้ที่เคยร่วมก่อตั้ง Fauna Robotics สตาร์ตอัปที่เพิ่งถูก Amazon ซื้อกิจการไปเมื่อเดือนที่แล้ว และซูชิง เฉิง (Xuxin Cheng) ก็จะเข้าร่วมงานกับแผนกวิจัย Superintelligence Labs ของบริษัท Meta
เซียนหลง หวัง (Xiaolong Wang) ได้เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า เป้าหมายของบริษัท คือ "การฝึกฝนหุ่นยนต์อเนกประสงค์อย่างแท้จริง" ซึ่งจะต้องเป็นหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ที่มีความสามารถในการขยายขีดจำกัดผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของมนุษย์ โดยเขามองว่าบริษัท Meta มีองค์ประกอบสำคัญทั้งหมดที่จะทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริง
วิสัยทัศน์ของ Meta สู่การเป็น Android แห่งวงการหุ่นยนต์ และ AGI ก้าวสำคัญนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่ แอนดรูว์ บอสเวิร์ธ (Andrew Bosworth) ซีทีโอของ Meta เคยกล่าวไว้เมื่อปี 2025 ว่า "Meta ตั้งเป้าที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุมหุ่นยนต์เพื่อเปิดให้บริษัทอื่น ๆ สามารถนำไปขออนุญาตใช้งานได้ ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่คล้ายกับการที่ Google ทำระบบปฏิบัติการ Android สำหรับสมาร์ทโฟน โดยจะเริ่มต้นจากการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สามารถควบคุมมือของหุ่นยนต์ให้มีความคล่องแคล่วเสียก่อน" การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ของบริษัท Meta เกิดขึ้นในขณะที่คู่แข่งรายใหญ่ตลาดหุ่นยนต์ อย่างบริษัท Tesla ก็มุ่งมั่นกับการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์อย่างมาก ถึงขั้นระงับการผลิตรถยนต์รุ่น Model S และ Model X ไปเมื่อต้นปี และได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่โรงงานในเมือง Fremont เพื่อนำมาใช้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ Optimus โดยเฉพาะ
แนวโน้มของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์นั้นมีศักยภาพและมูลค่ามหาศาล แม้การคาดการณ์จะยังมีความแตกต่างกันสูงมาก โดย Goldman Sachs ประเมินว่าตลาดนี้อาจมีมูลค่า 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.37 ล้านล้านบาท ภายในปี 2035 ในขณะที่ Morgan Stanley มองไปไกลกว่านั้นและประเมินว่าอาจพุ่งสูงถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 180 ล้านล้านบาท ภายในปี 2050
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- นิสสันพับแผนลงทุนโรงงาน EV ในสหรัฐฯ มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ หันลุยตลาดรถไฮบริดและสันดาปแทน
- เปิดตัว TI-84 Evo เครื่องคิดเลขยุคใหม่ในร่างออฟไลน์เต็มรูปแบบ
- จีนสั่งระงับดีล Meta เข้าซื้อกิจการ "Manus" สตาร์ตอัป AI มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 63,000 ล้านบาท
- Threads เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Live Chats สนทนาสดแบบเรียลไทม์ ประเดิมใช้งานช่วง NBA Playoffs
- Meta เตรียมส่องคอมพนักงาน เก็บข้อมูลการใช้ "เมาส์-คีย์บอร์ด” ฝึก AI !