เจาะลึก ‘แลนด์บริดจ์’ ยุทธศาสตร์เชื่อมโลกใหม่ ทางเลือกใหม่ขนส่งไทย
The Bangkok Insight
อัพเดต 02 พ.ค. เวลา 02.55 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. เวลา 02.55 น. • The Bangkok Insightประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับโลก ด้วยโครงการ "แลนด์บริดจ์" โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดยักษ์ที่จะเชื่อมต่ออ่าวไทยและอันดามันเข้าด้วยกัน ผ่านระบบรางและทางหลวงพิเศษ
โครงการแลนด์บริดจ์ ไม่เพียงเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แต่ยังเป็นทางเลือกสำคัญที่จะช่วยลดความหนาแน่นของการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกาซึ่งจะเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับไทยได้อีกมากในอนาคต
จากรายงานสรุปสำหรับผู้บริหาร การศึกษาทางการเงินและเศรษฐศาสตร์ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Landbridge) ฉบับล่าสุดเดือน เม.ย. 2569 เสนอโดย บริษัท เทสโก้ จำกัด, บริษัท เอ็มเอชพีเอ็ม จำกัด และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีข้อสรุปที่น่าสนใจ ดังนี้
เปิดโครงสร้าง 6 เสาหลัก พลิกโฉมการขนส่งสายใต้
โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ได้มีเพียงแค่ท่าเรือ แต่เป็นระบบนิเวศการขนส่งที่ครบวงจร ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
- ท่าเรือระนอง (ฝั่งอันดามัน)
- ท่าเรือชุมพร (ฝั่งอ่าวไทย)
- ระบบรางเชื่อมโยงสองท่าเรือ
- ทางพิเศษ (Motorway) เชื่อมสองท่าเรือ
- พื้นที่เชิงพาณิชย์ฝั่งระนอง
- พื้นที่เชิงพาณิชย์ฝั่งชุมพร เพื่อสร้างรายได้จากกิจกรรมนอกเหนือโลจิสติกส์
สินค้ากลุ่ม Transit หัวใจสำคัญของความคุ้มค่า
จากการศึกษาพบว่ากลุ่มเป้าหมายหลักคือสินค้า 3 กลุ่ม ได้แก่ สินค้าส่งออก-นำเข้าของไทย (EXIM), สินค้าจากกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (Transit) และสินค้าที่ขนถ่ายระหว่างภูมิภาค (Transshipment)
ทั้งนี้ สินค้ากลุ่ม Transit และ Transshipment ถูกมองว่าเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นกลุ่มสินค้าที่จะไม่ไหลเข้าสู่ประเทศไทยเลยหากไม่มีโครงการนี้เกิดขึ้น ซึ่งคาดการณ์ว่าปริมาณสินค้าผ่านระบบรางจะเติบโตถึง 14.6 ล้าน TEU (ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต จำนวน 1 ตู้) ในปีสุดท้ายของโครงการ
รายได้มหาศาลภายใต้เงินลงทุนก้อนโต
โครงการนี้ประเมินมูลค่าเงินลงทุน (CAPEX) และค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (OPEX) ตลอดอายุโครงการไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้
เงินลงทุน (CAPEX) เป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อสินทรัพย์ถาวร (Fixed Assets) รวมถึงค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงให้สินทรัพย์ถาวรอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และเงินลงทุนซื้อสินค้าทุน (Capital Goods) ที่เป็นหัวใจสำคัญของโครงการในการผลิตสินค้าและบริการ
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานประจำของโครงการ เพื่อให้ระบบหรือโครงสร้างพื้นฐานสามารถให้บริการในระดับมาตรฐานได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุโครงการ
ผลการคาดการณ์เงินลงทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ระดับราคาปัจจุบัน (Current/Nominal Prices) คาดเงินลงทุนรวมทุกโครงการอยู่ที่ประมาณ 53,559 ล้านดอลลาร์
ในส่วนของรายได้โครงการแลนด์บริดจ์ จะมาจากสินทรัพย์ 6 ประเภท ได้แก่ ท่าเรือระนอง ท่าเรือชุมพร ระบบรางและทางพิเศษที่เชื่อมต่อระหว่างท่าเรือทั้งสอง พื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ท่าเรือระนอง และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ที่ท่าเรือระนอง
สำหรับ 4 โครงการแรก จะมีรายได้จากการขนส่งสินค้าโดยตรง แต่ 2 โครงการสุดท้ายจะมีรายได้จากค่าเช่าระยะยาวของกิจกรรมบริการเชิงพาณิชย์ที่ท่าเรือทั้งสองแห่ง (เช่น โรงแรม อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม ฯลฯ)
หากดำเนินโครงการครบทุกส่วน จะสามารถสร้างรายได้รวมสูงถึง 555,567 ล้านดอลลาร์ โดยรายได้หลักมาจากบริการท่าเรือและการเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์สำหรับโรงแรมและอาคารสำนักงาน
ผลตอบแทนนักลงทุน: คุ้มค่าหรือไม่?
ในมุมมองของนักลงทุน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าโครงการมีความเป็นไปได้ทางการเงินสูง แยกตามโครงการแต่ละโครงการดังนี้
- ท่าเรือระนอง: มีอัตราผลตอบแทนภายใน (FIRR) อยู่ที่ 14.84% ระยะเวลาคืนทุน 12 ปี
- ท่าเรือชุมพร: FIRR อยู่ที่ 13.89% ระยะเวลาคืนทุน 13 ปี
- ระบบราง: เป็นส่วนที่โดดเด่นที่สุดด้วยผลตอบแทนที่สูงถึง 16.50%
จากผลการศึกษาพบว่า โครงการที่ดึงดูดนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ โครงการพัฒนาระบบราง รองลงมา ได้แก่ ท่าเรือระนอง ท่าเรือชุมพร และพื้นที่เชิงพาณิชย์ชุมพร ตามลำดับ
ส่วนโครงการที่มีผลตอบแทนต่ำกว่าเกณฑ์ ได้แก่ พื้นที่เชิงพาณิชย์ระนอง และทางพิเศษ นอกจากนั้น โครงการที่จับคู่กันแล้วมีความน่าสนใจสูงสุด ได้แก่ ท่าเรือทั้งสองฝั่งและระบบราง รองลงมาได้แก่ ท่าเรือทั้งสองฝั่ง/ระบบราง/ และพื้นที่เชิงพาณิชย์ระนองและชุมพร และเมื่อพิจารณาทุกโครงการรวมกัน พบว่า Equity FIRR ยังคงสูงกว่า
เกณฑ์ขั้นต่ำ 12%
กล่าวโดยสรุปแล้ว จะเห็นได้ว่า แลนด์บริดจ์คือความหวังใหม่ของไทยในการก้าวสู่ประเทศรายได้สูงผ่านการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ แม้จะต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล แต่ด้วยโครงสร้างรายได้ที่หลากหลายและการเป็นทางเลือกใหม่ในเส้นทางเดินเรือโลก ทำให้โครงการนี้เป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศว่าจะเป็นตัวเปลี่ยนเกม (Game Changer) ของเศรษฐกิจไทยในอนาคตอันใกล้
อ้างอิงจาก: รายงานสรุปสำหรับผู้บริหาร (Executive Summary) การศึกษาทางการเงินและเศรษฐศาสตร์ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Landbridge)
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เปิดแนวโน้ม 'Green logistics-LogTech' เทรนด์ธุรกิจโลจิสติกส์ที่ต้องจับตา
- ไฟเขียว 2.4 พันล้าน จัดหาโบกี้รถไฟบรรทุกตู้สินค้า เพิ่มความสามารถขนส่ง-ส่งออก
- ศึกสงครามส่งด่วน! มูลกว่า 1 แสนล้าน 'เทียบฟอร์มบริษัทขนส่งพัสดุ' ใครจะอยู่ ใครจะไป?
ติดตามเราได้ที่