โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไปกันต่อ! เมื่อ “ซุง ศตาวิน” อยากขาย LOVEZA เรื่องนี้มีโอกาสมากน้อยแค่ไหน

SMART SME

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 11.49 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 11.49 น.

การกลับมาทำธุรกิจ LOVEZA เครื่องดื่มน้ำผลไม้ผสมโซดาของ “ซุง ศตาวิน” ถือเป็นบทพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งกับบทเรียนที่เคยเกิดขึ้นจนค้างคาใจอยากจะทำให้สำเร็จ

หลังจากเปิดขายในร้านสะดวกซื้อ CJ MORE ไปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ปรากฏว่าได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี บางสาขาหมด หาซื้อไม่ได้ และดูเหมือนว่า ‘ซุง’ จะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะในอนาคตเราอาจจะเห็นเครื่องดื่ม LOVEZA วางขายใน 7-Eleven ก็เป็นได้

จากคลิป ‘เลิฟซ่าเข้าเซเว่น ใช้เงินกี่บาท’ ที่ ‘ซุง’ อธิบายปัจจัยหลายอย่างเกี่ยวกับการนำสินค้าเข้าไปวางจำหน่ายใน 7-Eleven โดยน้ำ LOVEZA ต้องส่งให้ CJ เดือนละ 1 ล้านกระป๋อง แต่ถ้าเป็นเซเว่นที่มีสาขามากกว่า 5 เท่า (ตัวเลขประมาณการ) ต้องส่ง 5 ล้านกระป๋องต่อเดือน คิดเป็นเงินลงทุนคร่าว ๆ 90 ล้านบาท และปัญหาอีกเรื่องหนึ่งคือหัวเชื้อเลิฟซ่าต้องใช้เวลานำเข้า 2 เดือน ซึ่งต้องนำเงินไปสั่งของล็อตหน้ามาแล้ว คิดเป็นเงิน 180 ล้านบาท ในการลงเซเว่น โดยอาจจะต้องเอาบริษัทไปตึ้งเพื่อให้ได้เงินก้อนนี้มา

หากขายของหมด แต่ทำรอบส่งตามบิลเขาไม่ได้ ก็เสียค่าปรับอีก เพราะฉะนั้นการลงเซเว่นเป็นอะไรที่ต้องชัวร์มาก ๆ โดยตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเข้าเซเว่นได้หรือไม่ เพราะเขาประเมินจากยอดขาย มีคนมาซื้อหน้าสาขาจริงหรือไม่

นอกจากนี้ ‘ซุง’ ได้ไปถามโรงงานผลิตคือคาราบาวตะวันแดง ว่าพร้อมผลิตเข้าเซเว่นหรือไม่ โดยโรงงานให้คำตอบว่าได้ ซึ่ง 1 วันโรงงานผลิตได้ 3 ล้านกระป๋อง หากคิดเป็นรายเดือนโรงงานนี้สามารถผลิตได้ 90 ล้านกระป๋อง

เส้นทางของ LOVEZA ภายใต้การนำของ “ซุง ศตาวิน” ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการอาศัยชื่อเสียงจากความเป็น YouTuber มาขับเคลื่อนธุรกิจเท่านั้น แต่คือการก้าวเข้าสู่สนามการค้าปลีก (Modern Trade) อย่างเต็มตัวที่มี “ตัวเลข” และ “ระบบ” เป็นตัวตัดสิน ความท้าทายครั้งใหญ่ในการพาแบรนด์เข้าสู่ 7-Eleven ไม่ใช่แค่เรื่องของเงินลงทุนหลักร้อยล้าน หรือการนำบริษัทเข้าเสี่ยงเพื่อระดมทุนเท่านั้น แต่คือการบริหารจัดการ Supply Chain ให้ไร้รอยต่อ ตั้งแต่การสั่งนำเข้าหัวเชื้อที่ใช้เวลานานถึง 2 เดือน ไปจนถึงการรักษารอบการส่งมอบสินค้าไม่ให้ขาดมือเพื่อเลี่ยงค่าปรับมหาศาล

หาก LOVEZA สามารถก้าวข้ามกำแพงความเสี่ยงนี้ไปได้ เราอาจไม่ได้เห็นเพียงแค่เครื่องดื่มที่ขายดีเป็นกระแสชั่วคราว แต่จะเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า “บทเรียนในอดีต” ได้ถูกเจียระไนจนกลายเป็น “ความเก๋าในเชิงธุรกิจ” ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม และพร้อมที่จะเติบโตเคียงคู่กับยักษ์ใหญ่ในตลาดเครื่องดื่มได้อย่างยั่งยืน

ที่มา: Sungstarwin

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...