โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"ฮุนเซน" ชี้ ไทยยกเลิก MOU44 เป็นสัญญาณเบี่ยงเบนจากการเจรจาทวิภาคี

Amarin TV

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
“ฮุนเซน” ชี้ ไทยยกเลิก MOU44 เป็นสัญญาณเบี่ยงเบนจากการเจรจาทวิภาคี อาจทำให้ข้อพิพาททวีความรุนแรงมากขึ้น

"ฮุนเซน" ชี้ ไทยยกเลิก MOU44 เป็นสัญญาณเบี่ยงเบนจากการเจรจาทวิภาคี อาจทำให้ข้อพิพาททวีความรุนแรงมากขึ้น

สำนักข่าว Khmer Times รายงานว่า สมเด็จฮุน เซน กล่าวเตือนถึงความพยายามของไทย ในการยกเลิกบันทึกความเข้าใจทางทะเลปี 2544 "MOU2544" กับกัมพูชา อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงจากการเจรจาทวิภาคี ขณะที่นักวิเคราะห์กล่าวว่า การเคลื่อนไหวนี้เกิดจากกระแสชาตินิยมและเสี่ยงต่อการทำลายกรอบความร่วมมือที่มีมายาวนาน ในการจัดการข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย

บันทึกความเข้าใจปี 2544 เป็นข้อตกลงสำคัญระหว่างกัมพูชาและไทยเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย ลงนามเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2544 โดยกำหนดกรอบการพัฒนาทรัพยากรน้ำมันและก๊าซร่วมกันและการกำหนดเขตแดนทางทะเล

ข้อตกลงนี้มุ่งที่จะจัดทำสนธิสัญญาเพื่อแบ่งปันต้นทุนและผลประโยชน์จากการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรปิโตรเลียมในพื้นที่พิพาท นอกจากนี้ยังจัดให้มีกลไกในการตกลงเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลที่ยอมรับร่วมกันได้ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ในแถลงการณ์บนสื่อสังคมออนไลน์ นายฮุน เซน กล่าวว่า นักวิชาการและนักวิเคราะห์ชาวไทยได้คัดค้านการยกเลิกบันทึกความเข้าใจฉบับนี้มาโดยตลอด

"นักวิเคราะห์เหล่านี้โดยทั่วไปมักคัดค้านการยกเลิก และผมขอแสดงความเคารพต่อมุมมองเหล่านั้น" เขากล่าว

สมเด็จฮุนเซนตั้งคำถามว่า ความพยายามล่าสุดของไทยในการยกเลิกบันทึกความเข้าใจดังกล่าว เป็นความพยายามที่จะทำให้ข้อพิพาททางทะเลกลายเป็นเรื่องระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการเบี่ยงเบนจากกรอบการเจรจาแบบทวิภาคีหรือไม่

พร้อมกับโพสต์ดังกล่าว นายฮุน เซน ได้แชร์บทความฉบับแปลภาษาเขมรของ "สุรชาติ บำรุงสุข" ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงของไทย ซึ่งโต้แย้งการกระทำดังกล่าว

ด้าน นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา กล่าวว่า กัมพูชาจะแสวงหากลไกสันติวิธีและตามกฎหมายเพื่อแก้ไขข้อพิพาททางทะเล หากไทยถอนตัวจากข้อตกลง พร้อมเตือนว่า การสิ้นสุดของบันทึกความเข้าใจจะหมายถึงการสิ้นสุดของกลไกการเจรจาเพียงอย่างเดียวระหว่างสองฝ่าย และอาจทำให้ข้อพิพาททางดินแดนของทั้งสองประเทศทวีความรุนแรงขึ้น

ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์แห่งชาติกัมพูชา (TVK) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา "ปรัก สุคน" เน้นย้ำว่า การละทิ้งข้อตกลงดังกล่าวจะหมายถึงการสละกรอบความร่วมมือทวิภาคีที่ใช้จัดการข้อพิพาทเกี่ยวกับไหล่ทวีปที่ละเอียดอ่อนมาเกือบ 25 ปี

"ในกรณีที่ไม่มีกรอบความร่วมมือทวิภาคีนี้ กัมพูชาจะยังคงพยายามแสวงหาแนวทางอื่นในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติโดยสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศต่อไป" ปรั สุคน กล่าว

ปรัก สุคน กล่าวอีกว่า การถอนตัวอย่างเป็นทางการของประเทศไทย จะหมายถึงการยุติกลไกเดียวที่จัดตั้งขึ้นร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเรื่องดินแดนทับซ้อนกันเหล่านี้

"กัมพูชายังคงยืนหยัดในการรักษาวิธีการที่สันติและหลักการทางกฎหมายเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของตน" นายปรักกล่าวเสริมว่า ลำดับความสำคัญของกัมพูชายังคงเป็นเสถียรภาพในภูมิภาคผ่านการยึดมั่นในมาตรฐานทางกฎหมายระดับโลก

ทั้งนี้ คาดว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย จะเสนอข้อเสนอการถอนตัวจากบันทึกความเข้าใจต่อคณะรัฐมนตรีในวันที่ 5 พฤษภาคม เพื่อขออนุมัติ

นายสีหศักดิ์ ได้กล่าวถึงแผนดังกล่าวในระหว่างการบรรยายสรุปต่อนักการทูต 84 คนจาก 58 ประเทศและ 8 องค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งเขายังได้ทบทวนการมีส่วนร่วมในนโยบายต่างประเทศของไทยในช่วงที่ผ่านมาด้วย

เขาอ้างว่าแนวทางของไทยคือการใช้ท่าทีที่มองไปข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นชายแดนที่ต้องมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้าน

สีหศักดิ์ กล่าวว่า ข้อเสนอให้ยกเลิก MOU44 ไม่ได้หมายความว่าการเจรจาจะสิ้นสุดลง แต่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงที่ว่าการเจรจาภายใต้กรอบดังกล่าวมีความคืบหน้าน้อยมากในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...